บทความย้อนหลัง

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 (2565)

    วารสารศิลป์ พีระศรีฉบับนี้เป็นปีที่ 10 ฉบับที่ 1 นับจากฉบับแรกจนปัจจุบัน เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอความก้าวหน้าทางวิชาการศิลปะสาขาต่าง ๆ ทั้งในแง่รูปแบบของบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความระดับบัณฑิตศึกษา ฯลฯ ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในปีแห่งการครบรอบทศวรรษนี้เราพยายามจะพัฒนามาตรฐานของวารสารให้สูงขึ้น สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการได้มากขึ้นและที่สำคัญที่สุด เรามุ่งหวังจะเป็นหนึ่งในดัชนีวัดความสำเร็จของการศึกษาทางศิลปะในประเทศไทย

    สำหรับวารสารฉบับปีที่ 10 ฉบับที่ 1 นี้ มีบทความรวมทั้งสิ้น 5 บทความ ที่มีเนื้อหาตั้งแต่ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันออก ตะวันตก มาจนศิลปะร่วมสมัยและศิลปะที่อาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ ดังนี้

    บทความที่ 1 สีน้ำเงินในโลกที่ล่องลอยสมัยเอโดะ เป็นบทความที่สำรวจถึงลักษณะเฉพาะของสีน้ำเงินที่ได้รับความนิยมจากศิลปินภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ ในสมัยโบราณสีน้ำเงินเป็นสีที่ศิลปินใช้น้อยเนื่องจากต้องบดมาจากหินสีน้ำเงินที่หายากและราคาแพง แต่การคิดค้นสีน้ำเงินที่ผลิตจากเคมีได้ทำให้ศิลปินเข้าถึงสีนี้ได้มากขึ้น ส่งผลให้ภาพที่ต้องการสีน้ำเงิน เช่น บริเวณท้องฟ้าในภาพทิวทัศน์แพร่หลายขึ้นมา ในกรณีของญี่ปุ่นมีเงื่อนไขเชิงสังคมวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่ทำให้สีนี้แพร่หลายด้วย บทความนี้จะทำการสำรวจประเด็นดังกล่าว

    บทความที่ 2 จิตรกรรมหุ่นนิ่งในศิลปะคลาสสิค บทความนี้จะทำการสำรวจหนึ่งในหัวข้อที่สำคัญที่สุดในจิตรกรรมตะวันตกโดยใช้หลักฐานตั้งแต่ในจิตรกรรมสมัยกรีกโบราณ จนกระทั่งสมัยคลาสสิค การจำแนกประเภททำให้เห็นว่าในหัวข้อที่ดูไม่สลักสำคัญนี้กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จิตรกรรมตะวันตกอุดมสมบูรณ์ในแง่ของความหมายที่สัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน ซึ่งหลังจากนี้ศิลปินบางกลุ่มจะทำให้จิตรกรรมหุ่นนิ่งกลายเป็นจิตรกรรมแห่งความหมายเชิงสัญลักษณ์อันลึกซึ้ง เกี่ยวพันกับชีวิตและความตายและมรณานุสติในที่สุด

    บทความที่ 3 การส่งผ่านสภาวะไร้รูปแห่งสายธารดิจิทัลสู่รูปธรรมในงานทัศนศิลป์ เป็นการสำรวจบทบาทของสื่อดิจิทัลที่แม้จะมีอายุไม่ยาวนานมากนักแต่เป็นสื่อที่ทรงพลังในการสำรวจประเด็นต่าง ๆ ที่ทำให้เทคโนโลยีและมนุษย์มีความสัมพันธ์กันในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของตัวตนของมนุษย์ทั้งในแง่ส่วนบุคคลและในแบบส่วนรวมของสังคมที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากผลกระทบของสื่อชนิดนี้เอง บทความนี้ยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของสื่อนี้ผ่านผลงานสร้างสรรค์ของผู้เขียนบทความ/ ศิลปินเองด้วย

    บทความที่ 4 คตินิยมเรื่องสีในศิลปะและวัฒนธรรมจีน บทความนี้ชี้ให้เห็นปัจจัยทางสังคม ปรัชญา ศาสนา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีผลต่อการใช้สีประเภทต่าง ๆ ในงานจิตรกรรม สถาปัตยกรรม ไปจนกระทั่งหน้ากากงิ้ว และประเพณีบางประการ เช่น งานแต่งงาน งานศพ เป็นต้น นอกเหนือจากการให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนแล้ว บทความที่ชวนอ่านนี้ยังกระตุ้นให้เราหวนกลับมาขบคิดเกี่ยวกับประเพณีการใช้สีในสังคมอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

