วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc <p> วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง (Journal of Architecture, Design and Construction: JADC) จัดพิมพ์โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นวารสารวิชาการแบบเปิด (Open Access Journal) ที่มุ่งเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบ การก่อสร้าง และศาสตร์สหสาขาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิชาการ นักออกแบบ และผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ</p> <p><strong>ขอบเขตสาขาวิชา</strong><strong> (Subject Areas) </strong></p> <ul> <li><strong><em>สถาปัตยกรรม </em></strong><strong><em>(Architecture)</em></strong></li> </ul> <p> สถาปัตยกรรมไทย สถาปัตยกรรมภายใน ภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืน และการศึกษาทางสถาปัตยกรรม</p> <ul> <li><strong><em>การออกแบบ </em></strong><strong><em>(Design)</em></strong></li> </ul> <p> การออกแบบอุตสาหกรรม การออกแบบนิเทศศิลป์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบเชิงนวัตกรรม และการออกแบบเพื่อทุกคน</p> <ul> <li><strong><em>การก่อสร้างและอาคาร </em></strong><strong><em>(Building and Construction)</em></strong></li> </ul> <p> การบริหารการก่อสร้าง เคหการ ระบบอาคาร และเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ</p> <ul> <li><strong><em>การผังเมืองและการพัฒนาเมือง </em></strong><strong><em>(Urban Studies / Urban Planning and Development)</em></strong></li> </ul> <p> การผังเมือง การออกแบบชุมชนเมือง เมืองอัจฉริยะ และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</p> <ul> <li><strong><em>ศิลปะและมนุษยศาสตร์ประยุกต์ </em></strong><strong><em>(Arts and Humanities)</em></strong></li> </ul> <p> งานวิชาการเชิงทฤษฎี วัฒนธรรม การตีความ และงานสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมและการออกแบบ</p> <p> ทั้งนี้ วารสารอาจพิจารณารับบทความในสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง ตามดุลยพินิจของกองบรรณาธิการ</p> <p> บทความทุกเรื่องจะถูกพิจารณากลั่นกรองโดยกองบรรณาธิการ (<strong><a href="https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/about">คลิ๊ก ทีมบรรณาธิการ</a></strong>) ผู้แต่งสามารถศึกษาคำแนะนำสำหรับการลงทะเบียน แบบฟอร์มการสมัคร และแนวทางการเขียนบทความได้จาก (<strong><a href="https://drive.google.com/drive/folders/1gfGFlSx-_5QOpne4_ux2jiWlqxcKMX3F?usp=drive_link" target="_blank" rel="noopener">คลิ๊ก คำแนะนำผู้แต่ง</a></strong>)</p> มหาวิทยาลัยมหาสารคาม th-TH วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง 2673-0332 <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม</p> แนวทางการจัดการพื้นที่เชิงสถาปัตยกรรมสำหรับร้านหนังสืออิสระในฐานะสถานที่ที่สาม: กรณีศึกษาร้านน้ำพุบุ๊คสโตร์ จังหวัดบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/286216 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการจัดการพื้นที่เชิงสถาปัตยกรรมสำหรับการพัฒนาร้านหนังสืออิสระสู่การเป็นสถานที่ที่สาม เพื่อการปรับตัวในยุคดิจิทัล โดยศึกษาร้านน้ำพุบุ๊คสโตร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 50 ราย ผลการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคาดหวังต่อความเป็นสถานที่ที่สามในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 2.92-2.98 ทั้งนี้ ลูกค้าเดิมร้อยละ 80 ต้องการพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป ขณะที่กลุ่มเป้าหมายใหม่ร้อยละ 66.66 ให้ความสำคัญกับมุมสงบเพื่อใช้เป็นพื้นที่กำบังตามหลักจิตวิทยาสถาปัตยกรรมก่อนเริ่มปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ผลการวิเคราะห์นำไปสู่แนวทางการจัดการพื้นที่ 6 ส่วน ผ่านการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ 3C ได้แก่ (1) การสร้างชุมชน โดยสร้างเครือข่ายทางสังคมและส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน (2) การคัดสรร โดยเลือกหนังสือที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและรสนิยมเฉพาะ เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างจากระบบอีคอมเมิร์ซ และ (3) การรวมตัว โดยใช้พื้นที่เป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมทางปัญญาและนันทนาการ สรุปได้ว่า แนวทางดังกล่าวสามารถใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการฟื้นฟูธุรกิจดั้งเดิมในย่านเมืองเก่าให้เป็นพื้นที่ทางปัญญาที่ยั่งยืน ช่วยรักษาจิตวิญญาณของเมืองและส่งเสริมระบบนิเวศทางปัญญาที่รองรับพฤติกรรมผู้ใช้งานต่างช่วงวัย อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในระดับภูมิภาคท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล</p> ดนัย นิลสกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-16 2026-09-16 8 3 11 25 วัสดุและประสบการณ์เชิงพื้นที่ในสถาปัตยกรรม เรือนพื้นถิ่นญี่ปุ่นยุคเอโดะ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/287965 <p>บทความนี้ศึกษาบทบาทและสุนทรียภาพของวัสดุในสถาปัตยกรรมเรือนพื้นถิ่นญี่ปุ่นยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ พื้นที่ และวัสดุ ภายใต้บริบทสังคมที่มีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน โดยใช้แนวคิดปรากฏการณ์วิทยาเป็นกรอบในการอธิบายการรับรู้และประสบการณ์เชิงพื้นที่ที่เกิดจากคุณสมบัติของวัสดุและบรรยากาศทางสถาปัตยกรรม การวิจัยเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยคัดเลือกกรณีศึกษาแบบเจาะจงจำนวน 3 ประเภท ได้แก่ เรือนชาวบ้าน เรือนพ่อค้า และเรือนซามูไร ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มชนชั้นสำคัญในสังคมยุคเอโดะ ผ่านการวิเคราะห์ลักษณะการใช้วัสดุ การจัดลำดับพื้นที่ และประสบการณ์เชิงพื้นที่ที่เกิดขึ้นภายในเรือน ผลการศึกษาพบว่า วัสดุมีบทบาทในการถ่ายทอดวิถีชีวิต ค่านิยม และสถานะทางสังคมของผู้อยู่อาศัย โดยสามารถจำแนกสุนทรียภาพของวัสดุออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ สุนทรียภาพเชิงปฏิบัติ ซึ่งเน้นความเรียบง่าย ความเหมาะสมต่อการใช้งาน และความคงทนของวัสดุ และสุนทรียภาพเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งเกิดจากการใช้วัสดุเพื่อแสดงถึงสถานะและความเป็นทางการ นอกจากนี้ ความแตกต่างทางชนชั้นยังส่งผลต่อรูปแบบการใช้วัสดุ การจัดลำดับพื้นที่ และการสร้างบรรยากาศภายในเรือนอย่างชัดเจน โดยเรือนชาวบ้านสะท้อนความเรียบง่ายและการใช้งานเป็นหลักเรือนพ่อค้าแสดงฐานะทางเศรษฐกิจผ่านความประณีตของวัสดุ ขณะที่เรือนซามูไรใช้วัสดุแลtองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมในการกำหนดระเบียบ ลำดับชั้น และการควบคุมพื้นที่ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า วัสดุในเรือนพื้นถิ่นยุคเอโดะมิได้มีบทบาทเพียงด้านการก่อสร้าง แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์เชิงพื้นที่และสะท้อนความหมายทางสังคมของสถาปัตยกรรม</p> สหรัฐ ประเสริฐสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-16 2026-09-16 8 3 26 49 รูปแบบและการจัดวางพื้นที่เรือนพื้นถิ่นกลุ่มชาติพันธ์จามอิสลาม ในประเทศกัมพูชา https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/288273 <p>งานวิจัยนี้มุ่งศึกษารูปแบบและการจัดวางพื้นที่ของเรือนพื้นถิ่นกลุ่มชาติพันธุ์จามอิสลามใน ประเทศกัมพูชา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม การ สำรวจภาคสนาม การรังวัดทางสถาปัตยกรรม การสังเกต และการสัมภาษณ์เชิงลึก จากเรือนกรณีศึกษาจำนวน 17 หลัง ในหมู่บ้านจุมนีก จังหวัดตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบใน 2 ประเด็น ได้แก่ รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของเรือนจามอิสลามกับเรือนพื้นถิ่นขแมร์ในประเทศกัมพูชา และการจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในเรือนจามอิสลามในประเทศกัมพูชากับเรือนจามมุสลิมในประเทศเวียดนามจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของเรือนจามอิสลามมีลักษณะร่วมกับเรือนพื้นถิ่นขแมร์ โดยสามารถจำแนกรูปแบบเรือนตามลักษณะหลังคาและตำแหน่งจั่วได้ 3 รูปแบบ ขณะที่การจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในเรือนยังคงแสดงความต่อเนื่องในเรือนต่างช่วงอายุ โดยประกอบด้วยพื้นที่หลัก 3 ส่วน ได้แก่ ห้องโถง พื้นที่ส่วนตัว