วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นวารสารวิชาการที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ องค์ความรู้ของคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา สถาปนิก วิศวกร นักออกแบบและบุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยที่มีความสนใจ ด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง&nbsp;และเพื่อการพัฒนาวารสารเข้าสู่ฐานข้อมูล Thai-Journal Citation Index (TCI)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ขอบเขตเนื้อหาวารสารฯ&nbsp; ครอบคลุมความรู้ด้านสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมผังเมือง สถาปัตยกรรมภายใน ภูมิสถาปัตยกรรม การจัดการการก่อสร้าง นฤมิตศิลป์ การออกแบบสร้างสรรค์ การออกแบบอุตสาหกรรม และศาสตร์อื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้างวารสารฯ จัดพิมพ์เป็นประจำทุกปี ปีละ 3 ฉบับ ดังนี้ ฉบับที่ 1 (เดือน มกราคม – เมษายน) ฉบับที่ 2 (เดือน พฤษภาคม – สิงหาคม) และฉบับที่ 3 (เดือน กันยายน – ธันวาคม) โดยบทความมีการตรวจสอบและพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-review) จำนวน 2 ท่านต่อ 1 บทความ เป็นแบบ Double blinded บทความทุกเรื่องจะถูกพิจารณากลั่นกรองโดยกองบรรณาธิการ (คลิ๊ก <a href="https://www.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/navigationMenu/view/about">https://www.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/navigationMenu/view/about</a>) ผู้แต่งสามารถดูคำแนะนำสำหรับการลงทะเบียน แบบฟอร์มการสมัคร และแนวทางการเขียนบทความได้ตามลิงค์ต่อไปนี้ (คลิ๊ก <a href="https://www.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/about/submissions">https://www.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/about/submissions</a>)</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม</p> jadcarch@msu.ac.th (รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ ชีวาสุขถาวร) jadcarch@msu.ac.th (นางสาวอภิชญา จำรูญศิริ) Wed, 31 Aug 2022 12:20:12 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การจัดการวงจรขยะชุมชนแบบครอบคลุมโดยใช้แนวคิด การพึ่งพากันของระบบนิเวศเมือง และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อนำไปสู่การจัดการขยะที่ยั่งยืนผ่านมิติ ด้านการบริหารจัดการเมือง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/253279 <p>บทความวิจัยนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษางานวิจัยเรื่องการศึกษารูปแบบการจัดการวงจรขยะชุมชนแบบครอบคลุม โดยใช้แนวคิดการพึ่งพากัน ของระบบนิเวศเมืองเพื่อนำไปสู่การจัดการขยะที่ยั่งยืน : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองสารคาม ภายใต้สำนักประสานงานชุดโครงการชุดโครงการเมืองยั่งยืน โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย ปี 2562 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp; วิจัยและนวัตกรรม&nbsp; (สกสว.)&nbsp;</p> <p><strong>วิธีการศึกษา</strong> การศึกษาวิเคราะห์เชิงปริมาณ (quantitative analysis) และ การศึกษาเชิงพื้นที่ (Area Based Analysis) และเชิงคุณภาพ (qualitative analysis) ซึ่งผู้วิจัยได้แบ่งภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นออกเป็น 3 ภาคส่วนได้แก่ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดการขยะชุมชน ได้แก่ ภาคส่วนที่เป็นทางการ (formal sector) ภาคส่วนกึ่งทางการ(semi-formal sector) และภาคส่วนที่ไม่เป็นทางการ (informal sector)&nbsp; &nbsp;โดยมีขั้นตอนภาพรวมวิธีวิจัยระดับแหล่งกำเนิด (Input) ระดับการจัดการ (Process) ระดับการกำจัดขยะปลายทาง (Output)</p> <p><strong>ผลการวิจัย</strong> ได้เสนอแนะให้เริ่มจากการคัดแยกขยะในระดับครัวเรือน&nbsp; โดยแบ่งเป็นขยะเปียกและขยะแห้ง เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจัดการระดับครัวเรือน ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบในต่างประเทศ เนื่องจาก ในบริบทของไทย มีภาคส่วนไม่เป็นทางการอย่างธุรกิจรับซื้อของเก่าซึ่งมีประสิทธิภาพในการคัดแยกประเภท และชนิดขยะมากที่สุด โดยการสร้างการบรูณาการระหว่างภาคส่วนเป็นทางการ (formal sector) โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล ภาคส่วนกึ่งทางการ (semi-formal sector) อย่างบริษัทประชารัฐรักสามัคคี และภาคส่วนไม่เป็นทางการ (informal sector) ในระดับชุมชน ตามแนวคิดการพึ่งพาของระบบนิเวศเมือง (symbiosis concept)</p> <p><strong>คำสำคัญ: </strong>ขยะชุมชน เศรษฐกิจหมุนเวียน การพึ่งพาระบบนิเวศเมือง การบริหารจัดการเมือง</p> Pechladda Pechpakdee Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/253279 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 ลักษณะของการมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบที่อยู่อาศัย กรณีศึกษา ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.ปทุมธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/252428 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) ศึกษาขั้นตอนและกระบวนการออกแบบศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาคนไร้บ้าน จังหวัดปทุมธานี&nbsp; 2) ศึกษาลักษณะการมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบที่อยู่อาศัยของคนไร้บ้าน มีวิธีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและเชิงคุณภาพ โดยมีการเก็บข้อมูลผ่านการมีส่วนร่วมในการออกแบบ ศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสังเกตและการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง&nbsp; ผลจากการศึกษาพบว่ากระบวนการออกแบบมีการดำเนินไปพร้อมกับการการสร้างกระบวนการรวมกลุ่มคนไร้บ้าน นับเป็นอุปสรรคต่อการทำงานมีส่วนร่วมและการสร้างระดับการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นของคนไร้บ้าน นอกจากนี้การมีส่วนร่วมของคนไร้บ้านในกระบวนการออกแบบนี้มีลักษณะเฉพาะที่สำคัญ โดยกระบวนการออกแบบนับเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่ม รวมทั้งเกิดการสร้างเครือข่ายชุมชนและเครือข่ายทางสังคมกับองค์กรภายนอก อันมีผลต่อการสร้างความเข้มแข็งและสร้างโอกาสให้คนไร้บ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น</p> ศศิกาญจน์ ศรีโสภณ Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/252428 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 การออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่เสียเปล่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวของชุมชนเมือง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/250177 <p class="114"><span lang="TH">การศึกษาพื้นที่ว่างในย่านเจริญกรุง บางรัก เพื่อค้นหาและจำแนกพื้นที่เสียเปล่าในลักษณะต่างๆ มีการเก็บข้อมูล 2 ส่วน คือ การสำรวจลักษณะกายภาพของพื้นที่ และการสังเกตการณ์กิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ พบว่า มีพื้นที่ว่างที่สามารถนำมาเป็นพื้นที่ว่างเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว แบ่งประเภทตามเกณฑ์บริบทได้ดังนี้คือ 1) พื้นที่ว่างเขตทาง 2) พื้นที่ว่างด้านหน้าอาคาร 3) พื้นที่ว่างรอบอาคาร และ 4) พื้นที่ว่างอิสระ ผลการวิเคราะห์พบว่า พื้นที่ว่างเหล่านี้มีลักษณะของพื้นที่ว่างเสียเปล่า ได้แก่ 1) พื้นที่ว่างไม่มีการใช้ประโยชน์ 2) พื้นที่ว่างมีการใช้ประโยชน์ต่ำกว่ามาตรฐาน และ 3) พื้นที่ว่างเศษเหลือ การปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่เสียเปล่าให้เป็นพื้นที่สีเขียวอย่างเหมาะสม เป็นออกแบบภูมิทัศน์ในประเด็นดังนี้คือ 1) รูปแบบพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ใช้สอย และการเชื่อมโยงพื้นที่ 2) องค์ประกอบของพื้นที่ ได้แก่ พื้นผิวรองรับการใช้งาน สิ่งอำนวยความสะดวก และพืชพันธุ์ 3) ด้านสุนทรียภาพ ได้แก่ บรรยากาศของพื้นที่ เช่น ความร่มรื่น เป็นระเบียบเรียบร้อย เรียบง่าย เป็นต้น ทำให้ชุมชนเมืองที่มีการใช้ที่ดินเพื่อการก่อสร้างรองรับกิจกรรมสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับอาณาบริเวณนั้นๆ</span></p> พรชัย จิตติวสุรัตน์ Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/250177 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 การวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม ในเขตเทศบาลตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/254432 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp; เพื่อศึกษาถึงศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมของชุมชนในเขตเทศบาลตำบลบุญเรืองที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ของชุมชน และเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และความต้องการของคนในชุมชนบุญเรือง โดยใช้ศักยภาพเชิงพื้นที่เป็นกลยุทธ์หลัก