ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการใช้การแก้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับห้องเรียนกลับด้านที่มีต่อสมรรถนะในการแก้โจทย์ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในวิชาเคมีของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Main Article Content

รุ่งรัตน์ ธรรมทอง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยสมรรถนะด้านแก้โจทย์ปัญหาวิชาเคมีภายหลังได้รับการจัดกาเรียนรู้ตามแนวทางการใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับห้องเรียนกลับด้านโดยเทียบกับร้อยละ 70 เป็นเกณฑ์ และ 2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมีของนักศึกษาก่อนและหลังการได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับห้องเรียนกลับด้าน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 30 คน ที่ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม รูปแบบการวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการใช้ปัญหา
เป็นฐานร่วมกับห้องเรียนกลับด้าน 2. แบบทดสอบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา และ 3. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบแบบ t (Dependent)
ผลการวิจัย พบว่า
1) ร้อยละคะแนนเฉลี่ยสมรรถนะในการแก้โจทย์ปัญหาวิชาเคมีหลังการได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับห้องเรียนกลับด้าน มีค่าเท่ากับ ร้อยละ 81.06 สูงกว่าร้อยละ 70 ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
2) ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธรรมทอง ร. . . (2025). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการใช้การแก้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับห้องเรียนกลับด้านที่มีต่อสมรรถนะในการแก้โจทย์ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในวิชาเคมีของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 12(1), 127–138. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/274654
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลชนก จันทร, เชษฐ์ ศิริสวัสดิ์ และ ปริญญา ทองสอน. (2565). ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาเคมีโดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่มีต่อสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมีของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 20(1),

-158. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/249322

พงษ์ลัดดา ปัญญาจิรวุฒิ และ วันวิสาห์. (2566). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาฟิสิกส์ร่วมสมัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 21(1), 204-221. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/

article/view/256391

ทิพย์สุดา ชื่นชม และ รุ่งลาวัลย์ ละอําคา. (2567). การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้แนวคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. วารสารวิชาการและวิจัยมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(3), 26-39. https://so04.tci-thaijo.org/index.

php/neuarj/article/view/271852

รุ่งรัตน์ ธรรมทอง. (2567). แผนการเรียนรู้ของรายวิชาเคมี EN10331 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 : NEU-QF3. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.

วรัทยา มณีรัตน์ และ ปิยรัตน์ ดรบัณฑิต. (2560). การพัฒนาทักษะกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาเคมี เรื่อง กรด-เบส โดยใช้ กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาสําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเรียนรู้, 8(2), 297-306.

https://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/article/view/9637

Akcay ,B and Benek, I.(2024). Problem-Based Learning in Türkiye: A Systematic Literature Review of Research in Science Education. Education Science, 14,330. 1-26. https://doi.org/10.3390/educsci14030330

Alqahtani,T.M, Yusop,F.D. & Halil,S.H. (2023). Content validity of the Constructivist Learning in Higher Education Settings (CLHES) scale in the context of the flipped classroom in higher education. Human & Social Sciences Communication, 1-12.

https://doi.org/10.1057/s41599-023-01754-3

Calleja, M., Cordell, M.O., Teves, J.M., Yap, S.A., Chua, U., & Bernardo, A. (2023). Addressing the Poor Science Performance of Filipino Learners: Beyond Curricular and Instructional Interventions. https://animorepository.dlsu.edu.ph/res_aki/91/

Dogan,Y.,Batdi, V. and Yasar, M-D. (2023). Effectiveness of flipped classroom practices in teaching of science: a mixed research synthesis. Research in Science & Technological Educatiom, 41(1), pp. 393-421. https://www.tandfonline.com/doi/

full/10.1080/02635143.2021.1909553

Eichler, J.F., Peeples, J. (2016). Flipped classroom modules for large enrollment general chemistry courses: a low barrier approach to increase active learning and improve student grades. Chem Educ Res Pract, 17(1), 197-208.

Merritt, J., Lee, M. Y., Rillero, P., & Kinach, B. M. (2017). Problem-Based Learning in K-8 Mathematics and Science Education: A Literature Review. Interdisciplinary Journal of Problem-Based Learning, 11(2). https://doi.org/https://doi.org/

7771/1541-015.1674

Raman, Y., Surif, J., Ibrahim, N.H. (2024). The Effect of Problem Based Learning Approach in Enhancing Problem Solving Skills in Chemistry Education: A Systematic Review. International Journal of Interactive Mobile Technologies (iJIM), 18(5), 91–111. https://doi.org/10.3991/ijim.v18i05.47929

Suwannoi, P. (2021). Supporting document for teaching and learning development project “Problem Based Learning”. https://ph.kku.ac.th/thai/images/file/km/pbl-he-58-1.pdf

Wijarn, P. (2013). Ways to create learning for students in the 21st century. Bangkok: Thada Publication. (in Thai)