การพัฒนารูปแบบการสอนภาษาไทยเพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์และการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์และการคิดสร้างสรรค์ 2) พัฒนารูปแบบการสอนภาษาไทย 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินรูปแบบการสอนโดยใช้วิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จำนวน 30 คน ได้มาจากการสุ่ม แบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามปลายเปิด แบบทดสอบการเขียนเชิงสร้างสรรค์ แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ และแบบประเมินรูปแบบ มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.60–1.00 และค่าความเชื่อมั่น 0.72 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test for dependent samples
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน พบว่า จากการวิเคราะห์เอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ครูผู้สอนภาษาไทยและผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งการสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อส่งเสริมการเขียนเชิงสร้างสรรค์และการคิดสร้างสรรค์ควรมุ่งเน้นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้จินตนาการ แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ คิดริเริ่ม สร้างสรรค์ผลงาน และสะท้อนผลการเรียนรู้ โดยครูมีบทบาท เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และควรจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การทำงานกลุ่ม การอภิปราย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการนำเสนอผลงาน เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์และการคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ
2. ประสิทธิภาพ รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นเรียกว่า ICWRA Model ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) หลักการของรูปแบบ (2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ (3) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน 1. ขั้นสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Stage) 2. ขั้นเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (Creative Exploration Stage) 3. ขั้นพัฒนาทักษะการเขียน (Creative Writing Development Stage) 4. ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Collaborative Reflection Stage) 5. ขั้นประเมินและสะท้อนคิด (Assessment & Meta-Reflection Stage) บทบาทของครูและผู้เรียน ระบบสนับสนุน และการวัดและประเมินผล
3. นักเรียนมีความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์และมีความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.54, S.D. = 0.48)
4. ผลการประเมินรูปแบบการสอนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.68, S.D. = 0.45)
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2566). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการพัฒนาผู้เรียนตามสมรรถนะ. โรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จุไรรัตน์ อ่ำพุทรา และกิตติคม คาวีรัตน์. (2563). การพัฒนาความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นเป็นฐาน กรณีศึกษาดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 19(2), 253-270. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/248561
ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 22). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปารมี วชิรปทุมมุตต์ และขจรศักดิ์ บัวระพันธ์. (2567). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบริบทเป็นฐานบูรณาการการศึกษาเพื่อการประกอบการเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 43(3),82-103. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/258256
บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2559). ทฤษฎีและการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้. เอส.พี.พี. พริ้นติ้ง.
วรางคณา ศรีบุญเพ็ง พนิดา จารย์อุปการะ และราตรี แจ่มนิยม. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทยแบบเน้นภาระงานร่วมกับแผนที่ความคิดด้วยเทคนิคการโค้ชเพื่อส่งเสริมความสามารถการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 20(1), 467-488. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/250193
Amabile, T. M. (1996). Creativity in context: Update to the social psychology of creativity. Westview Press.
Cropley, A. J. (2001). Creativity in education and learning: A guide for teachers and educators. Kogan Page.
Dick, W., & Carey, L. (1996). The systematic design of instruction. HarperCollins.
Graves, D. H. (1983). Writing: Teachers and children at work. Heinemann Educational Books.
Guilford, J. P. (1967). The nature of human intelligence. McGraw-Hill.
Joyce, B. R., Weil, M., & Calhoun, E. (2014). Models of teaching (9th ed.). Pearson.
Luckin, R., Holmes, W., Griffiths, M., & Forcier, L. B. (2016). Intelligence unleashed: An argument for AI in education. Pearson. https://www.pearson.com/content/dam/one-dot-com/one-dot-com/global/Files/about-pearson/innovation/Intelligence-Unleashed-Publication.pdf
Merrill, M. D. (2020). First principles of instruction (2nd ed.). Association for Educational Communications and Technology.
Piaget, J. (1972). The principles of genetic epistemology (W. Mays, Trans.). Basic Books.
Robinson, K. (2011). Out of Our Minds: Learning to be Creative (Revised and updated ed.). Capstone Publishing Ltd. https://doi.org/10.1002/9780857086549
Tompkins, G. E. (2008). Teaching writing: Balancing process and product (5th ed.). Pearson.
Torrance, E. P. (1962). Guiding creative talent. Prentice-Hall. https://doi.org/10.1037/13134-000
Torrance, E. P. (1974). Torrance tests of creative thinking: Norms-technical manual. Personnel Press.
Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st Century Skills: Learning for Life in Our Times. John Wiley & Sons. https://www.scirp.org/reference/ReferencesPapers?ReferenceID=1932817
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.