ผลของโปรแกรมสมอง จิตใจ และการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความตั้งใจจดจ่อ ในนักเรียนชั้นประถมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลของโปรแกรมสมอง จิตใจ และการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความตั้งใจจดจ่อในนักเรียนชั้นประถมศึกษา 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับโปรแกรมสมอง จิตใจและการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 64 คน การจัดหน่วยตัวอย่างเข้ากลุ่ม โดยการสุ่มแบบกลุ่มจับสลากเลือกกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ โปรแกรมสมอง จิตใจ และการเรียนรู้ และแบบทดสอบความตั้งใจจดจ่อ (attention network test : ANT) โดยเปรียบเทียบ 1) ความตั้งใจจดจ่อระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมภายหลังการทดลอง และความตั้งใจจดจ่อในกลุ่มทดลองระหว่างหลังการทดลองกับก่อนการทดลอง 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมภายหลังการทดลอง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มทดลองระหว่างหลังการทดลองกับก่อนการทดลอง ด้วยการทดสอบค่าที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. นักเรียนกลุ่มทดลองมีความตั้งใจจดจ่อหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม และสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. นักเรียนกลุ่มทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม แต่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ชาลอน โปรมัสโลว์. (2550). ปองดองสมองกาย (ภัทรพล ตุลารักษ์ และนลิน ไกลขจรกิตติ, แปล) กรุงเทพฯ: ขวัญข้าว.
เชิดศักดิ์ ดอดกระโทก. (2553). ผลของโปรแกรมการบริหารสมองที่มีต่อความตั้งใจในการเรียนของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 โรงเรียนปลูกปัญญา จังหวัดนครราชศรีมา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชา จิตวิทยาการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา.
นันทิยา ตันศรีเจริญ. (2545). “Brain Gym” บริหารสมองเพิ่มศักยภาพเรียนรู้. สารปฏิรูป, 5(50),26-28.
ปราณี อ่อนศรี. (2552). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ใช้สมองเป็นฐานของนักเรียนพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก. ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการ วิจัยและพัฒนาหลักสูตร, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์. (2556). การประเมินความตั้งใจจดจ่อโดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองและการประยุกต์ใช้ในเด็กที่เป็นโรคซนสมาธิสั้น. นครปฐม: ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์ โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล.
วราภรณ์ มานะวงศ์. (2556). ผลของโปรแกรมการฝึกโยคะที่มีต่อความตั้งใจในการเรียน ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนบ้านสร้างแสน จังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
อลิศรา ชูชาติ, อมรา รอดดารา และสร้อยสน สกลรักษ์. (2549). นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวปฏิรูป การศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Arent, R. (1994). Learning environments and motivative. New York: McGraw-Hill.
Caine, R. N., & Caine, G. (1999). Understanding a brain-based approach to learning and teaching. Educational Leadershing, 48(2), 66-70.
Caine, R. N., & Caine, G., Carol, M., & Karl, K. (2009). 12 Brain/ mind learning principles in action: Developing function of the human brain (2nd ed.). California: Corwin.
Cicerone, K. D., Dahlberg, C., Malec, J. F., Langenbahn, D. M., Felicetti, T., Kneipp, S. (2005). Evidence-based cognitive rehabilitation: updated review of the literature from 1998 through 2002. Archives of Physical Medicine & Rehabilitation, 86(8),1681-1692.
Corbetta, M., & Shulman, G.L. (2002). Control of goal-directed and stimulus-driven attention in the brain. Nature Reviews Neuroscience, 3, 201-215.
Eric, J. (2000). Brain-based learning: The new science of teaching & training. San Diego, CA: The Brain Store.
Fan, J., Bruce, D., McCandliss, B. D., Fossclla, J., Flombaum, J. I., & Posner, M. I. (2005).
The activation of attentional networks. NeuroImage: Elsevir.
Fan, J., McCandliss, B. D., Sommer, T., Raz, A., & Posner, M. I. (2002). Testing the efficiency and independence of attentional networks. Journal Cognitive Neuroscience, 14(3), 340-347
Freeman, K. C. (2000). A summery of brain gym research project on reading. Brain Gym Journal, 3, 151-177.
Galotti, K. M. (2014). Cognitive psychology in and out of the laboratory (5th ed.). London: Sage.
Janssen, M. J. M., Chinapaw, S. P., Rauh, H. M., & Toussaint, W., Mechelen, E. A., & Verhagen, L. M. (2014). A short physical activity break from cognitive task increases selective attention in primary children aged 10-11. Mental Health and Physical Activity, 7, 129-134.
Marrocco, R. T., & Davidson, M. C. (1998). Neurochemistry of attention. In R. Parasuraman (Ed.), The attentive brain (pp. 35-50). Cambridge, MA, US: The MIT Press.
Thomas Redick & Randall Engle.(2006). Working Memory Capacity and Attention Network Test Performance.Published online in Wiley InterScience,713–721
Vance, D. E. (2009). The emerging role of cognitive remediation therapy. Activities, Adaptation & Aging, 33(1), 17-30.
Yi-Feng, W. (2015). Reliable attention network scores and mutually inhibited internetwork relationships revealed by mixed design and non-orthogonal method. Journal of the Scientific Report, 5, 1-10.
Yoko Ishigami. (2011). The Attention Network Test (ANT): Individual Difference And Components Of Attention Across The Life Span. Dalhousie University Halifax, Nova Scotia ,53-54.