ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (2562): วารสารศิลป์ พีระศรี

					ดู ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (2562): วารสารศิลป์ พีระศรี

วารสารวิชาการ โดย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 กันยายน 2562

วารสารศิลป์พีระศรีฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี พระราชทานบทความ การค้นคว้าวิจัยเรื่อง ”การศึกษาเพื่อสร้างสรรค์หลากลาย หลายชีวิต” เพื่อนำมาพิมพ์เผยแพร่แก่สาธารณชน

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทรงมีพระดำริที่จะทรงศึกษาต่อในระดับดุษฎีบัณฑิตสาขาทัศนศิลป์ ที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยที่ทรงปรารภว่า “งานศิลปะทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขข้าพเจ้าจึงอยากแบ่งปันความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย” ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มทรงเข้าศึกษาเมื่อพุทธศักราช 2560 ทรงแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพเชิงสร้างสรรค์ ทั้ง ๆ ที่ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการทรงงานด้านวิจัยวิทยาศาสตร์

 จากการนำผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ออกแสดงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2561 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำให้คณาจารย์ ตลอดจนสาธารณชนได้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถ อีกทั้งยังทำให้ชาวไทยได้ชื่นชม และเกิดความปีติ สมดั่งพระปณิธาน

 นอกจากนี้ กระบวนการทำวิทยานิพนธ์ของ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ยังได้ทำการค้นคว้าวิจัย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลงานสร้างสรรค์และนำเสนอเป็นบทความวิชาการดังที่เห็นนี้ สมมุติฐานของบทความดังกล่าว ตั้งอยู่บนความฝันอันเป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ซึ่งสามารถปรับแปลงจนกลายเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะได้ ศิลปิน เช่น อองรี รุสโซ หรือยะโยะอิ คุสะมะ นั้น แม้ว่าจะไม่ผ่านการศึกษาทางศิลปะมาโดยตรง แต่มีความสามารถเฉพาะตนทำให้สามารถปรับแปลงความฝันจนกลายเป็นผลงานศิลปะที่มีพลังกระทบใจผู้ดูอย่างลึกซึ้ง ส่วนองค์ศิลปินเองก็ได้ปรับแปลงความฝันให้กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถสื่อสารเนื้อหาและสร้างสรรค์ความรู้สึกร่วมให้แก่ผู้ชม บทความนี้ได้เข้ารับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิครบตามกระบวนการและสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานค้นคว้าวิจัยควบคู่ไปกับการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ตามเงื่อนไขของบัณฑิตวิทยาลัยและหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรทุกประการ

ในบทความของปานชีวา บุตรราช “ศิลปะการนำเสนอด้วยภาพในการดัดแปลงข้ามสื่อ: จากวรรณกรรมสู่ละครชุดสิงหมิงซือเหยีย” เป็นการศึกษาวรรณกรรมที่ถูกนำไปสร้างเป็นละคร ด้วยกระบวนการปรับแปลงข้ามสื่อทำให้เนื้อหาบางประการสามารถแสดงทัศนะเชิงยั่วล้อที่ ผู้ประพันธ์มีต่อนโยบายของรัฐได้ นอกจากนี้การศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมจีนในบริบทร่วมสมัยในทางหนึ่งย่อมเป็นแง่มุมที่จะมีประโยชน์ต่อการศึกษาในอนาคต

ในบทความของประจักษ์ สุปันตี “การสร้างสรรค์ผลงานเรือน-กาย ร่างทวิลักษณ์จากความทรงจำของบ้าน” เป็นการรวบรวมแนวทางการศึกษาศิลปะโดยใช้สหวิทยาการ ในกระบวนการศึกษาวิจัยนี้ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับเรือนและกาย การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่อาศัยหรือกายกับเรือนนั้นมีในแทบจะทุกวัฒนธรรม (อาจจะเจือจางลงในวัฒนธรรมที่มีลักษณะเร่ร่อน) โดยปกติแล้วมักศึกษากันในศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม แต่บทความและงานสร้างสรรค์ชุดนี้ชี้ให้เห็นว่าการแยกแยะศาสตร์ออกจากกันนั้นเป็นเพียงการแบ่งแยกทางความคิด แต่ในทางปฏิบัติมนุษย์ผูกพันกับเรือนที่เราอยู่อาศัยในหลากหลายมิติมากกว่าที่ศาสตร์ ๆ เดียวจะทำความเข้าใจได้ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชุดนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์รูปแบบหนึ่ง