    บทความที่ 5 วัตถุสำเร็จรูปกับเลือดประจำเดือนในผลงานของศิลปินหญิงร่วมสมัย เป็นการสำรวจอาณาบริเวณการสร้างสรรค์ศิลปะโดยศิลปินหญิงร่วมสมัยที่สำคัญ เป็นที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา ศิลปินหญิงได้ทำการท้าทายกรอบของ “การสร้างสรรค์” ที่การนิยามมีมายาคติที่ให้อำนาจแก่ศิลปินชาย ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ศิลปินหญิงหลายท่านอาศัยองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ที่ศิลปินชายไม่มีหรือไม่สามารถผลิตและเข้าถึงได้ นั่นคือเลือดประจำเดือน เนื้อหาและวิธีที่ศิลปินนำเสนอจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่บทความจะศึกษาเพื่อมองหาข้อสรุปถึงศักยภาพขององค์ประกอบในลักษณะนี้

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (2564)

    วารสารวิชาการศิลป์ พีระศรี ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 มีบทความรวมทั้งส้ิน 6 บทความ มีเนื้อหาที่หลากหลายดังนี้

    บทความ “แนวอาชีพทางศิลปะตามแนวเกมมิฟิเคชันทางออนไลน์ทางการพัฒนาการแนะแนวการศึกษาต่อและการประกอบ” เป็นบทความที่สนใจเนื้อหาของการพัฒนาเกมออนไลน์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่สนใจเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในสาขาศิลปะ โดยอาศัยวิธีการถามตอบทำให้สามารถคาดการณ์อนาคตของผู้ที่สนใจศึกษาต่อในสาขานี้ชัดเจนขึ้น

    บทความ “แนวทางพัฒนาชุดกิจกรรมเรียนรู้การประดิษฐ์โคมมะเต้า Khom Craft สำหรับศูนย์การเรียนรู้บ้านโคมคำ จังหวัดน่าน” เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการประดิษฐ์โคมรูปแบบเฉพาะของจังหวัดน่าน โคมนี้แม้ไม่มีประโยชน์ใช้สอยจริงในปัจจุบันแล้ว แต่ยังคงมีบทบาทในการเป็นของประดับตกแต่งที่ให้ความสวยงามและสนับสนุนการท่องเที่ยวเนื่องจากให้บรรยากาศแบบท้องถิ่น การศึกษานี้พยายามแสวงหาวิธีการในการสร้างชุดกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทที่สนใจการสร้างสรรค์หัตถกรรม อันจะเป็นการฟื้นชีวิตของโคมขึ้นมาใหม่

    บทความ “ผลงาน When Adam delved and Eve span who was then the gentleman? ของนที อุตฤทธิ์” เป็นแนวทางการอ่านความหมายเชิงสัญลักษณ์ในงานจิตรกรรมร่วมสมัยที่ศิลปินใช้วิธีการแอพโพรพริเอทหรือหยิบยืมระบบความหมายมาจากจิตรกรรมตะวันตกในประวัติศาสตร์มาจนกระทั่งสมัยใหม่และร่วมสมัยจากนั้นเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจในสมัยปัจจุบันเข้าไป ความน่าสนใจของจิตรกรรมและบทความอยู่ที่การมองหาความสัมพันธ์ของสัญญะที่กระจัดกระจายหรือบางครั้งซ่อนตัวอยู่ในภาพ นำมาส่องวิเคราะห์ให้เห็นการสื่อความหมายแฝงและความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมร่วมสมัยด้วย

    อุดมคติหรือยูโทเปีย แนวคิดนี้มักมีจุดมุ่งหมายเพื่อเตือนสติบุคคลเกี่ยวกับโลกอนาคตซึ่งปรากฏในจิตรกรรมตั้งแต่สมัยเรอเนสซองส์ เช่น ภาพของโลกหลังจากน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ เป็นต้น ในศิลปะและสื่อร่วมสมัยมักเป็นการสร้างภาพเกี่ยวกับโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือหลังสงครามใหญ่ บทความเป็นการวิเคราะห์การจัดวางองค์ประกอบศิลป์ในภาพยนตร์ชุดหรือภาพยนตร์ซีรี่ส์ว่าได้นำเสนอแนวคิดและต่อต้านแนวคิดดิสโทเปียอย่างไร

