ฉบับย้อนหลัง - หน้า 2

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (2562)

    วารสารวิชาการ โดย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

    ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 กันยายน 2562

    วารสารศิลป์พีระศรีฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี พระราชทานบทความ การค้นคว้าวิจัยเรื่อง ”การศึกษาเพื่อสร้างสรรค์หลากลาย หลายชีวิต” เพื่อนำมาพิมพ์เผยแพร่แก่สาธารณชน

    สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทรงมีพระดำริที่จะทรงศึกษาต่อในระดับดุษฎีบัณฑิตสาขาทัศนศิลป์ ที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยที่ทรงปรารภว่า “งานศิลปะทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขข้าพเจ้าจึงอยากแบ่งปันความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย” ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มทรงเข้าศึกษาเมื่อพุทธศักราช 2560 ทรงแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพเชิงสร้างสรรค์ ทั้ง ๆ ที่ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการทรงงานด้านวิจัยวิทยาศาสตร์

     จากการนำผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ออกแสดงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2561 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำให้คณาจารย์ ตลอดจนสาธารณชนได้ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถ อีกทั้งยังทำให้ชาวไทยได้ชื่นชม และเกิดความปีติ สมดั่งพระปณิธาน

     นอกจากนี้ กระบวนการทำวิทยานิพนธ์ของ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ยังได้ทำการค้นคว้าวิจัย ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลงานสร้างสรรค์และนำเสนอเป็นบทความวิชาการดังที่เห็นนี้ สมมุติฐานของบทความดังกล่าว ตั้งอยู่บนความฝันอันเป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ซึ่งสามารถปรับแปลงจนกลายเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะได้ ศิลปิน เช่น อองรี รุสโซ หรือยะโยะอิ คุสะมะ นั้น แม้ว่าจะไม่ผ่านการศึกษาทางศิลปะมาโดยตรง แต่มีความสามารถเฉพาะตนทำให้สามารถปรับแปลงความฝันจนกลายเป็นผลงานศิลปะที่มีพลังกระทบใจผู้ดูอย่างลึกซึ้ง ส่วนองค์ศิลปินเองก็ได้ปรับแปลงความฝันให้กลายเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถสื่อสารเนื้อหาและสร้างสรรค์ความรู้สึกร่วมให้แก่ผู้ชม บทความนี้ได้เข้ารับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิครบตามกระบวนการและสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานค้นคว้าวิจัยควบคู่ไปกับการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ตามเงื่อนไขของบัณฑิตวิทยาลัยและหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรทุกประการ

    ในบทความของปานชีวา บุตรราช “ศิลปะการนำเสนอด้วยภาพในการดัดแปลงข้ามสื่อ: จากวรรณกรรมสู่ละครชุดสิงหมิงซือเหยีย” เป็นการศึกษาวรรณกรรมที่ถูกนำไปสร้างเป็นละคร ด้วยกระบวนการปรับแปลงข้ามสื่อทำให้เนื้อหาบางประการสามารถแสดงทัศนะเชิงยั่วล้อที่ ผู้ประพันธ์มีต่อนโยบายของรัฐได้ นอกจากนี้การศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมจีนในบริบทร่วมสมัยในทางหนึ่งย่อมเป็นแง่มุมที่จะมีประโยชน์ต่อการศึกษาในอนาคต

    ในบทความของประจักษ์ สุปันตี “การสร้างสรรค์ผลงานเรือน-กาย ร่างทวิลักษณ์จากความทรงจำของบ้าน” เป็นการรวบรวมแนวทางการศึกษาศิลปะโดยใช้สหวิทยาการ ในกระบวนการศึกษาวิจัยนี้ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับเรือนและกาย การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่อาศัยหรือกายกับเรือนนั้นมีในแทบจะทุกวัฒนธรรม (อาจจะเจือจางลงในวัฒนธรรมที่มีลักษณะเร่ร่อน) โดยปกติแล้วมักศึกษากันในศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม แต่บทความและงานสร้างสรรค์ชุดนี้ชี้ให้เห็นว่าการแยกแยะศาสตร์ออกจากกันนั้นเป็นเพียงการแบ่งแยกทางความคิด แต่ในทางปฏิบัติมนุษย์ผูกพันกับเรือนที่เราอยู่อาศัยในหลากหลายมิติมากกว่าที่ศาสตร์ ๆ เดียวจะทำความเข้าใจได้ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชุดนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์รูปแบบหนึ่ง

