การพัฒนาครูเชิงระบบเพื่อยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามกรอบการประเมิน PISA 2025 ด้วยรูปแบบ PCACK-4D: การวิจัยเชิงวินิจฉัยและวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วินิจฉัยปัญหาการจัดการเรียนรู้เชิงวิกฤตจากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ย้อนหลัง 3 ปีการศึกษา (พ.ศ. 2564–2566) 2) วิเคราะห์ข้อสอบจุดวิกฤตตามกรอบ Revised Bloom's Taxonomy และสมรรถนะความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ตามกรอบการประเมิน PISA 2025 และ 3) วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและนำเสนอแนวทางการพัฒนาครูเชิงระบบด้วยรูปแบบ PCACK-4D โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน ประเภทการวิจัยเชิงวินิจฉัยและวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น กลุ่มเป้าหมายคือผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 22 คน จาก 11 โรงเรียน ในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 คัดเลือกด้วยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยโปรแกรม PROFILE แบบวิเคราะห์ Revised Bloom's Taxonomy × PISA 2025 Matrix และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (IOC = 0.67–1.00) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยคะแนนมาตรฐานที ร้อยละ การวิเคราะห์เนื้อหา และการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า
ผลการวิจัยพบว่า 1) ทุกมาตรฐานการเรียนรู้อยู่ในระดับ L1 โดยมาตรฐานที่เป็นปัญหาซ้ำซ้อน และมีคะแนนต่ำต่อเนื่อง ได้แก่ มาตรฐาน ว 1.2 (โครงสร้างและหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต) ว 2.1 (สมบัติของสสาร) และ ว 2.3 (แรงและพลังงาน) ซึ่งมีผลคูณน้ำหนักสูงสุด (10 คะแนน) 2) จุดวิกฤตสูงสุดพบในมาตรฐาน ว 2.1 ตัวชี้วัด ป.4/1 ปีการศึกษา 2564 มีอัตราการตอบถูกเฉลี่ยเพียงร้อยละ 6.33 ซึ่งต่ำกว่าค่าความน่าจะเป็นจากการเดา สะท้อนภาวะวิกฤตในระดับการคิดแบบการประเมินค่าและสมรรถนะการออกแบบและประเมินกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ตามกรอบ PISA 2025 3) การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นพบช่องว่างเชิงระบบ ใน 4 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการ บริบท การสอน และความรู้ นำไปสู่การออกแบบชุดนวัตกรรม "6-Stack Innovation" จำนวน 6 เล่ม ภายใต้รูปแบบ PCACK-4D เพื่อทำหน้าที่เป็นความทรงจำองค์กร สำหรับรักษาฐานความรู้และส่งต่อแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงระบบอย่างยั่งยืน แม้มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. Longman.
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2023). PISA 2025 science framework (Draft). https://pisa-framework.oecd.org/science-2025/assets/docs/PISA_2025_Science_Framework.pdf
Shulman, L. S. (1986). Those who understand: Knowledge growth in teaching. Educational Researcher, 15(2), 4–14. https://doi.org/10.3102/0013189X015002004
Von Bertalanffy, L. (1968). General system theory: Foundations, development, applications. George Braziller.
Chiang Rai Primary Educational Service Area Office 1. (2024). O-NET result report: Academic year 2023. Group of Supervision, Monitoring and Evaluation. (in Thai)
Office of the Private Education Commission. (2024). Guidelines for driving PISA 2025 score enhancement in educational institutions. Ministry of Education. (in Thai)
Techakaew, S., & Deemee, P. (2023). Manual for using the Basic National Educational Test (O-NET) analysis program to determine the efficiency of teacher learning management in Phrae educational institutions, academic year 2023 (PROFILE O-NET 2023). Phrae Provincial Education Office. (in Thai)
Woratadasawat, W. (2023). Supervision model for promoting teacher's learning management competency in small schools. Journal of Educational Innovation and Research, 7(2), 445-460. (in Thai)