ด้วยการสำรวจภาคสนาม รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม สำหรับเครื่องมือในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถาม แบบสำรวจและแผนที่ ส่วนการวิเคราะห์ศักยภาพของเชิงพื้นที่ใช้เทคนิค Potential Analysis Surface (PSA)</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษา พบว่า เทศบาลตำบลบุญเรือง มีลักษณะเป็นชุมชนชนบท มีอัตลักษณ์ของชุมชนด้านการเกษตร พื้นที่ธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชนบุญเรือง ได้แก่ พื้นที่ป่าชุมชน&nbsp; พื้นที่น้ำตกภูแกงและพื้นที่ริมลำห้วยภูแกง &nbsp;พื้นที่วิถีชีวิตทางการเกษตร พื้นที่วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น พื้นที่ทางศาสนา สำหรับพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมและเอื้อต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมมากที่สุด&nbsp; คือ วัดบุญเรืองเหนือ ริมลำห้วยภูแกง บริเวณด้านล่างของน้ำตกภูแกง&nbsp; พื้นที่ที่มีศักยภาพรองลงมา คือ วัดพระธาตุนางปุก วัดป่าอ้อบุญเรือง น้ำตกภูแกง พื้นที่ทางศาสนา&nbsp; สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น พื้นที่วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม พื้นที่วิถีชีวิตทางการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในการพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม ส่วนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของชุมชนบุญเรือง โดยใช้ศักยภาพเชิงพื้นที่เป็นกลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ &nbsp;การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน &nbsp;การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร การพัฒนาศูนย์สินค้าชุมชน&nbsp; การพัฒนาศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชน : หน้าบ้านน่ามอง ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน</p> ศมลวรรณ วรกาญจน์ Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/254432 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 แนวทางการป้องกันความเสี่ยงอุทกภัยจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในอนาคต กรณีศึกษาพื้นที่ลำน้ำมูล ส่วนที่ 3/5 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/255633 <p>งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแนวทางการป้องกันความเสี่ยงอุทกภัยและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในอนาคต กรณีศึกษาพื้นที่ลำน้ำมูล ส่วนที่ 3/5 ซึ่งในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีการเติบโตและขยายตัวของพื้นที่ชุมชนเมืองที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปี พ.ศ. 2551 - 2569 ศึกษารูปแบบและทิศทางการเกิดอุทกภัยเพื่อเสนอแนะแนวทางการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย</p> <p>จากการศึกษา พบว่า การตั้งถิ่นฐานเชิงพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดิน มีแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ชุมชนในอนาคตมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาในรูปแบบเส้นตรง จะเห็นได้ชัดเจนบริเวณถนนชยางกูร ถนนแจ้งสนิท และบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรม เบล็ดเตล็ดและป่าไม้ในบริเวณเมืองลดลงและยังมีการรุกล้ำบริเวณพื้นที่รับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากที่ส่งผลให้กีดขวางทางน้ำ เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำและเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมือง จากการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยมาเสนอแนะเป็นแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออนุรักษ์พื้นที่รับน้ำควบคู่กับพื้นที่ที่สามารถรองรับการขยายตัวจากพื้นที่เมืองเดิมได้ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ไม่เหมาะสมต่อการขยายตัวเมือง จำกัดการพัฒนาปานกลาง จำกัดการพัฒนาเล็กน้อย และ เหมาะสมต่อการพัฒนาเมือง</p> Natchanon Amatyakul Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/255633 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมเชิงนิเวศเพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ: กรณีศึกษาการปรับปรุงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/250889 <p>แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมเชิงนิเวศถูกศึกษาและนำเสนอ เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ จากการสำรวจอาคารและพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พบว่ามีการก่อสร้างอาคารโดยไม่คำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ นำไปสู่การทดลองสร้างระบบนิเวศจำลอง ผลการทดลอง พบว่า มีสัตว์เข้ามาอยู่อาศัยหลายชนิด โดยมีค่าดัชนีความหลากหลายมากที่สุด 1.08 (ค่าดัชนีความหลากหลายขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดไฟลัมของสัตว์ที่พบ โดยมีค่าเท่ากับ 0 ถึง 5) ในสภาพแวดล้อมที่มีค่าความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 82.45 % ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้ามาอยู่อาศัยและดำรงอยู่ของพืชและสัตว์ ได้แก่ 1) ค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม 2) การมีอยู่ของสารอาหาร 3) การมีพื้นที่อยู่อาศัย และ 4) แสงแดดที่เหมาะสม ซึ่งนำมาสู่ความหลากหลายทางชีวภาพ จากปัจจัยดังกล่าว ได้มีการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ต้นแบบ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยการปรับปรุงผนัง วัสดุมุงหลังคา และภูมิทัศน์รอบอาคาร เพื่อรองรับการเข้ามาอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต ผลจากการออกแบบ คือ เปลือกอาคารที่ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ มีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเพื่อควบคุมแสงแดด ความชื้นให้เหมาะสมแก่พืชแต่ละชนิด และมีรูปแบบที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของพืชและสัตว์ ประกอบกับการสร้างการเชื่อมต่อทางนิเวศในแต่ละหน่วยย่อยของกำแพง การสร้างทางเชื่อมป่า และการปรับเปลี่ยนวัสดุปิดผิวผนังและวัสดุมุงหลังคาของอาคาร</p> ธนกร วีระวุธ Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/250889 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 โครงการศึกษาเพื่อการออกแบบศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชุน กรณีศึกษา ชุมชนเมืองเตา ตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/255210 <p>โครงการการศึกษาเพื่อออกแบบศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน ชุมชนเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นโครงการวิจัยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ประจำปีงบประมาณ 2563&nbsp; มีวัตถุประสงค์ประสงค์ 2 ข้อ คือ 1) เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของชุมชน ผ่านทางการออกแบบศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ให้เป็นรูปธรรมตามหลักวิชาการ 2) เพื่อดำเนินการออกแบบและเขียนแบบสถาปัตยกรรมอาคารศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์บริเวณศาลเจ้าพ่อศรีนครเตา ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามกระบวนการวิจัย โดยใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมและบูรณาการร่วมกับกระบวนการ PDCA โดยมีผลที่เกิดขึ้นจากโครงการดังนี้ 1) แนวทางการจัดแสดงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของชุมชน 2) แบบสถาปัตยกรรมและหุ่นจำลอง อาคารศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนโดยมีผู้ร่วมโครงการ คือ คณะผู้วิจัย&nbsp; นิสิต&nbsp; ชุมชน และ ภาคีองค์กรภายนอก ได้แก่ หมู่บ้านเมืองเตา องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเตา อำเภอพยัคฆภูมิสัย จังหวัดมหาสารคาม</p> Nattawat Jitsit Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/255210 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 การศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบพื้นที่ใช้สอยภายใน เพื่อเสนอแนะแนวทางการออกแบบ โฮมสเตย์บ้านหัวขัว อ.แกดำ จ.มหาสารคาม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/252252 <p>การศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบพื้นที่ใช้สอยภายใน เพื่อเสนอแนะแนวทางการออกแบบโฮมสเตย์บ้านหัวขัว อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ใช้วิธีวิจัยเชิงสำรวจ และสัมภาษณ์ข้อมูล เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพของโฮมเสตย์ ทั้งนี้ ได้ทำการเลือกโฮมเสตย์ 1 หลัง จาก 13 หลังคาเรือน ที่มีความพร้อมต่อการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อต้อนรับนักกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยโฮมเสตย์ดังกล่าวมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ประกอบด้วย พื้นที่พักอาศัย ที่เก็บอุปกรณ์การเกษตร ยุ้งฉาง และสวนครัว กิจกรรม พฤติกรรม เป็นรูปแบบวิถีชนบท ดังนั้น แนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในโฮมสเตย์ ด้วยการจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ให้สอดคล้องต่อการใช้ชีวิตดั้งเดิม&nbsp; สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งาน สำหรับเจ้าของโฮมเสตย์ ผู้พักอาศัย ตลอดจนรองรับนักท่องเที่ยวได้ และนำเสนอการตกแต่งที่แสดงออกถึงศิลปะ ภูมิปัญญา ที่เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน&nbsp;</p> กิ่งกาญจน์ โสภณพิศุตม์ Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/252252 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 กระบวนการสร้างแนวความคิดในงานออกแบบจากอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยเพื่อผลลัพธ์ในรูปแนวความคิดสร้างสรรค์งานสมัยใหม่ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/254870 <p>การศึกษาเพื่อกระบวนการสร้างแนวความคิดในงานออกแบบโดยใช้ อัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย เป็นแนวทางเริ่มต้นนำไปสู่ผลลัพธ์ในรูปแบบของแนวความคิดสร้างสรรค์งานสมัยใหม่ที่ตอบรับกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยศึกษาจากข้อมูลด้านอัตลักษณ์ไทย นำมาวิเคราะห์และถ่ายทอดเป็นกระบวนการเพื่อนำไปใช้ในงานออกแบบโดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ศึกษาและทำงาน ในสายวิชาการออกแบบ สถาปัตยกรรม งานสร้างสรรค์ เป็นแนวทางสร้างแรงบันดาลใจ แนวคิด ต่อยอดในงานออกแบบ และสายงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเป็นการสร้างความตระหนัก ภาคภูมิใจในอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย ตอบรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 จนถึงแผนพัฒนาฉบับที่ 10 &nbsp;ในแง่มุมของการสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจจากทุนทางวัฒนธรรม ทำให้สามารถสรุปได้ว่าอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยสามารถนำมาสร้างให้เกิดรูปแบบแนวคิดสร้างสรรค์งานสมัยใหม่ได้ โดยผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ พัฒนา และถ่ายทอดตามกระบวนการอย่างเป็นระบบที่ชัดเจน สามารถสื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการนี้ได้โดยง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในงานออกแบบสร้างสรรค์ได้ในที่สุด</p> กุลภัสสรณ์ นางาม Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/254870 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700 พืชพรรณในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเพื่อการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมสำหรับวัด https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/255043 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพืชพรรณในคัมภีร์พระพุทธศาสนา วิเคราะห์ด้วยหลักการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม และเสนอแนะแนวทางการออกแบบพืชพรรณเพื่อการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมสำหรับวัด โดยเป็นการวิจัยเชิงเอกสาร ผลการวิจัยพบว่า ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับพืชพรรณหลายชนิดในบริบทที่ต่างกัน สามารถวิเคราะห์จำแนกประเภทตามลักษณะกายภาพและความสัมพันธ์กับที่ว่างและการใช้งาน การเสนอแนะแนวทางการออกแบบพืชพรรณ แนวคิดในการออกแบบ ได้แก่ การใช้พืชพรรณตามประโยชน์ใช้สอย การเลือกชนิดพืชพรรณที่เป็นสัญลักษณ์ สอดคล้องกับข้อมูลในพระพุทธศาสนา และการดูแลรักษา รายละเอียดการออกแบบ ประกอบด้วย การเลือกใช้ชนิดพืชพรรณที่ปรากฏในพระไตรปิฎก การสร้างพื้นที่ใช้งานบริเวณโคนไม้ หรือให้มีลักษณะแบบป่า อุทยานหรือสวนป่า และการสร้างบริเวณที่มีบรรยากาศน่ารื่นรมย์ ตลอดจนการใช้พืชพรรณเพื่อจัดแบ่งเขตการใช้ที่ดิน สร้างการรับรู้พื้นที่ จัดการเข้าถึง จัดการมุมมอง สร้างเอกลักษณ์ โดยจำเป็นที่จะต้องปรับหรือประยุกต์ผลการวิจัยให้สอดคล้องกับสถานที่แต่ละแห่ง เนื่องจากพืชพรรณแต่ละชนิดจะตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน</p> onumpai samkhuntod Copyright (c) 2022 วารสารสถาปัตยกรรม การออกแบบและการก่อสร้าง http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Jadc/article/view/255043 Wed, 31 Aug 2022 00:00:00 +0700