การวิจัยและพัฒนายกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานของนักเรียน ด้วยรูปแบบการปฏิบัติการสอนโดยใช้หลักสูตรเป็นฐานและการบูรณาการภาษาอังกฤษ ในสาระการเรียนรู้ผ่านการศึกษาชั้นเรียนและการนิเทศออนไลน์

Main Article Content

แขก บุญมาทัน
อิศราพร ชัยงาม

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพ ปัญหาและความต้องการฯ 2) รูปแบบการสอนฯ 3) พัฒนาครูด้วยรูปแบบการสอนฯ 4) ผลการปฏิบัติการสอน 5) ความพึงพอใจ ปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะฯ 6) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานของนักเรียน 7) ทักษะภาษาอังกฤษและความคิดเห็นของนักเรียน   8) ปรับรูปแบบการสอน โดยใช้การวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา (research & develop: R&D) 4 ระยะ คือ  1) การวิจัยเชิงคุณภาพ (R1) สัมภาษณ์ครูชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 40 (สพม.40) จำนวน 20 คนและเทศบาล (สท.) ปีการศึกษา 2560 จำนวน 20 คน รวม 40 คน เลือกแบบเจาะจงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยและความสมัครใจด้วยแบบสัมภาษณ์ 2) การพัฒนา (D1) สังเคราะห์เอกสารและข้อมูลจาก 1) เพื่อจัดทำรูปแบบการปฏิบัติ การสอนฯ 3) การวิจัย (R2) มี 3 กิจกรรม คือ 3.1) พัฒนาครูชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 40 คน เลือกแบบเจาะจงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ความสมัครใจและมีเวลาเข้าร่วมตลอดการวิจัย ด้วยการวิจัยกึ่งทดลองแบบ one group pre-posttest design เครื่องมือคือ รูปแบบการสอนฯ 3.2) ศึกษาผลการปฏิบัติการสอนฯ กับครูชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 40 คน ใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้ แบบประเมินแผนฯ แบบบันทึกผลการปฏิบัติการสอน แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบประเมินทักษะภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามความคิดเห็นของครู เก็บรวบรวมข้อมูลผ่านกระบวนการศึกษาชั้นเรียนและการนิเทศออนไลน์ และ 3.3) ศึกษาผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ทักษะภาษาอังกฤษและความคิดเห็นของนักเรียน จำนวน 400 คน เครื่องมือมี 3 ชนิด คือ แบบสรุปผลแบบประเมินทักษะภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามความคิดเห็น 4) การพัฒนา (D2) ปรับรูปแบบการปฏิบัติการสอนฯ


ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพคือ ครูจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสาร สิ่งพิมพ์ของสำนักพิมพ์ ปัญหาที่สำคัญคือ นักเรียนไม่ได้รับการเรียนรู้ตามที่หลักสูตรกำหนด ครูต้องการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบโดยเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์หลักสูตร จนกระทั่งถึงการวิจัยในชั้นเรียน โดยบูรณาการภาษาอังกฤษเข้าไปใช้ในการสื่อสาร ควรพัฒนาครูด้วยการอบรม การสังเกตในชั้นเรียน มีผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการเป็นพี่เลี้ยงที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา 2) รูปแบบการปฏิบัติการสอน มีองค์ประกอบ 6 ส่วน คือ 1. แนวคิด: การสร้างองค์ความรู้ 2. ขั้นเตรียม 3. ขั้นพัฒนาความรู้ 4. ขั้นปฏิบัติการสอน 5. ขั้นประเมินผล 6. ขั้นเดินก้าวใหม่ เรียกว่า PKAAN Model อ่านว่า พีแคน โมเดล 3) ผลการพัฒนาครู พบว่า ครูมีคะแนนหลังได้รับการพัฒนาด้วยรูปแบบการปฏิบัติการสอนโดยใช้หลักสูตรเป็นฐานและการบูรณาการภาษาอังกฤษในสาระการเรียนรู้  สูงกว่าก่อนได้รับการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และครูมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาอยู่ในระดับมากที่สุด 4) ผลการปฏิบัติการสอนของครูโดยใช้รูปแบบการปฏิบัติการสอนฯ พบว่า 4.1) การประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 รอบ พบว่า รอบที่ 1, 2 และ3 ครูจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการวิเคราะห์หลักสูตรร้อยละ 42.50, 70.00 และ100 ตามลำดับ 4.2) ผลการปฏิบัติการสอนผ่านการศึกษาชั้นเรียนและการนิเทศออนไลน์ จำนวน 3 ครั้ง พบว่า ครั้งที่ 1, 2 และ 3 ครูมีการวิพากษ์แผนการจัดการเรียนรู้ และสังเกตการสอนในชั้นเรียนโดยเพื่อนครู ร้อยละ 35.00, 52.50 และ90.00 ตามลำดับ 4.3) ความพึงพอใจของครูต่อการปฏิบัติการสอนจากการใช้รูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด 4.4) ทักษะภาษาอังกฤษของครูจำนวน 3 ครั้ง โดยการประเมินตนเอง พบว่า ครั้งที่ 1, 2 และ 3 ครูมีทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอยู่ในระดับ ที่ 1 ไม่สามารถเข้าใจหรือพูดไม่ได้เลย ร้อยละ 92.50, 72.50 และ 27.50  5) ความคิดเห็นของครูที่มีต่อการปฏิบัติการสอนอยู่ในระดับมาก โดยปัญหาและอุปสรรคคือ ครูและเพื่อนครูไม่มีเวลาในการวิพากษ์แผนฯและการสังเกตชั้นเรียน และขาดความรู้หรือเชี่ยวชาญในการวิพากษ์ 6) ระดับผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการปฏิบัติการสอนฯ พบว่า คะแนน O-NET ในปี 2560 โดยภาพรวมสูงกว่าคะแนน O-NET ในปี 2559 7) ทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน 3 ครั้ง โดยการประเมินตนเอง พบว่า ครั้งที่ 1, 2 และ 3 นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษอยู่ในระดับที่ 2 ใช้ภาษาได้เล็กน้อย ร้อยละ 96.00, 61.75 และ 18.50 ตามลำดับและความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการปฏิบัติการสอนด้วยรูปแบบการปฏิบัติการสอนฯ อยู่ในระดับมาก 8) รูปแบบการปฏิบัติการสอนโดยใช้หลักสูตรเป็นฐานและการบูรณาการภาษาอังกฤษในสาระการเรียนรู้ เรียกว่า PKAAN Model ประกอบด้วย 6 ส่วน คือ 1. แนวคิด: การสร้างองค์ความรู้ 2. ขั้นเตรียม 3. ขั้นพัฒนาความรู้ 4. ขั้นปฏิบัติการสอน 5. ขั้นประเมินผล 6. ขั้นเดินก้าวใหม่

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกพร ทองสอดแสง. (2552). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมครูสอนเพศศึกษาด้วยเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรอุตสาหกรรมดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและพัฒนาหลักสูตร ภาควิชาบริหารเทคนิคการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.

กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์. (2560). รายงานผลการจัดการศึกษาของกลุ่มนโยบายและแผน. เพชรบูรณ์: เอกสารอัดสำเนา.

แขก บุญมาทัน และคณะ. (2558). การจัดการข้อมูลการวัดและประเมินผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้อมูลปี 2553 และ 2556 ในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์และพิจิตร. คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชเพชรบูรณ์. เอกสารอัดสำเนา.

ชารี มณีศรี. (2542). การนิเทศการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร.

ธูปทอง กว้างสวาสดิ์. (2549). เอกสารประกอบการสอนวิชา 0506714 สัมมนาหลักสูตรและการสอนภาษาอังกฤษ. มหาสารคาม: ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2548). จิตวิทยาอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพฯ.

รติ ศรีเหมือน. (2556). พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ความสามารถในการสื่อสาร ที่พยากรณ์ประสิทธิผล การทำงานเป็นทีมของพนักงานในธุรกิจธนาคาร. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรศิลปศาสตร มหาบัณฑิตสาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.

อิศราพร ชัยงาม และแขก บุญมาทัน. (2558). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 40โดยใช้รูปแบบการปฏิบัติการสอนเป็นฐานด้วยการศึกษาบทเรียนและการบูรณาการภาษาอังกฤษในสาระการเรียนรู้ผ่านระบบการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์. เพชรบูรณ์ : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.

Yoshida, M. (2005). An overview of Lesson Study. In Building our understanding of lesson study. (pp. 1 - 12). Philadelphia: Research for better schools Inc.