ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
-
1. บทความต้นฉบับที่ส่งเข้ามาเพื่อรับการพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่ ต้องเป็นบทความที่ "(1) ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารใดมาก่อน และ (2) ไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น" เป็นอันขาด
-
2. บทความต้นฉบับที่ส่งเข้ามา "ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขข้อกำหนดและรูปแบบการเขียนเรียบเรียงบทความแต่ละประเภท" เพื่อส่งตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารนั้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลด Template ได้ที่เมนู ดาวน์โหลด
-
3. ผู้แต่งตรวจสอบ "จำนวนคำ (word count)" ที่ปรากฎในบทความต้นฉบับโดยเป็นไปตามข้อกำหนดของประเภทบทความที่วารสารกำหนดเพื่อการตีพิมพ์เผยแพร่ (สามารถศึกษาสารสนเทศได้ ที่นี่)
-
4. จัดเตรียมบทความต้นฉบับให้มีการ "ปกปิดข้อมูลบางส่วน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนและหน่วยงานต้นสังกัด" เพื่อให้พร้อมในการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาประเมินคุณภาพบทความแบบที่ผู้ประเมินและผู้เขียนไม่สามารถทราบข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งกันและกัน (Double-blinded Review) (สามารถดู ตัวอย่าง ได้) พร้อมทั้งเติมข้อมูลของผู้เขียนบทความต้นฉบับในระบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องและครบถ้วน (ซึ่งจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนได้ภายหลังหลังจากที่ได้รับผลการประเมินบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการสรุปผลการประเมินบทความต้นฉบับแล้ว)
-
5. บทความต้นฉบับที่ส่งเข้ามาในระบบต้องอยู่ในรูปแบบไฟล์ของ "ไฟล์ MS Word เท่านั้น" (.doc หรือ .docx) และต้องจัดรูปแบบการพิมพ์บทความต้นฉบับโดยให้เป็นไปตามข้อกำหนดของทางวารสาร สามารถดู ตัวอย่าง ได้
-
6. รายการที่มีการอ้างอิงในบทความต้นฉบับ เช่น ที่อยู่ URL ของเว็บไซต์, ลิ้งค์วิดีโอหรือสื่อดิจิทัล และอื่น ๆ ต้องยังคงมี "สถานะออนไลน์และใช้งานได้จริงอย่างเป็นปัจจุบัน"
-
7. ถ้าบทความต้นฉบับ (Manuscript) ของข้าพเจ้าไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามรายละเอียดข้อที่ 1-7 ข้างต้น ข้าพเจ้ายินดี "ยอมรับผลการพิจารณาคัดเลือกเบื้องต้นของบรรณาธิการก่อนเข้าสู่กระบวนการส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพบทความทุกประการ"
วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิมพ์โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยด้านการศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้ นวัตกรรมทางการศึกษา และการวิจัยในชั้นเรียน โดยเปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจากคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป
วารสารดำเนินงานผ่านระบบบริหารจัดการวารสารออนไลน์ และใช้กระบวนการประเมินคุณภาพบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน จากสถาบันที่หลากหลายและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน โดยใช้ระบบการประเมินแบบผู้ประเมินและผู้เขียนไม่ทราบชื่อกัน (Double-blind review) เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานวิชาการสากล
วัตถุประสงค์ของวารสาร
-
เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลงานวิจัยด้านการศึกษา การจัดการเรียนรู้ และนวัตกรรมทางการศึกษา
-
เพื่อยกระดับคุณภาพผลงานทางวิชาการของบุคลากรทางการศึกษาและนักวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้อง
-
เพื่อส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ใหม่และการพัฒนางานวิจัยทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องในระดับชาติและนานาชาติ
ขอบเขตของบทความ (Scope)
วารสารรับพิจารณาบทความที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางการศึกษาและสาขาที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่
-
การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนรู้
-
การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาผู้ใหญ่
-
วิธีการสอนและเทคนิคการจัดการเรียนรู้
