ทัศนคติของการบริหารจัดการทีมฟุตบอลลีกสมัครเล่นของไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทัศนคติของการบริหารจัดการทีมฟุตบอลลีกสมัครเล่นของไทย 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบทัศนคติของการบริหารจัดการทีมฟุตบอลลีกสมัครเล่นของไทยจำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล 3) เพื่อศึกษาทัศนคติด้านใบอนุญาตการเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีผลต่อทัศนคติในการบริหารจัดการ โดยวิธีวิจัยแบบผสมผสาน และมีกลุ่มตัวอย่าง 2 ประเภท คือ 1) การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารจากสโมสรฟุตบอลในลีกสมัครเล่นที่สามารถเลื่อนชั้นไปแข่งขันในลีกอาชีพได้จำนวน 5 คน 2) การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้กลุ่มตัวเอย่างจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกสมัครเล่นของประเทศไทย จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิต โดย ค่าเฉลี่ย การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า
1.ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีทัศนคติต่อการบริหารจัดการในภาพรวมอยู่ระดับ มากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.452 โดยด้านที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญสูงสุดคือ ด้านการวางแผน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.517 น้อยที่สุดคือ ด้านการบังคับบัญชาสั่งการ ค่าเฉลี่ยที่ 4.39
2. การเปรียบเทียบทัศนคติของการบริหารจัดการทีมฟุตบอลลีกสมัครเล่นของไทยจำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล แบ่งเป็น 4 สมมุติฐาน พบว่า ช่วงอายุ อาชีพหลัก ระดับของรายได้ และภูมิภาคของสโมสร มีผลทำให้ทัศนคติต่อการบริหารทีมฟุตบอลลีกสมัครเล่นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ทัศนคติด้านใบอนุญาตการเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพและทัศนคติของการบริหารจัดการทีมฟุตบอลลีกสมัครเล่นของไทย มีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าระดับความสัมพันธ์ในระดับ ปานกลาง กล่าวคือ หากมีการใช้ความสำคัญกับด้านใบอนุญาตการเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพก็จะมีการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทีมฟุตบอลเช่นกัน
Article Details
วารสารบริหารธุรกิจมีทั้งเเบบวารสารออนไลน์เเละวารสารเล่มฉบับ
** บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นเฉพาะผู้เขียนบทความแต่ละท่าน กองบรรณาธิการวารสารบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเสรีด้านความคิดและไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของ
กองบรรณาธิการ **
** บทความที่ได้ลงตีพิมพ์ในวารสารฉบับนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของคณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอกบทความแต่ต้องอ้างอิงแสดงที่มาของวารสารที่นำไปคัดลอกให้ชัดเจน**