    ในบทความของวิภาวี วรวุฒิวิทยารักษ์และอรัญญา ตุ้ยคำภีร์ “มาตรวัดการสร้างสรรค์เชิงศิลปะในนิสิตนักศึกษาฉบับภาษาไทย” ตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการศึกษาศิลปะในสถาบันของไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าทางลบ ในกระบวนการศึกษาโดยใช้มาตรวัดที่เป็นวิทยาศาสตร์ให้ข้อเสนอที่น่าสนใจและน่าจะพัฒนาต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่นักศึกษาเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น

    ในบทความ “สีเทา สีน้ำตาลและสีน้ำเงินในวัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเอโดะ (เพิ่มเติม)” โดยจิรายุ พงส์วรุตม์เป็นบทความสุดท้ายของชุดที่ว่าด้วยสีพื้นฐานสำหรับคนเมืองในสมัยเอโดะ ในบทความซึ่งทยอยตีพิมพ์ต่อกันสามตอนนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับบริบทของสีต่าง ๆ ทั้งในแง่บริบททางวัฒนธรรม การประยุกต์ใช้ ที่มาจากวัสดุในธรรมชาติไปจนกระทั่งตัวอักษรคันจิชื่อเรียกของสีอย่างละเอียด นับเป็นบทความที่รวบรวมองค์ความรู้นี้ไว้ในภาษาไทยอย่างครบถ้วนที่สุด

    ในบทความของธนา จันทร์ศิริสว่าง “แนวคิดการออกแบบปรับปรุงการใช้สอยพื้นที่ภายในอาคารวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ (วังสามเสน) วชิรพยาบาล กรุงเทพมหานคร” เป็นบทความทางด้าน สถาปัตยกรรมภายในเกี่ยวกับกระบวนการปรับปรุงอาคารเก่าทรงคุณค่าให้เกิดประโยชน์ใช้สอยใหม่ ในกระบวนการดังกล่าวต้องการความร่วมมือจากหลากหลายศาสตร์สาขาเพื่อแสวงหาแนวทางที่ยังรักษาคุณค่าของอาคารและตอบสนองต่อบทบาทหน้าที่ร่วมสมัยได้

    ในบทความของปวีณา สุธีรางกูร “ปรากฏการณ์แห่งอำนาจ: บทวิเคราะห์ผลงานศิลปะร่วมสมัยของสาครินทร์ เครืออ่อน” ทำการศึกษาผลงานศิลปะร่วมสมัย 4 ชิ้นที่นำเสนอในบริบทของการจัดแสดงในต่างประเทศ ผลงานชุดนี้นำเสนอประเด็นเรื่องคุณค่า อำนาจ การครอบครองของมนุษย์โดยศิลปินได้เลือกสรรวัสดุหลากหลายประเภทจนอาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีขอบเขตจำกัดการเลือกและการผสมผสานในกระบวนการจัดวางทำให้ผลงานศิลปะสื่อประเด็นดังกล่าวได้อย่างแหลมคม

    ในบทความของอนิวัฒน์ ทองสีดา “กิจกรรมศิลปะสำหรับงานศิลปะร่วมสมัย: กรณีศึกษา  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” เป็นการศึกษาบทบาทของหอศิลป์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นที่ทราบกันดีว่านอกเหนือจากการจัดแสดงผลงานศิลปะประเภทต่าง ๆ กิจกรรมอันหลากหลายที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครจัดขึ้นประกอบกันกับนิทรรศการของตนเองนั้นมีบทบาทสำคัญเทียบเท่ากับตัวนิทรรศการเองเพราะมีศักยภาพทำให้ผู้ชมหลากหลายวัยสามารถเข้าถึงเนื้อหาของนิทรรศการได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ผู้ชมสามารถ ต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้รับออกไปอีกด้วยบทความของภควนิษฐ์ แสงศิริวรรธนะ “แนวความคิด รูปแบบผลงานศิลปะที่สะท้อนสังคมของทวี รัชนีกร” เป็นการศึกษาผลงานของศิลปินไทยคนสำคัญที่ผ่านช่วงเวลาของชีวิตอันยาวนาน นับตั้งแต่ช่วงพุทธศักราช 2500 เป็นต้นมาจนปัจจุบัน การศึกษาชี้ให้เห็นว่าศิลปินมีความเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบ วิธีการและแนวความคิดในการสร้างสรรค์ศิลปะจากแรงกระทบของความเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมของประเทศไทยในยุคต่าง ๆ

