การรับรู้คุณค่าศิลปวัฒนธรรมแม่แจ่มของนักศึกษาสถาปัตยกรรมภายในผ่านประสบการณ์การออกแบบนิทรรศการศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกบ้านท้องฝาย The Perceived Mae Chaem Cultural Value of Interior Architecture Students through the Experience by Teen Jok Handicraft Center, Tong Fai Village Exhibition Design

Main Article Content

Pataravadee Tongngam

Abstract

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้คุณค่าศิลปวัฒธรรมแม่แจ่มของนักศึกษาผ่านประสบการณ์การออกแบบนิทรรศการศูนย์หัตถกรรมผ้าตีนจกบ้านท้องฝาย โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาสถาปัตยกรรมภายใน ชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 33 คน และภาคีเครือข่ายบ้านท้องฝายจำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามปลายปิดและแบบสัมภาษณ์ปลายเปิด การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสถิติพรรณนาและวิเคราะห์การสัมภาษณ์การรับรู้คุณค่า ผลการดำเนินงานพบว่า ภาคีเครือข่ายในชุมชนท้องฝายให้ความคิดเห็นการรับรู้คุณค่าศิลปวัฒนธรรมแม่แจ่มของนักศึกษาฯ 4 ด้านตามลำดับ 1) เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนในชุมชน 2) เรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธา 3) เรื่องราวเกี่ยวกับ ประเพณี วัฒนธรรม 4) ด้านประวัติศาสตร์ โดยผลเฉลี่ยความคิดเห็นรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด 4.28 ผลสัมภาษณ์นักศึกษาฯ พบว่า การรับรู้คุณค่าแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การรับรู้ในมิติเดียว ระยะที่ 2 การรับรู้หลากหลายมิติ และระยะที่ 3 การรับรู้สู่การประยุกต์

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความวิจัย

References

โครงการพัฒนาเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมเมืองแม่แจ่ม. (2563). กลุ่มทอผ้าบ้านท้องฝาย. [ออนไลน์]. ได้จาก: https://bit.ly/2Rq8C7t. [สืบค้นเมื่อ วันที่ 5 สิงหาคม 2564].
เชียงใหม่นิวส์. (2559). แม่แจ่ม…วิถีชีวิตในอ้อมกอดของขุนเขา. [ออนไลน์]. ได้จาก: https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/478436/. [สืบค้นเมื่อ วันที่ 5 สิงหาคม 2564].
ธงชัย ภูวนาถวิจิตร. (2560). การพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมและการจัดการแหล่งท่องเที่ยว ในรูปแบบหมู่บ้านวัฒนธรรมเวียงท่ากาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, ปีที่ 5(1): 14-23.
ปณพัชร์ กิติชัยวัฒน์. (2561). ประสบการณ์ การรับรู้คุณค่า ทัศนคติและการซื้อซํ้าของผู้บริโภค GROCERANTS จังหวัดกรุงเทพมหานคร: กรณีศึกษา GOURMET MARKET. [ออนไลน์]. ได้จาก:http://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2018/TU_2018_6002115134_10075_10124.pdf [สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 กรกฎาคม 2564].
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 8.
กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพศาล สุวรรณน้อย. (2558). เอกสารประกอบการบรรยายโครงการพัฒนาการเรียนการสอน การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning: PBL) มหาวิทยาลัยขอนแก่น. [ออนไลน์]. ได้จาก: https://ph.kku.ac.th/thai/images/file/km/pbl-he-58-1.pdf. [สืบค้นเมื่อ วันที่ 5 สิงหาคม 2564].
มารยาท โยทองยศ และ ปราณี สวัสดิสรรพ์. (2556). การกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างเพื่อการ
วิจัย. [ออนไลน์]. ได้จาก: http://www.fsh.mi.th/km/wp-
content/uploads/2014/04/resch.pdf. [สืบค้นเมื่อ วันที่ 5 สิงหาคม 2564].
เยาวเรศ ภักดีจิตร. (2557). Active Learning กับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. การเสวนาทางวิชาการ “วันส่งเสริมวิชาการสู่คุณภาพการเรียนการสอน” ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา, 30 กรกฎาคม 2557.
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. (2559). ประวัติความเป็นมา. [ออนไลน์]. ได้จาก: https://district.cdd.go.th/maechaem. [สืบค้นเมื่อ วันที่ 13 พฤษภาคม 2564].
องค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง. (2562). บ้านท้องฝาย. [ออนไลน์]. ได้จาก: http://changkerng.go.th/index.php?_mod=dHJhdmVs&no=NQ. [สืบค้นเมื่อ วันที่ 5 สิงหาคม 2564].
Bonwell, C, C. & Eison, J, A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Washington DC: School of Education and Human Development the George Washington University.
Holbrook, M. B. (1999). Introduction to consumer value. Consumer value: A framework for analysis and research, 1-28.