    บทความ “ร่องรอยของคนที่อยู่บนวัตถุและพื้นที่ทางศิลปะ” เป็นบทความที่ตั้งคำถามถึงแนวทางการสร้างสรรค์ศิลปะในช่วงทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมาที่ให้ความสำคัญกับแนวทางสุนทรียสัมพันธ์อันเป็นแนวทางสุนทรียภาพที่นำเสนอโดยนักวิชาการศิลปะชาวฝรั่งเศสนิโกลาส์ บุริโยด์ แนวทางนี้เมื่อทำการสำรวจงานศิลปะหลายชิ้นพบว่ามีลักษณะสอดคล้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ว่าด้วยมีความเป็นไปได้ไหมที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับผู้ชมที่ไม่ผ่านระบบพาณิชย์อันเป็นแนวทางความคิดแบบมาร์กซิสม์

    และบทความ “การเล่าเรื่องราวผ่านงานสร้างสรรค์ด้วยการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี VR/AR” เป็นบทความที่มาจากงาน Re-Inventing Silpakorn โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร ในส่วนของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ได้รับผิดชอบจัดการบรรยายและการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการสร้างสรรค์และวิจัยด้านศิลปะ (DIGITAL TECHNOLOGY FOR ARTISTIC CREATIVITY AND RESEARCH) ซึ่งหนึ่งในการบรรยายโดยศิลปินที่ใช้เทคนโนโลยี AR/AR เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์คือคุณซูฟีย์ ยามา และได้ส่งบทความวิชาการเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ภายใต้ชื่อข้างต้นด้วย เนื้อหาสำคัญของบทความนี้อยู่ที่การรวบยอดความคิดให้เห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้แม้จะถูกใช้ในกิจกรรมการวิจัยหรือสำรวจความเป็นไปได้ในแง่มุมต่าง ๆ แต่ศิลปินเองก็เล็งเห็นความสำคัญนี้และใช้สร้างสรรค์ผลงานโดยที่ทำให้ผู้ชมผลงานเหล่านั้นมีส่วนร่วมกับผลงานอย่างมาก

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 (2564)

    วารสารศิลป์ พีระศรี ฉบับมกราคม-มิถุนายน 2564 เป็นปีที่ 9 ของวารสารแล้ว ฉบับนี้ประกอบด้วยบทความจำนวน 8 บท บทความแรก “ว่าด้วยต้นกำเนิดของสวนธรรมชาติและสวนทิวทัศน์แห้ง” ในวัดพุทธศาสนานิกายเซนในประเทศญี่ปุ่น ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นทั้งสวนธรรมชาติและสวนทิวศน์แห้งต่างก็มีความสำคัญกับปรัชญาและการตีความของเซนในเรื่องตัวตน พัฒนาการของสวนที่เป็นนามธรรมยิ่งสอดคล้องกับปรัชญาของเซน การเชื่อมโยงศิลปะประเภทจิตรกรรมกับสวนเข้าหากันเป็นประเด็นสำคัญของบทความ ในบทความที่สอง “จิตรกรรมสื่อผสมการปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ปักด้วยมือที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานภาพวาดโดยเด็กออทิสติก” เชื่อมโยงสองประเด็นสำคัญเข้าด้วยกัน นั่นคือ ศิลปะจากเด็กออทิสติกและงานสร้างสรรค์ต่อเนื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะดังกล่าว โดยมีสมมติฐานว่างานสร้างสรรค์ศิลปะโดยเด็กออทิสติกนั้นมีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างจากผลงานของเด็กปกติเนื่องจากการรับรู้โลกแตกต่างกัน การใช้ผลงานของเด็กออทิสติกสร้างแรงบันดาลใจเพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าศิลปะเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

    ในกลุ่มที่เกี่ยวกับเด็กเช่นกัน บทความเรื่อง “แนวทางการพัฒนากิจกรรมศิลปะเพื่อสร้างประสบการณ์สุนทรียะสำหรับเด็กที่บกพร่องทางการเห็น” การนำศิลปะมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กกลุ่มนี้เปิดให้เห็นศักยภาพของศิลปะในการรักษาจิตใจของมนุษย์ในแง่มุมต่าง ๆร่วมไปกับการรักษาด้วยวิธีการอื่น