    บทความของณหทัย อริยวัฒน์วงศ์และอินทิรา พรมพันธ์ุ “การออกแบบชุดกิจกรรมประยุกต์ศิลป์เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ทัศนธาตุสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น” เป็นการสรุปผลการปฏิบัติการพัฒนากิจกรรมทางทัศนศิลป์สำหรับนักเรียน เป็นที่ทราบกันดีว่าการศึกษาศิลปะมีความสำคัญกับพัฒนาการของเด็กเนื่องจาก มีบทบาทในการฝึกคิดแบบสร้างสรรค์ แสวงหาสิ่งใหม่ ๆ อย่างไรก็ตามเด็กมีความแตกต่างจากพื้นฐานครอบครัว สภาพแวดล้อมและวัย การศึกษาเพื่อแสวงหาวิธีในการให้การศึกษาศิลปะจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าเด็กมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนสูงขึ้นหลังจากผ่านการเรียนด้วยชุดกิจกรรมประยุกต์ศิลป์ที่ถูกออกแบบมาแล้วอย่างมีนัยสำคัญ

    บทความของพิน สาเสาร์ “ศิลปะและการเยียวยาบาดแผลจากสงคราม” เป็นการศึกษากระบวนการที่ผู้เกี่ยวข้องแสวงหาการเยียวยาทางกายภาพของผู้ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมาที่อาวุธทรงประสิทธิภาพในการทำลายล้างมากขึ้นสร้างความเสียหายต่อทหารและพลเรือนที่เข้าร่วมสงครามเป็นอย่างสูง กระบวนการออกแบบใบหน้าเทียมและการผลิตที่ดีสามารถทำให้คนที่บาดเจ็บใบหน้าเสียหายสามารถกลับเข้าร่วมสังคมได้อย่างปกติ บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าศิลปะสามารถตอบสนองในจุดที่การแพทย์มาตรฐานอาจจะไปไม่ถึง ในแง่ของปัจจุบันที่สงครามในหลายอาณาบริเวณของโลกก็ยังคงอยู่ การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงนี้อาจจะช่วยให้เราพัฒนาขีดความสามารถในการบำบัดเยียวยาบาดแผลจากสงครามด้วย ศิลปะ

    บทความของสุชาตา โรจนาบุตร “ภาพอาหารในประวัติศาสตร์ศิลป์” ชี้ให้เห็นว่าอาหารในแต่ละยุคสมัยที่เป็นทั้งความจำเป็นและเป็นวัฒนธรรมประเภทหนึ่งนั้น เมื่อถูกแสดงออกในผลงานศิลปะมักจะมีความหมายโดยนัยและทำหน้าที่สะท้อนความคิด ความคาดหวังและท่าทีที่ศิลปินมีต่อสังคมโดยรวมด้วย การตั้งคำถามถึงบริบทของจิตรกรรมภาพอาหารตั้งแต่สมัยอียิปต์มาจนช่วงทศวรรษ 1960 ของประเทศสหรัฐอเมริกา การศึกษานี้จึงชี้ประเด็นสำคัญที่ว่าภาพอาหารไม่ใช่แค่เป็นหลักฐานทำให้เราเข้าใจว่าคนแต่ละสมัยกินอะไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหลักฐานทำให้เราเข้าใจบริบททางสังคมวัฒนธรรมและท่าทีที่คนมีต่อ “การบริโภค” ในแต่ละยุคสมัยด้วย

     

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 (2562)

