ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันสิ่งคุกคามสุขภาพของพนักงานเก็บขยะ สังกัดเทศบาล จังหวัดนนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการป้องกัน สิ่งคุกคามที่ส่งผลต่อสุขภาพ และเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การสัมผัสสิ่งคุกคามทางสุขภาพจากการทำงาน และความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมป้องกันสิ่งคุกคามที่ส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานเก็บขยะ สังกัดเทศบาล จังหวัดนนทบุรี ใช้รูปแบบการวิจัยแบบภาคตัดขวาง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จากพนักงานเก็บขยะ จำนวน 242 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square และ Pearson’s product moment correlation coefficient ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันสิ่งคุกคามสุขภาพจากการทำงานในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 51.2 และมีพฤติกรรมการป้องกันสิ่งคุกคามทางสุขภาพจากการทำงานอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 66.1 โดยมีปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันสิ่งคุกคามที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ ปัจจัยด้านระดับการศึกษา การสัมผัสสิ่งคุกคามทางสุขภาพจากการทำงานในด้านอุบัติเหตุจากการทำงาน และด้านจิตวิทยาสังคม และความรอบรู้ด้านสุขภาพด้านการนำข้อมูลไปใช้เพื่อดูแลสุขภาพ มีข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบายด้านความปลอดภัยในการทำงานและสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่เข้มข้นและชัดเจน และมีการจัดกิจกรรมการอบรมการเชื่อมสัมพันธ์ และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อกระตุ้นให้พนักงานเก็บขยะมีพฤติกรรมในการป้องกันสิ่งคุกคามทางสุขภาพจากการทำงานอยู่เสมอ โดยควรมีการประเมินพฤติกรรมในการป้องกันสิ่งคุกคามทางสุขภาพจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาต CC Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) โดยต้องแสดงที่มา/การอ้างอิงจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลงเนื้อหา
- ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารฯ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารฯ (ซึ่งหมายรวมถึง บรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิในกองบรรณาธิการ หรือ บรรณาธิการรับเชิญ) แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารฯ
- กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตัดทอน/ปรับแก้ถ้อยคำบางประการเพื่อความเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2560). คู่มือการใช้แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับคนไทย. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2562). รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562. กรมควบคุมมลพิษ.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2561). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: แนวคิด การวัด และการประยุกต์ใช้ในงานสาธารณสุข. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล.
ชินตา เตชะวิจิตรจารุ. (2561). กุญแจสำคัญสู่พฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์สุขภาพที่ดี Health Literacy: A key indicator towards Good Health Behavior and Health Outcomes. วาสารพยาบาลทหารบก, 9 (พิเศษ), 1-11.
ณัฐพล พิมพ์พรมมา. (2565). ปัจจัยคุกคามสุขภาพและภาวะสุขภาพของพนักงานเก็บขยะในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 20(3), 84-97.
ปางชล ธรรมโชติ. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันสิ่งคุกคามทางสุขภาพจากการทำงานของพนักงานเก็บขยะในจังหวัดสุโขทัย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
เฟื่องฟ้า รัตนาคณหุตานนท์ และนาตยา ดวงประทุม. (2562). การสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงานของพนักงานเก็บขยะในอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 5(2), 220-233.
ภานุวัฒน์ พิทักษ์ธรรมากุล. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในชุมชนต้นแบบของเขตสุขภาพที่ 5. กลุ่มสุขภาพภาคประชาชนและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที 5.
วิราภรณ์ ทองยัง. (2552). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานเก็บขยะ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหิดล.
วิชา วัฒนาปรีชาเกียรติ. (2560). พฤติกรรมการป้องกันโรคและอุบัติเหตุจากการทำงานของพนักงานจัดเก็บขยะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขตอำเภอเมือง จังหวัดระนอง. การค้นคว้าอิสระสาธารณสุขศาสตรมหาบัณทิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
วาสนา ศรีมงคล และพิชชานาถ เงินดีเจริญ. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันอุบัติเหตุของพนักงานเก็บขนขยะ สังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา.วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ, 17(2), 40-52.
วรรณวิมล เมฆวิมล และสุรีย์วรรณ สีลาดเลา. (2561). พฤติกรรมการคัดแยกขยะมูลฝอยของนักศึกษาวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. รายงานผลการวิจัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2558). การประเมินความเสี่ยงและสิ่งคุกคามทางสุขภาพของแรงงานเก็บขยะในประเทศไทย. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
สมจิรา อุสาหะวงค์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันอุบัติเหตุของพนักงานจัดเก็บขยะในเขตอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกริก.
สิทธิชัย ใจขาน, และวราภรณ์ พันธ์ศิริ. (2562). พฤติกรรมและความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเก็บขนขยะมูลฝอย กรณีศึกษาเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 21(1), 50-59.
สมสุข ภาณุรัตน์ พรพรรณ ภูสาหัส สุขฤดี ธัชศฤงคารสกุล พัชรี กระจ่างโพธิ วิถี ธุระธรรม และภาสกร เนตรทิพย์วัลย์. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความฉลาดทางสุขภาพของผู้สูงอายุอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก. วารสารพยาบาลตำรวจ, 11(1), 86-94.
สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือสิ่งคุกคามทางสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพเก็บและคัดแยกขยะ. สำนักพิมพ์กรมอนามัย ประเทศไทย.
สลิลรัตน์ นิตรมร. (2564). ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงานเก็บขยะสังกัดเทศบาลจังหวัดนนทบุรี. สำนักวิจัยและพัฒนาสุขภาพ.
อังศินันท์ อินทรกาแหง. (2560). ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับการสร้างเสริมสุขภาพ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล.
Green, L. W., & Kreuter, M. W. (2005). Health program planning: An educational and ecological approach. McGraw-Hill.
Krejcie, R. V., & Morgan, D.W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Manganello, J. A. (2008). Health literacy and adolescents: A framework and agenda for future research. Health Education Research, 23(5), 840–847.
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078.
Sorensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., & Brand, H. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12(80), 1–13.