และครัว ซึ่งจัดวางอยู่ด้านหลังเรือน การจัดวางพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบเรือน วิถีชีวิต และความเชื่อทางศาสนาอิสลามของกลุ่มชาติพันธุ์จามในประเทศกัมพูชา</p> สมราช ธอร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-16 2026-09-16 8 3 50 66 การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายอากาศเพื่อความสบายในโครงการจัดสรรบ้านแถวในเขตร้อน: การประเมินผลด้วยการจำลองและกรอบแนวทางการออกแบบ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/286732 <p>โครงการจัดสรรบ้านแถวขนาดเล็กในกรุงเทพมหานครมักประสบปัญหาด้านการระบายอากาศ เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงและลักษณะอาคารหน้าแคบลึกที่ขาดช่องเปิดด้านข้าง การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพการระบายอากาศเพื่อความสบายของบ้านแถวรูปแบบทั่วไปและรูปแบบที่ใช้กลยุทธ์การออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศโดยใช้การจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (CFD) จากกรณีศึกษาโครงการจริง และประเมินผลด้วยเกณฑ์ความเร็วลมขั้นต่ำ 0.3 เมตรต่อวินาที ตามมาตรฐาน ASHRAE 55-2020 ผลการศึกษาพบข้อสรุปสำคัญ 2 ระดับ ได้แก่ (1) ระดับผังโครงการ การหลีกเลี่ยงแนวอาคารยาวต่อเนื่อง โดยใช้การวางผังแบบสลับหว่างร่วมกับการกำหนดสัดส่วนถนนที่เหมาะสม ช่วยลดพื้นที่อับลมและดึงลมเข้าสู่โครงการได้ดีขึ้น และ (2) ระดับอาคาร การคว้านมวลอาคารเพื่อเพิ่มช่องเปิดด้านข้างช่วยเปลี่ยนข้อจำกัดจากการระบายอากาศทางเดียวให้เป็นการระบายอากาศแบบลมผ่าน ประกอบกับการใช้โถงบันไดโปร่งบริเวณกึ่งกลางผังอาคารเพื่อทำหน้าที่เป็นปล่องระบายอากาศทางตั้ง กรอบแนวทางนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขยายขอบเขตสภาวะน่าสบายสำหรับโครงการจัดสรรบ้านแถวและโครงการที่อยู่อาศัยลักษณะใกล้เคียงกันในภูมิอากาศเขตร้อน</p> พิมลศิริ ประจงสาร สัทธา ปัญญาแก้ว ธัญวรัตม์ ศิลวัฒนาวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-16 2026-09-16 8 3 67 83 การปรับเปลี่ยนกรอบด้านหน้าอาคารห้องแถวไม้สู่โรงแรมในย่านเมืองเก่า ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์บริเวณถนนชายโขง ตำบลเชียงคาน จังหวัดเลย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/288443 <p>การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่าเชียงคานส่งผลให้ห้องแถวไม้ดั้งเดิมจำนวนหนึ่งถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเอกลักษณ์ของชุมชน งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการปรับเปลี่ยนกรอบด้านหน้าอาคารห้องแถวไม้สู่โรงแรมในย่านเมืองเก่าเชียงคาน โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการลงพื้นที่สำรวจกรอบด้านหน้าอาคารห้องแถวไม้ที่เปลี่ยนเป็นโรงแรมจำนวน 29 หลัง และวิเคราะห์ร่วมกับลักษณะของกรอบด้านหน้าอาคารห้องแถวไม้ดั้งเดิม ผลการศึกษาพบว่า การปรับเปลี่ยนกรอบด้านหน้าอาคารเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในอาคาร ภายใต้แนวคิดการปรับเปลี่ยนการใช้สอยที่สอดคล้องกับลักษณะการใช้พื้นที่เดิม โดยพื้นที่ชั้น 1 เปลี่ยนจากส่วนค้าขายเป็นส่วนต้อนรับ และพื้นที่ชั้น 2 เปลี่ยนจากส่วนพักอาศัยเป็นส่วนห้องพัก อาคารส่วนใหญ่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของห้องแถวไม้ดั้งเดิมไว้ เช่น รูปทรงหลังคา วัสดุไม้ ช่องเปิด กันสาด และระเบียง อย่างไรก็ตาม อาคารบางส่วนมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมอย่างชัดเจน เช่น การเปลี่ยนรูปทรงช่องเปิดเป็นวงกลม และการต่อเติมอาคารเป็น 3 ชั้น งานวิจัยนี้เสนอให้ผู้ออกแบบและผู้ประกอบการคำนึงถึงการรักษาอัตลักษณ์ของห้องแถวไม้ดั้งเดิม ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นควรทบทวนหรือปรับปรุงข้อกำหนดในการก่อสร้าง และจัดทำแนวทางการออกแบบที่ระบุรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับการรักษาคุณค่าทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของชุมชน</p> บุษกร ไทยแท้ วนัสสุดา ไชยมนตรี สุพัฒน์ บุณยฤทธิกิจ ปูรณ์ ขวัญสุวรรณ วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-16 2026-09-16 8 3 84 98 กลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นโดยกระบวนการ มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเมือง กรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/287461 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการวางแผนพัฒนาเมืองระดับท้องถิ่นของเทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อสร้างแบบจำลองเชิงโครงสร้างที่อธิบายพฤติกรรมการวางแผนพัฒนาเมืองโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และเพื่อเสนอแนะกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาชนต่อกระบวนการวางแผนพัฒนาเมืองระดับท้องถิ่น การวิจัยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 403 คน เพื่อเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ และใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาเมืองทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการวางแผนพัฒนาเมือง ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง และชุมชนเข้มแข็ง ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยแบบจำลองเชิงโครงสร้างพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิทธิพลต่อกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง และส่งผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน อย่างไรก็ตาม กระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองระดับท้องถิ่นยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากประชาชนยังไม่เข้าใจกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้อง ไม่ทราบสิทธิและเสรีภาพของตนในการแสดงความคิดเห็นตามกฎหมาย การรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนาเมืองจากหน่วยงานภาครัฐยังมีน้อย และโครงการพัฒนาเมืองที่มีการทำงานร่วมกันหลายภาคส่วนยังมีจำนวนไม่มาก กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือ การออกแบบกระบวนการหรือขั้นตอนที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน การจัดเวทีสาธารณะและช่องทางสื่อสารระหว่างภาครัฐและประชาชนเพื่อให้สามารถติดตามผลการดำเนินงานของภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างภาคีเครือข่ายและชุมชนคนรุ่นใหม่เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาเมือง อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเมืองของเทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> ขวัญชนก อำภา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-16 2026-09-16 8 3 99 125 การพัฒนาและประเมินระบบฐานข้อมูลผลงานทางวิชาการของอาจารย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/287310 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศสำหรับบริหารจัดการข้อมูลผลงานทางวิชาการของอาจารย์ และประเมินระบบจากการรับรู้ของผู้ใช้งานในด้านคุณภาพของระบบคุณภาพของข้อมูล การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน การรับรู้ประโยชน์ และความพึงพอใจของผู้ใช้ การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนา ร่วมกับการประเมินผล กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยอาจารย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลผลงานทางวิชาการของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 42 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ระบบฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้นและแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถสนับสนุนการจัดเก็บ การค้นหา และการรายงานข้อมูลผลงานทางวิชาการได้อย่างเป็นระบบ ผู้ใช้งานมีความคิดเห็นต่อระบบโดยรวมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะด้านการรับรู้ประโยชน์และความพึงพอใจของผู้ใช้ นอกจากนี้ ตัวแปรที่ศึกษามีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่า ระบบฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้สนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลผลงานทางวิชาการภายในคณะ และมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเป็นฐานข้อมูลกลางขององค์กรได้</p> ศิรินภา วงษ์ชารี ชัยนันท์ พรหมเพ็ญ อธิพงษ์ พลแสน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-16 2026-09-16 8 3 126 152