    วารสารวิชาการ โดย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

    ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 มีนาคม 2562

    วารสารวิชาการศิลป์ พีระศรีฉบับปีที่ 6 เล่มที่ 2 มีนาคม 2562 มีบทความที่น่าสนใจดังนี้ กลุ่มที่ศึกษาศิลปะไทยมีบทความเรื่อง “สีสันในพหุสังคมวัฒนธรรมของชาวใต้” บทความนี้นำเสนอว่าในแต่ละวัฒนธรรมนั้นมีลักษณะเฉพาะของตัวเองในแง่ต่างๆ แม้กระทั่งสี ในภาคใต้ของประเทศไทยที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรมชาวพุทธ วัฒนธรรมชาวมุสลิมและวัฒนธรรมจีนที่ต่างก็มีสีสันและวิธีการแสดงออกของตนเอง เมื่ออยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวบนพื้นที่ ความแตกต่างนี้กลับผสมผสานเข้าหากันจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำาภาค บทความ “การแสดงอัตลักษณ์ทางชาติพันธ์ุของชาวไทยมุสลิมผ่านทางสถาปัตยกรรมมัสยิด” ในกรุงเทพภาคใต้และภาคเหนือ การศึกษาอย่างละเอียดทำาให้เห็นถึงการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของกลุ่มชนภายใต้รูปแบบดั้งเดิม อีกบทความหนึ่งเป็นการ “รายงานผลงานสร้างสรรค์การแสดงร่วมสมัยชุด “เหิร” ที่ได้รับแรง บันดาลใจจากฟ้อนกิ่งกะหร่า อันเป็นการแสดงพื้นบ้านของชาวไทใหญ่ทางภาคเหนือของประเทศไทยที่ถูกนำมาตีความใหม่ในการศึกษาศิลปะของประเทศเพื่อนบ้าน “รายงานวิจัย การศึกษาศิลปะร่วมสมัยในอาเซียน:กรณีศึกษาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐฟิลิปปินส์และสาธารณรัฐสิงคโปร์” เป็นการศึกษาวงกว้างเกี่ยวกับสถานะการณ์ทางศิลปะของประเทศเหล่านี้ที่ให้ภาพรวมและยังสามารถเจาะลึกในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศได้อีก ด้วย ในอีกบทความหนึ่งมีที่มา

    จากงานวิจัยเช่นกัน “โครงการสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ “ขอบฟ้าเดียวกัน”: ปรัชญา ศิลปะการตีความและความเข้าใจ” ที่ตั้งคำาถามกับข้อจำากัดในเรื่องการรับรู้ของมนุษย์ที่ส่งผลต่อการทำความเข้าใจปรากฏการณ์รอบตัว แล้วนำาเสนอเป็นผลงานศิลปะแบบติดตั้งเพื่อกระตุ้นผู้ชมในแง่มุมต่าง ๆกลุ่มการศึกษาศิลปะตะวันตกมีบทความ "“ฉาก” ในนิยายภาพไร้ตัวอักษรของฟรองส์ มาเซอรีล” ผลงานของศิลปินที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้กำาเนิดนิยายประเภทนี้นั้นร่วมสมัยกับแนวทางศิลปะแบบเยอรมันเอกเพรสชั่นนิสซึ่มในแง่ที่สนใจสภาวะความวุ่นวายสับสนของเมืองสมัยใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจคน โดยอาศัยพื้นฐานที่เคยทำงานภาพพิมพ์สำาหรับประกอบหนังสือมาเซอรีลสามารถนำเสนอเนื้อหาที่หนักหน่วง วิธีการมองโลกที่ลึกซึ้งไปจนกระทั่งสภาวะของการเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมโลกที่ต้องทนทรมานจากสภาพแวดล้อมสมัยใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้โดยไม่ต้องอาศัยตัวหนังสือเลย การศึกษานี้วิเคราะห์ให้เห็นศักยภาพของสื่อประเภทนี้อย่างชัดเจน ในอีกบทความหนึ่ง “การเปลี่ยนแปลงรูปร่างด้วยรูปแบบเทสเซลเลชั่น ภายใต้ผลงานศิลปะประเภทภาพนิ่งของศิลปิน เมาริตส์ กอร์เนลิส แอ็ชเชอร์” บทความนี้เป็นการศึกษากระบวนการเปลี่ยนรูปทรงหนึ่งไปอีกรูปทรงหนึ่งในผลงานของศิลปินที่ขึ้นชื่อว่าสนใจการลวงตาของภาพ การเปลี่ยนแปลงนี้อาศัยกลวิธีในการจัดการรูปทรงทางเรขาคณิตให้ค่อย ๆแปรรูปไปตามที่ต้องการ นกลุ่มการศึกษาวิจัยเพื่อการสร้างสรรค์ บทความ “รูปลักษณ์แห่งสัญชาตญาณการปกป้อง”นำเสนอการศึกษารูปทรงแห่งความน่ากลัวทั้งในแง่ของจิตใจมนุษย์และการนำาไปแสดงออกเป็นผลงานศิลปะโดยศิลปินหลากหลายท่านที่ต่างก็ใช้วิธีการเฉพาะตน บทความ “ศิลปะแห่งการประชดประชันเสียดสีสังคม” พิจารณาสภาพแวดล้อมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจที่เลวร้าย ละโมบ ไม่รู้จักความพอเพียง ฯลฯ ไปจนกระทั่งการทุจริตคอร์รัปชั่นผสมผสานไปกับแนวทางศิลปะกลุ่มที่เน้นแนวความคิด เช่น ดาดา กลุ่มคอนเซ็ปชวลอาร์ต ฯลฯ เพื่อหาข้อสรุปกับมุมมองเชิงปรัชญาเพิ่มเติมเข้ามา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าของคุณธรรม ความดีงาม ความถูกต้อง ที่ควรจะเป็นพื้นฐานของสังคมทั่วไปในกลุ่มการจัดการศิลปะ บทความ “สื่อการเรียนรู้ประเภทสิ่งพิมพ์ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เหมาะสมสำหรับเยาวชน” เป็นความพยายามทำความเข้าใจเยาวชนในฐานะส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะต้องให้การเรียนรู้ เพราะมีความแตกต่างจากผู้ชมศิลปะทั่วไปที่อาจจะมีพื้นฐานบ้างอยู่แล้ว เยาวชนอาจจะต้อง การคำาอธิบายเพิ่มเติมในรูปแบบของเอกสารที่ต้องการการจัดการเนื้อหาและรูปแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัยด้วย