    ในบทความที่เป็นการศึกษาศิลปะขั้นสูง “ความทรงจำกับสถานที่ผ่านสัมผัส” สำรวจความทรงจำของมนุษย์ผ่านแง่มุมเรื่องสัมผัสกับสถานที่อาศัยจนกระทั่งเกิดความทรงจำตามแนวทางของปรากฏการณ์นิยม ประเด็นนี้ได้รับการสำรวจครั้งแล้วครั้งเล่าโดยศิลปินร่วมสมัยกลายเป็นงานศิลปะที่สำคัญมากมาย แม้กระทั่งในปัจจุบันที่ผู้เขียนบทความสำรวจงานศิลปะที่เพิ่งสร้างขึ้น ส่วนบทความ “บทบาทของถ้อยคำและภาพร่างกายในการนำเสนอประเด็นทางสังคมของศิลปะร่วมสมัยกรณีศิลปินสตรี” เป็นการเจาะลึกไปยังประเด็นเรื่องร่างกายของสตรีและการใช้ถ้อยคำอันเป็นสื่อที่ทรงพลังอย่างยิ่งเช่นกันมานำเสนอในศิลปะร่วมสมัย ประเด็นดังกล่าวรวมทั้ง การต่อสู้ทางวัฒนธรรมของศิลปินในแนวทางเฟมินิสม์ การนำเสนอประเด็นทางวัฒนธรรมระหว่างสตรีกับบุรุษในวัฒนธรรมอิสลาม ประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการใช้แรงงานในประวัติศาสตร์ ศิลปินหลายท่านใช้ชิ้นส่วนของร่างกายและตัวอักษรที่เป็นทั้งคำพูดไปจนบทกวีเพื่อสื่อเนื้อหาได้อย่างแหลมคม

    บทความเรื่อง “การมัดย้อมสีธรรมชาติด้วยเทคนิคชิโบริ” เป็นการศึกษาที่นำผลลัพธ์ของการศึกษาไปสร้างสรรค์ออกแบบจริง เทคนิคชิโบริขึ้นชื่อว่าเป็นวิธีการมัดย้อมที่สามารถสร้างลวดลายได้หลากหลายสามารถนำมาตอบรับกับการออกแบบเสื้อผ้าในโลกปัจจุบันได้ดี บทความนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นเช่นนั้น

    บทความเรื่อง “แนวคิดสะท้อนอัตลักษณ์ในผลงานของคิมซูจา” เป็นการศึกษาผลงานสตรีชาวเกาหลีที่มีบริบททางวัฒนธรรมแตกต่างจากโลกตะวันตก ศิลปินสะท้อนเรื่องราวส่วนตัวออกมาในบริบททางสังคมวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีได้อย่างน่าสนใจ

    บทความเรื่อง “กราฟิกดีไซน์ของโปสเตอร์งานแสดงนิทรรศาการนานาชาติญี่ปุ่นที่โอซาก้า 1970” เป็นบทความต่อเนื่อง ที่สำรวจโลกของงานออกแบบกราฟิกญี่ปุ่นตั้งแต่โอลิมปิกโตเกียว 1964 โอลิมปิกซัปโปโร 1972 มาจนเอ็กซ์โปโอซาก้า 1970 โดยการศึกษาข้อมูลเชิงลึกตั้งแต่นักออกแบบ แนวคิดในการออกแบบไปจนกระทั่งเทคนิคที่ใช้ บทความมีภาพประกอบที่ดีเลิศ สามารถใช้เป็นแบบอย่างของการเรียนการสอนหรือการทำงานออกแบบในสาขานี้ได้

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 8 ฉบับที่ 1-2 (2563)

    วารสารศิลป์ พีระศรีเดินหน้ามาถึงปีที่ 8 แต่ดั้งเดิมวารสารฉบับนี้ออกปีละ 2 ฉบับ คือฉบับกันยายนและฉบับมีนาคมโดยมีฉบับ 15 กันยายน 2556 เป็นปฐมเนื่องจากเราถือฤกษ์อันเป็นมงคลของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ อย่างไรก็ตามเมื่อสถานะการณ์เปลี่ยนไป เพื่อให้วารสารสามารถออกได้ตามเกณฑ์ของ Thailand Citation Index คือฉบับต้นปีและกลางปี วารสารฉบับนี้จึงเป็นการรวบยอดสองฉบับเข้าหากันคือ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 และ 2 ดังนั้นวารสาร ฉบับนี้จึงจะมีบทความมากเป็นพิเศษ รวม 12 บทความด้วยกัน จากนั้นในปี 2564 เราจะปรับการออกวารสารเป็นฉบับมกราคมและมิถุนายน

     

    โดยในวารสารฉบับนี้เห็นแนวโน้มของการศึกษาศิลปะในหลายทิศทาง ในทิศทางแรก บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะในต่างประเทศ ในฉบับนี้มีบทความที่ว่าด้วยการออกแบบโปสเตอร์สำหรับงานโอลิมปิกฤดูหนาว ที่ซัปโปโร 1972 สำหรับประเทศไทยที่รู้จักโอลิมปิกฤดูหนาวน้อยกว่าฤดูร้อน บทความนี้จะชี้ให้เห็นกระบวนการออกแบบที่วางอยู่บนพื้นฐานทางสังคมวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าว ที่ต่อเนื่องมาจากโอลิมปิกฤดูร้อนที่โตเกียวเป็นเจ้าภาพในค.ศ.1964 ที่มีบทความศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบโปสเตอร์เอาไว้แล้วในวาร สารปีที่ 7 ฉบับที่ 1 ส่วน บันทึกเกี่ยวกับภาพโอโจโยฌูจากการสำรวจ ณ ประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2562) เป็นบทความที่ศึกษาศิลปะญี่ปุ่นเช่นกันคือบทความที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของแนวความคิดเกี่ยวกับนรกและสวรรค์ที่กลายเป็นศิลปะที่แพร่หลายในสังคมญี่ปุ่นช่วงก่อนสมัยใหม่ และบทความ An Overview: Visual Communication in Photography as Healing Therapy เป็นบทความในกลุ่มเดียวกันที่เป็นการศึกษาการสื่อสารในภาพถ่ายจากประเทศมาเลเซียว่าด้วย Visual Communication in Photography

     

    นอกจากนี้ในกลุ่มนี้ก็ยังมีการศึกษาแนวคิดหลังอาณานิคมกับวาทกรรมความรู้ในผลงาน “This is not an Apricot” ของศิลปิน มาเรีย เธเรซา อัลเวส เราล้วนทราบดีว่าศิลปินร่วมสมัยจากภูมิภาคนี้มีพื้นฐานแนวคิดในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองของตนเองที่แข็งแกร่ง ในการศึกษาที่อาศัยวิธีการแบบโครงสร้างนิยมได้ชี้ให้เห็นการใช้สัญญะและการสื่อความหมายแฝงของศิลปินเช่นเดียวกันกับบทความประวัติศาสตร์บาดแผลในงานศิลปะร่วมสมัย กรณีศึกษาวิธีการใช้วัตถุสำเร็จรูปและวัสดุเก็บตกในงานของ อันเซล์ม คีเฟอร์ และ ไช่กว๋อเฉียง ว่าด้วยประวัติศาสตร์บาดแผลในงานศิลปะร่วมสมัยที่ต้องการชี้ให้เห็นศักยภาพของศิลปะร่วมสมัยในการนำเสนอประเด็นทางสังคมและประวัติศาสตร์

     

    ในทิศทางที่สอง บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในชุมชนผ่านกระบวนการทางศิลปะ: กรณีศึกษาชุมชนริมคลองบางหลวง บทความที่ว่าด้วยการศึกษาบทบาทของศิลปะที่ไปมีส่วนร่วมกับสังคมภายนอก ดังเช่นบทความที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการสร้างสรรค์ศิลปะที่พยายามนำศิลปะเข้ามามีส่วนร่วมกับคนสูงวัยอันเป็นเรื่องที่สังคมไทยเองก็ต้องเผชิญหน้าในอนาคต และ กระบวนการดำเนินงานโครงการ “ค่ายศิลปศึกษาสู่ชุมชนเพื่อพัฒนาทักษะและประสบการณ์การเรียนรู้ด้านศิลปะให้กับเยาวชนเพื่อต่อยอดเส้นทางงานประกวดและส่งเสริมอาชีพ” ณ โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านท่าตะเภา) จังหวัดชุมพร บทความที่ว่าด้วยค่ายศิลปะศึกษาที่เป็นที่ยอม รับกันว่าค่ายศิลปะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สนุกสนานที่สุดของมนุษย์ทุกคน ทุกวัย ทั้งสองบทความล้วนแล้วแต่เป็นการศึกษาที่น่าสนใจทั้งสิ้น

     

