ประสิทธิผลโครงการฝึกอบรมการใช้ระบบออนไลน์อีวันสต็อปเซอร์วิสในการนำส่งวัตถุพยานเพื่อตรวจพิสูจน์ ณ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโครงการอบรมการใช้ระบบออนไลน์อีวันสต็อปเซอร์วิสในการนำส่งวัตถุพยานเพื่อตรวจพิสูจน์ ณ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากผลการทำแบบทดสอบทั้งก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน รวมถึงแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 66 คน โดยมีการประเมินโครงการอ้างอิงกรอบแนวคิดตามโมเดลซิปป์ (CIPP Model) ในการกำหนดตัวชี้วัดและโครงสร้างการวิเคราะห์ทั้งในด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจก่อนและ หลังโครงการอบรม ด้วยสถิติ Paired t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. ด้านผลลัพธ์ หลังการอบรมผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับระบบอีวันสต็อปเซอร์วิส การเตรียมวัตถุพยาน และการหีบห่อวัตถุพยานสูงกว่าก่อนการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001, α = .05) และจากการรวบรวมสถิติการใช้งานระบบอีวันสต็อปเซอร์วิส พบว่าภายหลังการจัดโครงการอบรม ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถใช้งานระบบอีวันสต็อปเซอร์วิสได้อย่างถูกต้องเพิ่มขึ้นจากเดิม 2. ผลการประเมินความพึงพอใจของโครงการอบรมในด้านกระบวนการมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (M = 4.68, SD = 0.49) รองลงมาคือ ด้านปัจจัยนำเข้า (M = 4.33, SD = 0.71) ด้านผลลัพธ์ (M = 4.27, SD = 0.75) และด้านบริบท (M = 3.95, SD = 0.93) ตามลำดับ จากผลการวิจัยนี้ สามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อขยายขอบเขตของกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการอบรม และพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม เพื่อสร้างมาตรฐานการดำเนินงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาต CC Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) โดยต้องแสดงที่มา/การอ้างอิงจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลงเนื้อหา
- ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารฯ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารฯ (ซึ่งหมายรวมถึง บรรณาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิในกองบรรณาธิการ หรือ บรรณาธิการรับเชิญ) แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารฯ
- กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตัดทอน/ปรับแก้ถ้อยคำบางประการเพื่อความเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก รักษาวงศ์ และ วิมล หอมยิ่ง. (2560). ประสิทธิผลของโครงการฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี. Veridian E-Journal Silpakorn University, 10(2), 205–219.
กิตติพงษ์ พิพิธกุล. (2561). คุณภาพเครื่องมือแบบสอบถาม: Validity กับ Reliability ในการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์. วารสารวิชาการและวิจัยมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 8(2), 104-110.
จิตติรัตน์ แสงเลิศอุทัย. (2560). คุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย. วารสารการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร, 7(1), 1–15.
นริศรา ยอดบุดดี. (2561). การพัฒนาเครื่องมือวัดคุณภาพชีวิตการทำงานของนักเทคนิคการแพทย์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี]. คลังวิทยานิพนธ์และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/e-rearch/?q=node/2113
ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์. (2556). การกำหนดขนาดตัวอย่างสำหรับการวิจัยเชิงพรรณนาในงานสาธารณสุข. วารสารมหาวิทยาลัยทักษิณ, 16(2), 10–18.
พระราชบัญญัติการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2559. (5 สิงหาคม 2559). ราชกิจจานุเบกษา, 133(67ก), 45–50.
พัชร บวรพัฒนกุล และ พินิจ ทิพย์มณี. (2565). ปัญหาเรื่องสถานะทางกฎหมายของวัตถุพยานทางชีวภาพและชีวโมเลกุลที่ถูกทำให้เสียหายโดยละเมิดภายในสถานที่เกิดเหตุการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ. วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์, 11(2), 1–22.
รัตนะ บัวสนธ์. (2556). รูปแบบการประเมิน CIPP และ CIPIEST มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนและถูกต้อง. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(2), 7–24.
สมชาติ เกตุพันธ์, ณรงค์ กุลนิเทศ, และ ณิช วงศ์ส่องจ้า. (2561). การมีส่วนร่วมในการเก็บวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน. ใน การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ “GRADUATE SCHOOL CONFERENCE 2018” (หน้า 538–545). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์. (2564). ประกาศสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับวัตถุพยานและการคืนวัตถุพยาน พ.ศ. 2564. https://www.cifs.go.th/index.php?mod=aboutus&type=law
สุดาภรณ์ อรุณดี, วรรณวิภา ไตลังคะ, มนสิชา โพธิสุข, ณัฐพันธ์ ดู่ซึ่ง, และ วิยะดา วรานนท์วนิช. (2565). การบริการภาครัฐแนวใหม่ กรณีศึกษา: การให้บริการประชาชน (One Stop Service) บนสถานีตำรวจนครบาล. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์, 7(1), 32–42.
วิไลวรรณ คมขำ, สุทธดา บัวจีน, และ กมลพรรณ วัฒนากร. (2562). ประสิทธิผลของโครงการอบรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวของวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 2(3), 47–58.
Gagné, R. M. (1985). The conditions of learning and theory of instruction (4th ed.). Holt, Rinehart and Winston.
Kirkpatrick, D. L. (1976). Evaluation of training. In R. L. Craig (Ed.), Training and development handbook (pp. 18.1–18.27). McGraw-Hill.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia learning (2nd ed.). Cambridge University Press.
Stufflebeam, D. L. (2007). CIPP evaluation model checklist. The Evaluation Center, Western Michigan University.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.