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 (2561)

    วารสารวิชาการ โดย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

    ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 กันยายน 2561

    วารสารวิชาการศิลป์ พีระศรีฉบับปีที่ 6 เล่มที่ 1 กันยายน 2561 มีบทความที่น่าสนใจดังนี้

    กลุ่มการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะตะวันตกมีบทความ “บทบาทและอิทธิพลของสื่อมวลชนที่มีต่อการกำาหนดตัวตนของบุคคลในผลงานศิลปะของโทนี เอาร์สเลอร์” ในบทความนี้จะนำเสนอผล กระทบของสื่อในยุคหลังสมัยใหม่ที่มีต่ออัตลักษณ์ของคนในสังคม ศิลปินได้จับประเด็นนี้เป็นเนื้อหาและวิธีการของกระบวนการสร้างสรรค์ บทความวิเคราะห์ประเด็นนี้โดยอาศัยแนวคิดจิตวิเคราะห์ของฌาคส์ ลาก็อง

    ในอีกบทความหนึ่ง “การศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบสุนทรียภาพของภาพวาดลายเส้นอีโรติก: กรณีศึกษาจากศิลปินตะวันตกในช่วงศตวรรษที่ 19-20” ภาพอีโรติคเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ของตะวันตก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ต่อต้นศตวรรษที่ 20 สภาพสังคมวัฒนธรรมที่เปิดออกอย่างมากส่งผลให้การสร้างสรรค์ในหัวข้อนี้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มภาพลายเส้นที่ชัดเจนและรวดเร็วในกระบวนการนำเสนอ

    ในกลุ่มว่าด้วยการจัดการศิลปะ มีบทความ “เทศกาลศิลปะดินและน้ำ นิอิกะตะ ค.ศ. 2015” ที่เป็นการศึกษาพื้นฐาน ต้นกำเนิด แนวคิดและเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้เทศกาลศิลปะนี้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น บทความ “ นโยบายศิลปะสาธารณะ 1 เปอร์เซ็นต์” เป็นการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการจัดการของรัฐบาลไต้หวันที่ออกกฎหมายให้อาคารสาธารณะต้องจัดสรรงบประมาณร้อยละหนึ่งสำหรับจัดซื้อหรือจัดทำศิลปะ

    บทความเรื่อง “สีน้ำเงินในวัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเอโดะ” เป็นชุดของบทความต่อเนื่องที่มีสีเทากับสีน้ำาตาลในวารสารฉบับก่อนหน้านี้ บทความชุดนี้เปลี่ยนมุมมองที่ว่าสีที่ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ศิลปินแต่ละยุคสมัยเลือกใช้ตามใจชอบเป็นว่าสีแต่ละสีมีประวัติความเป็นมาและมีบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่ชัดเจน รวมถึงมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละยุคสมัยอีกด้วย

    บทความ“พระอินทร์ในบริบทสังคมไทย” ก็เป็นการศึกษาศิลปะไทย เทพองค์ที่สัมพันธ์กับคนไทยมากที่สุด