    ในการศึกษาทิศทางที่สาม ความสำคัญของ “ชิ้นส่วน” และ “ร่องรอย” ของร่างกายสตรีในฐานะวัตถุสำหรับศิลปะร่วมสมัย เกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะจากร่างกายมนุษย์ บทความที่ว่าด้วยร่าง กายสตรีอันเป็นพื้นที่ที่เคยถูกละเลยในฐานะสื่อเพื่อการแสดงออกถึงประเด็นของผู้หญิง ประเด็นนี้ถูกทบทวนอีกครั้งว่าชิ้นส่วนของร่างกายในบริเวณที่เฉพาะเจาะจงถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นศิลปะร่วมสมัยที่สื่อสารได้อย่างตรงประเด็นได้อย่างไร ในอีกทางหนึ่งร่างกายของเพศชายและทางเลือกทางเพศที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของสังคมล้านนา ซึ่งอยู่ในบทความ บริบทที่แตกต่างกันของเกย์ในสังคมเมืองกับเกย์ล้านนาและการศึกษาภาพเกย์จากจิตรกรรมวัดภูมินทร์ โดยทั้งสองบทความล้วนแต่นำเราเข้าสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับ “ร่างกาย” ทั้งสิ้น

     

    ในการศึกษาทิศทางที่สี่ “วิธีการสื่อสารแนวความคิดผ่านภาพบทอินสตาแกรมของพิพิธภัณฑ์ไอศกรีม” บทความที่ทำการศึกษาการใช้ภาพในสื่อใหม่ที่อายุยังน้อยแต่กลับมีอิทธิพลอย่างมาก ต่อกระบวนการคิดของคนรุ่นเยาว์ (หรือรุ่นใหญ่ด้วยก็ตาม) อย่างอินสตาแกรม จากความคิดที่ว่าด้วยการนำเสนอข้อมูลและภาพอย่างสะเปะสะปะ กลายเป็นการนำเสนอชุดความคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อสื่อสารประเด็นที่ต้องการ อินสตาแกรมของ The Ice Cream Museum อาจจะเป็นหนึ่งในกรณีนั้น บทความนี้จะวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ที่ใกล้เคียงกันคือ ภาพและคำ: รูปแบบคำบรรยายภาพในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ บทความที่ว่าด้วยการศึกษาวิธีการเขียนคำบรรยายภาพ ในพิพิธภัณฑ์เลื่องชื่ออย่าง The Rijks Museum ที่อัมสเตอร์ดัม ทราบกันดีว่า ในพิพิธภัณฑ์ปัจจุบันกับแนวคิดใหม่ของการเข้าถึงบุคคลให้ตรงและชัดเจนที่สุด ข้อความบรรยายใต้ (หรือข้างๆ) ผลงานศิลปะจึงมีบทบาทในการทำหน้าที่ช่วยให้ข้อมูลพื้นฐาน ช่วยชี้นำผู้ดูสู่ประเด็นที่น่าสนใจ รวมถึงการปรับโฟกัสผู้ดูไปยังจุดที่ต้องการสื่อสารหลัก บทความนี้จะเป็นหนึ่งในบทความแรกๆ ที่ศึกษาประเด็นนี้อย่างเป็นรูปธรรม

     

    ในทิศทางสุดท้าย การศึกษาเรื่องเล่า “คัทธนกุมารชาดก” ในจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์จังหวัดน่าน ในการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะโดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถหรือพระวิหาร การทำความเข้าใจตัวเรื่องเล่าก็เป็นกุญแจสำคัญ การศึกษาเกี่ยวกับวรรณกรรมที่เป็นภาพเล่าเรื่องที่ได้รับความนิยมในสังคมล้านนาคือคัทธนกุมารชาดกเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับวรรณกรรมและจะได้นำไปศึกษาเทียบเคียงกับจิตรกรรมฝาผนังต่อไป

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 (2563)

    วารสารศิลป์ พีระศรี Journal of Fine Arts ฉบับนี้เป็นปีที่ 7 ฉบับที่ 2 วารสารนี้เป็นฉบับแรกที่เป็นแบบออนไลน์ ท่านผู้สนใจสามารถเข้าถึงบทความได้จากเว็บไซต์ของ Thaijo หรือลิ้งค์จากเว็บไซต์ของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้