ในบทความของวิภาวี วรวุฒิวิทยารักษ์และอรัญญา ตุ้ยคำภีร์ “มาตรวัดการสร้างสรรค์เชิงศิลปะในนิสิตนักศึกษาฉบับภาษาไทย” ตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการศึกษาศิลปะในสถาบันของไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าทางลบ ในกระบวนการศึกษาโดยใช้มาตรวัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้ข้อเสนอที่น่าสนใจและน่าจะพัฒนาต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่นักศึกษาเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น

ในบทความ “สีเทา สีน้ำตาลและสีน้ำเงินในวัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเอโดะ (เพิ่มเติม)” โดยจิรายุ พงส์วรุตม์เป็นบทความสุดท้ายของชุดที่ว่าด้วยสีพื้นฐานสำหรับคนเมืองในสมัยเอโดะ ในบทความซึ่งทยอยตีพิมพ์ต่อกันสามตอนนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับบริบทของสีต่าง ๆ ทั้งในแง่บริบททางวัฒนธรรม การประยุกต์ใช้ ที่มาจากวัสดุในธรรมชาติไปจนกระทั่งตัวอักษรคันจิชื่อเรียกของสีอย่างละเอียด นับเป็นบทความที่รวบรวมองค์ความรู้นี้ไว้ในภาษาไทยอย่างครบถ้วนที่สุด

ในบทความของธนา จันทร์ศิริสว่าง “แนวคิดการออกแบบปรับปรุงการใช้สอยพื้นที่ภายในอาคารวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ (วังสามเสน) วชิรพยาบาล กรุงเทพมหานคร” เป็นบทความทางด้าน สถาปัตยกรรมภายในเกี่ยวกับกระบวนการปรับปรุงอาคารเก่าทรงคุณค่าให้เกิดประโยชน์ใช้สอยใหม่ ในกระบวนการดังกล่าวต้องการความร่วมมือจากหลากหลายศาสตร์สาขาเพื่อแสวงหาแนวทางที่ยังรักษาคุณค่าของอาคารและตอบสนองต่อบทบาทหน้าที่ร่วมสมัยได้

ในบทความของปวีณา สุธีรางกูร “ปรากฏการณ์แห่งอำนาจ: บทวิเคราะห์ผลงานศิลปะร่วมสมัยของสาครินทร์ เครืออ่อน” ทำการศึกษาผลงานศิลปะร่วมสมัย 4 ชิ้นที่นำเสนอในบริบทของการจัดแสดงในต่างประเทศ ผลงานชุดนี้นำเสนอประเด็นเรื่องคุณค่า อำนาจ การครอบครองของมนุษย์โดยศิลปินได้เลือกสรรวัสดุหลากหลายประเภทจนอาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีขอบเขตจำกัดการเลือกและการผสมผสานในกระบวนการจัดวางทำให้ผลงานศิลปะสื่อประเด็นดังกล่าวได้อย่างแหลมคม

ในบทความของอนิวัฒน์ ทองสีดา “กิจกรรมศิลปะสำหรับงานศิลปะร่วมสมัย: กรณีศึกษา  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” เป็นการศึกษาบทบาทของหอศิลป์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นที่ทราบกันดีว่านอกเหนือจากการจัดแสดงผลงานศิลปะประเภทต่าง ๆ กิจกรรมอันหลากหลายที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครจัดขึ้นประกอบกันกับนิทรรศการของตนเองนั้นมีบทบาทสำคัญเทียบเท่ากับตัวนิทรรศการเองเพราะมีศักยภาพทำให้ผู้ชมหลากหลายวัยสามารถเข้าถึงเนื้อหาของนิทรรศการได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ผู้ชมสามารถ ต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้รับออกไปอีกด้วยบทความของภควนิษฐ์ แสงศิริวรรธนะ “แนวความคิด รูปแบบผลงานศิลปะที่สะท้อนสังคมของทวี รัชนีกร” เป็นการศึกษาผลงานของศิลปินไทยคนสำคัญที่ผ่านช่วงเวลาของชีวิตอันยาวนาน นับตั้งแต่ช่วงพุทธศักราช 2500 เป็นต้นมาจนปัจจุบัน การศึกษาชี้ให้เห็นว่าศิลปินมีความเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบ วิธีการและแนวความคิดในการสร้างสรรค์ศิลปะจากแรงกระทบของความเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมของประเทศไทยในยุคต่าง ๆ