    บทความ "การออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ขนมไทยของชุมชนตรอกข้าวเม่าเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร” เป็นบทความเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นจากแนวทางการออกแบบ เช่นเดียวกับบทความ “กิจกรรมการทำป๊อบอัพเพื่อส่งเสริมความ
    คิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สายศิลปะและการออกแบบในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน” ที่เป็นแนวทางการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบ ศักยภาพในการนำสู่งานสร้างสรรค์ในอนาคต


    บทความสุดท้ายคือ “จิตรกรรมสื่อผสม เย็บปัก ถักทอ ดุนนูน ย้อมเส้นใยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะของลูกออทิสติก” เป็นที่ทราบกันดีว่าศิลปะมีศักยภาพในการบำบัดอาการหลายอย่าง ในกลุ่มเด็กออทิสติกก็เช่นกันที่ศิลปะจะช่วยผ่อนคลายจิตใจ ช่วยให้เด็กก่อเกิดสมาธิ บทความนี้เปรียบเทียบลักษณะพื้นฐานของเด็กปกติและเด็กออทิสติกเพื่อชี้ให้เห็นว่ากระบวนการทางศิลปะของเด็กกลุ่มหลังมีที่มาอย่างไร อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำความเข้าใจเด็กกลุ่มนี้ให้ลึกซึ้งขึ้นในอนาคต

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (2561)

    วารสารวิชาการ โดย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

    ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 มีนาคม 2561

    วารสารวิชาการศิลป์ พีระศรี ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 เพิ่มจำนวนบทความเป็นสิบบทความซึ่งมีความหลากหลายทั้งศิลปะไทย, ศิลปะตะวันตก ไปจนกระทั่งบทความที่เป็นการวิจัยสร้างสรรค์ดังนี้กลุ่มการศึกษาศิลปะตะวันตกมีบทความเรื่อง กระจกในภาพจิตรกรรมของเอ็ดการ์ เดอกาส์ชุดห้องเรียนบัลเลต์ เป็นที่รู้กันดีว่าระบบการสร้างพื้นที่ว่างในจิตรกรรมตะวันตกที่สถาปนามาตั้งแต่สมัยเรอเนสซองส์นั้นถูกท้าทายอย่างมากในช่วงอรุณรุ่งแห่งจิตรกรรมสมัยใหม่ การท้าทายนี้เป็นไปในหลายรูปแบบและวิธีการ โดยที่หนึ่งในศิลปินที่สนใจการเล่นเกี่ยวกับพื้นที่ว่างนี้มากที่สุดคือเอ็ดการ์ เดอกาส์ ในบรรดาวิธีการที่เดอกาส์ใช้เพื่อต่อต้านวิธีแบบเก่าคือการใช้กระจกเงาเนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ให้ภาพสะท้อนจากคนละด้านของมุมในจิตรกรรม เท่ากับเป็นการเสนอพื้นที่อีกชุดหนึ่งซ้อนขึ้นมาในพื้นที่จิตรกรรมปกติ บทความนี้จะวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าว อีกบทความหนึ่งในกลุ่มนี้คือบทความชื่อ ปริมาตรเสมือนบนพื้นที่ว่างอันไร้ขอบเขตได้ทำาการย้อนกลับไปศึกษาการลวงตาบนพื้นที่สามมิติโดยอาศัยเครื่องมือทั้งการสร้างองค์ประกอบสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมฝาผนังกลุ่มของการศึกษาศิลปะไทยประกอบด้วยบทความ การศึกษาเปรียบเทียบบทบาทและความหมายของภาพทิวทัศน์ในจิตรกรรมฝาผนังช่วงสมัยอยุธยาตอนปลายถึงต้นรัตนโกสินทร์ 2561

     

  • วารสารศิลป์ พีระศรี
    ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (2560)

    วารสารวิชาการ โดย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

    ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กันยายน 2560

     

    วารสารวิชาการของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ฉบับนี้เข้าสู่ปีที่ 5 เล่มที่ 1 วารสารได้รับการประเมินเข้าฐาน 2 ของ Thailand Citation Index เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทำให้ยกระดับมาตรฐานของวารสารให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและสามารถใช้การตีพิมพ์บทความในวารสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเผยแพร่งานวิจัยในรูปแบบต่าง ๆ ได้ กองบรรณาธิการตั้งใจว่าจะทำให้วารสารเข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

    สำหรับฉบับนี้มีบทความที่น่าสนใจดังนี้ บทความแรก การถ่ายทอดภาพวาดของวินเซนต์     แวน โกะห์เป็นภาพการ์ตูน การ์ตูนเล่มเป็นหนึ่งในสื่อที่มีผู้สนใจนำมาวาดเกี่ยวกับประวัติศิลปิน     เสมอๆเนื่องจากมองเห็นว่าเป็นสื่อที่อ่านง่าย มีภาพประกอบที่สื่อสารได้ชัดเจน สามารถเข้าถึงผู้อ่านกลุ่มต่าง ๆ ได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่มีความสนใจในสื่อนี้อยู่แล้ว การวิเคราะห์เปรียบเทียบประวัติชีวิตของวินเซนต์ แวน โกะห์จากการ์ตูนสามเล่มสร้างความกระจ่างถึงกระบวนการวาดรูปแบบต่าง ๆ และขยายขอบเขตของความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพของการ์ตูนเล่มอีกมาก

    บทความที่สอง การสร้างประสบการณ์สุนทรียะจากสีไทย เป็นบทความที่ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสีที่ใช้ในงานจิตรกรรมประเภทต่าง ๆ ของไทยตั้งแต่อดีต พยายามหาข้อสรุปที่มาจากทั้งแง่มุมทางสุนทรียะและแง่มุมทางวิทยาศาสตร์ในการจัดระบบสี การศึกษานี้ช่วยเปิดให้เห็นศักยภาพของสีไทยในกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะในขณะเดียวกันก็มีส่วนในกระบวนการอนุรักษ์สีไทยอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

    บทความที่สาม การศึกษาวิเคราะห์และเปรียบเทียบลักษณะเหมือนจริงและนามธรรมภาพเขียนหมึกดำ: กรณีศึกษาจากนิกายเซนจีนและญี่ปุ่น เป็นการศึกษาภาพเขียนที่ได้ชื่อว่ามีแนวทางเฉพาะตัวในแง่ของการสร้างสรรค์โดยเน้นพื้นที่ว่าง อาศัยการแสดงออกอย่างฉับพลันโดยสื่อที่อาศัยความเข้ม-จางของความดำเป็นตัวแสดงออก การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบโดยการแยกแยะช่วยทำให้เข้าใจถึงวิธีการนำเสนอของงานจิตรกรรมกลุ่มนี้อย่างชัดเจน

    บทความที่สี่ แผนที่กับศิลปะร่วมสมัย เป็นที่ทราบกันดีว่าแผนที่เป็นหนึ่งในสื่อที่ศิลปินนับจากอดีตมาจนปัจจุบันสนใจใช้สร้างสรรค์ผลงานเนื่องจากลักษณะเฉพาะของสื่อเองที่มีทั้งเนื้อหา วิธีการและมายาคติที่สะสมกันมาจากอดีตทำให้ศิลปินที่หยิบจับสื่อนี้มาใช้สามารถดึงแง่มุมทั้งในแง่ของการเป็นตัวแทนความเป็นจริง การนำเสนอพื้นที่ว่างประเภทต่าง ๆ ไปจนกระทั่งการล้อเลียนแนวความคิดเหล่านี้ บทความนี้ชี้ให้เห็นแง่มุมดังกล่าวที่น่าสนใจอย่างมาก

    บทความที่ห้า สีน้ำตาลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเอโดะ เป็นบทความที่ว่าด้วยสีอันมีที่มาจากวัฒนธรรมเฉพาะตัว ญี่ปุ่นในสมัยเอโดะมีลักษณะเฉพาะทางสังคมวัฒนธรรมหลายประการที่ทำให้การแสดงออกของสีในแง่มุมต่างๆ ทั้งในจิตรกรรม ภาพพิมพ์และในวัตถุอื่น ๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มไปจนกระทั่งเครื่องปั้นดินเผาที่ต่างก็ร่วมอยู่ในการแสดงออกนี้ นอกจากนี้ การแยกแยะสีอย่างเป็นระบบช่วยให้ทำความเข้าใจได้ง่าย บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับสีและสุนทรียะในญี่ปุ่นต่อเนื่องจากบทความ สีเทาในวัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเอโดะ ในวารสารวิชาการคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ฉบับปีที่ 4 เล่ม ที่ 1

     

6-10 of 18