    บทความแรกที่นำเสนอในฉบับนี้คือ “กราฟิกดีไซน์ของโปสเตอร์โอลิมปิกที่โตเกียว 1964" ในบทความนี้ผู้ เขียนตั้งใจนำเสนอเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิกโตเกียว 2020 แม้งานจะถูกเลื่อนออกไปแต่บทความก็ยังคง รักษาเนื้อหาที่เข้มข้นไว้ได้ ประเด็นสำคัญคือ ในกระบวนการออกแบบโปสเตอร์และกราฟิกของงานเมื่อค.ศ. 1964 นั้น นอกเหนือจากความพยายามนำเสนอตัวตนความเป็นญี่ปุ่นเพื่อคนญี่ปุ่นเองและเพื่อสายตาคนต่าง ชาติแล้ว ความพยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในกรณีนี้คือ การถ่ายภาพหรือการพิมพ์ ทำให้นัก ออกแบบตัดสินใจเลือกภาพถ่ายมาเป็นสื่อหลัก ดังนั้น เมื่องานโอลิมปิกครั้งนี้จบลง ญี่ปุ่นก็ได้ทยอยส่ง ผลิตภัณฑ์กลุ่มภาพถ่ายของตัวเองลงสนามการค้าโลก ทั้งกล้องอย่าง Nikon, Mamiya หรือกระทั่งฟิล์ม Fuji ก็ตาม และกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศในช่วงไม่นานนักหลังจากโอลิมปิก

    ในบทความเรื่อง “การถักทอและการจักสานในศิลปะร่วมสมัย” เป็นการศึกษาสื่อประเภทใหม่ๆ ที่ได้รับความ นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในการสร้างสรรค์ศิลปะ เหตุเป็นดังที่บทความจะชี้ให้เห็นว่าสื่อกลุ่มนี้มีศักยภาพในการนำ เสนอทั้งความคิด รูปแบบและสัมผัสบางประการที่สื่ออื่นเสนอไม่ได้ ในบทความเรื่อง “การเยียวยาสภาวะทาง จิต ด้วยศิลปะบำบัด” เป็นการย้ำประเด็นสำคัญทั้งในทางศิลปะและในทางการแพทย์ว่า ศิลปะเป็นเครื่องมือที่มี ศักยภาพอย่างมากในการบำบัดผู้ป่วยที่มีสาเหตุต่าง ๆ

    ในบทความเรื่อง “บทบาทของวัตถุสำเร็จรูปและวัสดุเก็บตกในศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย” ได้ชี้ให้เห็นการ เปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ จากการ “สร้าง” มาเป็นการ “เลือก” ก่อให้เกิดการ ปฏิวัติกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะนับแต่นั้น วัตถุสำเร็จรูปและวัสดุเก็บตกยังทำให้ศิลปะสามารถสื่อสารใน ขอบเขตที่สื่อแบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้และนำพาศิลปะหลุดออกจากการชมหรือฟัง กลายมาเป็นการมีส่วร่วม ของผู้ชมอย่างลึกซึ้งด้วย บทความเรื่อง “ผลงานของกลุ่ม Manifesi.AR ในงานเวนิสเบียนนาเล่ 2011” เป็นการ ศึกษาถึงบทบาทของสื่ออย่าง augmented reality และการนำมาสู่บริบทของเทศกาลศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของ โลก

    บทความเรื่อง “ประติมากรรมนุ่มในศิลปกรรมร่วมสมัย” เป็นการศึกษาวัสดุใหม่ที่เป็นด้านตรงข้ามกับ ประติมากรรมพื้นฐานแบบที่คนทั่วไปเข้าใจ จากการเริ่มต้นที่พยายามหาวัสดุใหม่ๆ กลายมาเป็นการท้าทาย แนวความคิดพื้นฐานเกี่ยวกับประติมากรรมเลยทีเดียว บทความ “แนวคิดใหม่ในการพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน” เป็นแนวทางการปฏิบัติทดลองจริง เด็กๆ ได้ทำให้เห็น ว่าจิตสำนึกที่ดีเป็นสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นได้ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

    บทความ “แสงมิติแห่งจิตวิญญาณและหลักความไม่แน่นอนในงานของปิแอร์ ซูลาจส์ และ จูเต๋อฉวิน” ได้ชี้ให้ เห็นความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะว่าเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ การค้นพบที่สำคัญทาง วิทยาศาสตร์นั้น เดินทางคู่ขนานกับการค้นพบทางศิลปะที่สำคัญเช่นกัน

1-5 of 18