บทความของณหทัย อริยวัฒน์วงศ์และอินทิรา พรมพันธ์ุ “การออกแบบชุดกิจกรรมประยุกต์ศิลป์เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ทัศนธาตุสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น” เป็นการสรุปผลการปฏิบัติการพัฒนากิจกรรมทางทัศนศิลป์สำหรับนักเรียน เป็นที่ทราบกันดีว่าการศึกษาศิลปะมีความสำคัญกับพัฒนาการของเด็กเนื่องจาก มีบทบาทในการฝึกคิดแบบสร้างสรรค์ แสวงหาสิ่งใหม่ ๆ อย่างไรก็ตามเด็กมีความแตกต่างจากพื้นฐานครอบครัว สภาพแวดล้อมและวัย การศึกษาเพื่อแสวงหาวิธีในการให้การศึกษาศิลปะจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าเด็กมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนสูงขึ้นหลังจากผ่านการเรียนด้วยชุดกิจกรรมประยุกต์ศิลป์ที่ถูกออกแบบมาแล้วอย่างมีนัยสำคัญ

บทความของพิน สาเสาร์ “ศิลปะและการเยียวยาบาดแผลจากสงคราม” เป็นการศึกษากระบวนการที่ผู้เกี่ยวข้องแสวงหาการเยียวยาทางกายภาพของผู้ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมาที่อาวุธทรงประสิทธิภาพในการทำลายล้างมากขึ้นสร้างความเสียหายต่อทหารและพลเรือนที่เข้าร่วมสงครามเป็นอย่างสูง กระบวนการออกแบบใบหน้าเทียมและการผลิตที่ดีสามารถทำให้คนที่บาดเจ็บใบหน้าเสียหายสามารถกลับเข้าร่วมสังคมได้อย่างปกติ บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าศิลปะสามารถตอบสนองในจุดที่การแพทย์มาตรฐานอาจจะไปไม่ถึง ในแง่ของปัจจุบันที่สงครามในหลายอาณาบริเวณของโลกก็ยังคงอยู่ การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงนี้อาจจะช่วยให้เราพัฒนาขีดความสามารถในการบำบัดเยียวยาบาดแผลจากสงครามด้วย ศิลปะ

บทความของสุชาตา โรจนาบุตร “ภาพอาหารในประวัติศาสตร์ศิลป์” ชี้ให้เห็นว่าอาหารในแต่ละยุคสมัยที่เป็นทั้งความจำเป็นและเป็นวัฒนธรรมประเภทหนึ่งนั้น เมื่อถูกแสดงออกในผลงานศิลปะมักจะมีความหมายโดยนัยและทำหน้าที่สะท้อนความคิด ความคาดหวังและท่าทีที่ศิลปินมีต่อสังคมโดยรวมด้วย การตั้งคำถามถึงบริบทของจิตรกรรมภาพอาหารตั้งแต่สมัยอียิปต์มาจนช่วงทศวรรษ 1960 ของประเทศสหรัฐอเมริกา การศึกษานี้จึงชี้ประเด็นสำคัญที่ว่าภาพอาหารไม่ใช่แค่เป็นหลักฐานทำให้เราเข้าใจว่าคนแต่ละสมัยกินอะไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหลักฐานทำให้เราเข้าใจบริบททางสังคมวัฒนธรรมและท่าทีที่คนมีต่อ “การบริโภค” ในแต่ละยุคสมัยด้วย

 

เผยแพร่แล้ว: 15-09-2019

ฉบับเต็ม

Research Articles