-
การวิจัยในชั้นเรียน
-
การวัดและประเมินผลทางการศึกษา
-
สภาพแวดล้อมและบริบทการเรียนรู้
-
เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา
-
การพัฒนาหลักสูตร
-
การบริหารและภาวะผู้นำทางการศึกษา
-
จิตวิทยาการศึกษา
-
การพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
กำหนดการเผยแพร่
วารสารเผยแพร่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ปีละ 4 ฉบับ (รายไตรมาส) ได้แก่
-
ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม
-
ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน
-
ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน
-
ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม
แต่ละฉบับตีพิมพ์ประมาณ 10 บทความ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ISSN (Online): 2673-0847
ประเภทบทความที่รับตีพิมพ์
รายละเอียดประเภทบทความสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/manu_category
กระบวนการประเมินบทความ
บทความที่ส่งเข้ามาจะผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นโดยกองบรรณาธิการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน โดยใช้ระบบการประเมินแบบ Double-blind peer review
ขั้นตอนการพิจารณาและตอบรับตีพิมพ์
-
ตรวจสอบรูปแบบบทความและความซ้ำซ้อนของผลงาน
-
ส่งบทความเข้าสู่กระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
-
ผู้เขียนปรับแก้บทความตามข้อเสนอแนะของผู้ประเมิน (หากมี)
-
กองบรรณาธิการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการเป็นขั้นตอนสุดท้าย
-
แจ้งผลการพิจารณาและออกหนังสือตอบรับเมื่อบทความผ่านเกณฑ์การตีพิมพ์
การติดต่อสื่อสารทั้งหมดดำเนินการผ่านระบบ ThaiJO และผู้เขียนควรติดตามสถานะบทความอย่างสม่ำเสมอ
ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (Article Processing Charges: APC) ในทุกขั้นตอนของการประเมินและเผยแพร่บทความ
การเตรียมต้นฉบับบทความ
ผู้เขียนต้องจัดเตรียมต้นฉบับตามรูปแบบ (Template) ที่วารสารกำหนด และตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ภาษา และเอกสารอ้างอิงก่อนส่งบทความ การจัดรูปแบบที่ถูกต้องจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาบทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของวารสาร
เงื่อนไขการส่งบทความ
-
บทความต้องไม่เคยเผยแพร่หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารอื่น
-
ผู้เขียนร่วมทุกคนต้องให้ความยินยอมในการส่งบทความ
-
บทความต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือคัดลอกผลงานผู้อื่น
-
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต้องได้รับการรับรองจริยธรรมการวิจัย และระบุเลขที่รับรองในบทความ
บทความทุกเรื่องจะถูกตรวจสอบด้วยโปรแกรม CopyCat และ iThenticate โดยกำหนดเกณฑ์ดังนี้
รูปแบบต้นฉบับบทความ
-
บทความสามารถเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
-
จัดทำไฟล์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word (.doc หรือ .docx)
-
การอ้างอิงใช้รูปแบบ APA ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 7 (APA 7th edition)
-
ความยาวบทความขึ้นอยู่กับประเภทบทความ (รายละเอียด: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/manu_category)
-
บทคัดย่อความยาว 200–250 คำ พร้อมคำสำคัญ 3–5 คำ
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต้นฉบับได้ที่
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/download
นโยบายการถอดถอนบทความ (Retraction Policy)
หากตรวจพบการคัดลอกผลงานหรือการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมการตีพิมพ์ภายหลังการเผยแพร่ วารสารจะดำเนินการถอดถอนบทความตามแนวทางของศูนย์ Thailand Citation Index (TCI) และประกาศสถานะบทความอย่างชัดเจน พร้อมแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ลิขสิทธิ์และความรับผิดชอบ
ความคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และไม่จำเป็นต้องสะท้อนทัศนะของกองบรรณาธิการ ทั้งนี้ สามารถนำบทความไปใช้เพื่อประโยชน์ทางวิชาการได้ โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง