ผลการใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) เพื่อส่งเสริมความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์และ ความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายดังนี้1)เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) ตามเกณฑ์70/70 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR)และ4)เพื่อศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR)ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2559 ภาคเรียนที่ 1 โรงเรียนจตุคามวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 จำนวน 1 ห้อง รวม 14 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) จำนวน 10 แผน แบบทดสอบวัดความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารจำนวน 30 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก(B)ตั้งแต่ 0.36 ถึง 0.86 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.98แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ จำนวน 20 ข้อ มีค่าความยาก (p) ตั้งแต่ 0.57 ถึง 0.92 ค่าความเชื่อมั่น = 0.84 แบบวัดความเชื่อมั่นในตนเอง จำนวน 15 ข้อค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.41 ถึง 0.87มีค่า
ความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.98สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิตินอนพาเมตริกวิลคอกซัน
ผลการวิจัยพบว่า
1)ประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) เท่ากับ 79.99/76.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 70/70
2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) มีความสามารถการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3)นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) มีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์อยู่ในระดับมาก
4)นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบกิจกรรมโต้ตอบทางสรีระ (TPR) มีความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับมาก
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
2. กระทรวงศึกษาธิการ.(2554).แนวทางการดำเนินงานเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ปีงบประมาณ 2554.
กรุงเทพฯ : ม.ป.พ.
3. นิกร ปัตรัตน์.(2554). การเปรียบเทียบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ความเชื่อมั่นในการใช้
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และความคงทนในการเรียนรู้ระหว่างการจัดกิจกรรมการสอน ภาษาอังกฤษแบบโครงงานและและโต้ตอบทางสรีระ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
4. ปทิตตา ติวงค์.(2555).การพัฒนาความสามารถด้านการฟัง-พูด ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีสอนแบบ
ตอบสนองด้วยท่าทางของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยทักษิณ.
5. เผชิญ กิจระการ.(2544).การวิเคราะห์ประสิทธิภาพสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (E1/E2)วารสาร
วัดผลการศึกษา,ปีที่7, 44 – 51.
6. วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์.(2554).นวัตกรรมตามแนวคิดแบบ Backward Design. กรุงเทพฯ: ช้างทอง.
7. _______. (2554). นวัตกรรมเพื่อความรู้. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ภาควิชาวิจัยและพัฒนาการศึกษา(2553). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา.พิมพ์ครั้งที่ 5. มหาสารคาม :
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
8. รุ่งทิวา อุ่นเจริญ.(2557).การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ TPR และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM.วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยนครพนม.
9. วิภาภรณ์ บุตรนาม.(2556).การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและ
ความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการจัดกิจกรรมแบบ TPR และแบบ CLE.วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
10. ศิริภรณ์ ศรีนาค.(2550). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วิธีสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง (TPR) กับวิธีการสอนตามแนว
ทางการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร.วิทยานิพนธ์ปริญญาคุรุศาสตร์บัณฑิต สาขาหลักสูตรและ การสอน มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพกษัตริย์ตรี.
11. สิริวิภา จอกลบ.(2553).ทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับ
การจัดกิจกรรมการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง (TPR). การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยขอนแก่น.
12. Asher,J.J.(1979).Learning Another Language Through Action . The Complete Teacher’s
Guide Book Los Gatos. California : Sky Oaks Publication.
13. Mattisson, J. (2010). Using TPR Method in Teaching English Adjectives. Retrieved July 20,
2013, from www.diva-portal.org.