การพัฒนาวิธีการประเมินทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Main Article Content

ญาติมา โสภานิช
ทัศน์ศิรินทร์ สว่างบุญ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) สร้างและหาคุณภาพวิธีประเมินทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) พัฒนาคู่มือวิธีการประเมินทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาวิธีการประเมินทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา โดยใช้การสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและหาคุณภาพของวิธีประเมินทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ทดลองใช้กับนักเรียน 30 คน และ ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนาคู่มือวิธีการประเมินทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินความเหมาะสมของคู่มือ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้


        1. วิธีประเมินทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่ได้พัฒนาขึ้น ประกอบไปด้วย 3 วิธี คือ การทดสอบ การสังเกต และการบันทึก


         2. คุณภาพของวิธีการ ในภาพรวมมีความเหมาะสมของวิธีการอยู่ในระดับดี


                2.1 วิธีการทดสอบ มีความเหมาะสมของวิธีการอยู่ในระดับดี


                    1) แบบทดสอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ตั้งแต่ 0.80 -1.00 มีค่าความยากตั้งแต่ 0.40 – 0.77 มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.40 - 0.50 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88


                    2) แบบทดสอบปรนัย จำนวน 20 ข้อ มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ตั้งแต่ 0.60 -1.00 มีค่าความยากตั้งแต่ 0.60 – 0.70 มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.20 – 0.53และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.79


                2.2 วิธีการสังเกต มีความเหมาะสมของวิธีการอยู่ในระดับดี ค่าความเชื่อมั่นมีค่าเท่ากับ 0.76


                2.3 วิธีการบันทึก มีความเหมาะสมของวิธีการอยู่ในระดับดี


        3. ผลการประเมินความเหมาะสมของคู่มือโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( gif.latex?\bar{x}=3.96, S.D.= 0.29)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2549). แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ 2549 ปีแห่งการปฏิรูปการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กุลชลี ตาลช่วง. (2546). การพัฒนาวิธีการประเมินการปฏิบัติงานกลุ่ม สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น .กรุงเทพฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จำรัส อินทลาภาพร. (2558). การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาสำหรับผู้เรียนระดับ ประถมศึกษา. บทความวิจัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ปรีชา ช้างขวัญยืน และคณะ. (2542). เทคนิคการเขียนและผลิตตำรา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พรทิพย์ ฉิมพงษ์. (2014). การพัฒนาคู่มือการจัดกิจกรรมการละเล่นเด็กไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถทางพหุ ปัญญาของเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยบ้านครูแมวจังหวัดสมุทรปราการ. สารนิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

มนตรี จุฬาวัฒนทล. (2558). “รายงานการสัมมนาระดมความคิด เรื่อง STEM Education: นโยบายเชิงรุกในการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 จาก www.senate.genate.go.th.

รัตนา นิธิรักษ์. (2555). การพัฒนาคู่มือระบบการพัฒนาดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านท้องคุ้งสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการเขต 2 สารนิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ บริษัท ตถาตาพับลิเคชั่น จำกัด.

วินัย บัวแดง. (2547). การพัฒนาคู่มือการประเมินผลตามสภาพจริงกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับครูประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปกร.

เวียงชัย แสงทอง. (2557). การนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) ของครูวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา โดยใช้เทคนิคการนิเทศระบบพี่เลี้ยงและการให้คำปรึกษา (Coaching and Mentoring). บทความวิจัย.สืบค้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 ,จาก www.ubon2-ed.go.th./g-news.

อัจฉรา วิญญกูล. (2555). การพัฒนาวิธีประเมินความสามารถในการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เอกวุฒิ ไกรมาก. (2541). การสร้างคู่มือครูในการจัดหาและใช้ประโยชน์วิทยากรท้องถิ่นสอนวิชาช่างอุตสาหกรรมในโรงเรียนมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Charles S., Claxton, and Patricia H. Murrell. (1987). Learning Styles: Implications for Improving Educational Practices. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 4, 1987. Association for the Study of Higher Education, 1 Dupont Circle, Suite 630, Washington, DC 20036.

Dollisso, A., & Koundinya, V. (2011). An Integrated Framework for Assessing Oral Presentations Using Peer, Self, and Instructor Assessment Strategies1. NACTA Journal, 55(4), 39.

Senger, H. ed. (2012). The blue light syndrome. Springer Science & Business Media.

Thomas, M. ed. (2011). Deconstructing digital natives: Young people, technology, and the new literacies. Taylor & Francis.