การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ของนิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ DR-TA (Directed Reading-Thinking Activity)
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต โดยใช้วิธีการสอนแบบ DR-TA และ 2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตก่อน และหลังเรียนด้วยวิธีการสอนแบบ DR-TA กลุ่มตัวอย่างคือ นิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตปีการศึกษา 2567 จำนวน 17 คน จากห้องเรียน 1 ห้อง ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่มโดยใช้จำนวนหมู่เรียนเป็นฐานการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการสอนการอ่านแบบ DR-TA และแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยสี่ตัวเลือก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที (t-test for Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1) นิสิตที่ได้เรียนโดยวิธีการสอนแบบ DR-TA มีการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษอยู่ในระดับร้อยละ 70.60 และ 2) นิสิตที่ได้รับการสอนด้วยวิธีการสอนอ่านแบบ DR-TA มีความสามารถในการอ่านหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนที่ 11.71 และค่าเฉลี่ยหลังเรียนที่ 21.18
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำเว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
- เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาด อันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชน
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จารุวรรณ คำบุญเรือง. (2555). การพัฒนาแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ
สำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการสอนอ่านแบบ DR-TA (Directed Reading-Thinking Activity)
วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ฝ่ายวิชาการ ม.รัตนบัณฑิต. (2567) รายงานผลการสอบอิงเกณฑ์มาตรฐาน CEFR. มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต.
นงเยาว์ ทองกำเนิด. (2558). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 3 อำภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยบูรพา.
รัตน์ทญา โชควัฒนชัย. การพัฒนาชุดกิจกรรมการสอนแบบ DR-TA เพื่อส่งเสริมความคิดรวบยอดในการอ่านภาษาอังกฤษชองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 17, (2), 135-145.
ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์.
สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ. (2568). สรุปผลการทดสอทางการศึกษาระดับชาติพื้นฐาน (O-Net). https://www.niets.or.th> content>download
สมเกียรติ อ่อนวิมล (2554). ภาษาอังกฤษกับอนาคตของไทยใน ASEAN. https://www.facebook. com/notes.
สมุทร เซ็นเชาวนิช. (2551). เทคนิคการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Denton, C.A. & Harbrouck J.E. (2000). Teaching Students with Disabilities to Read. Texas A&M
University.
Newing, H. (2011). Qualitative Interviews and Focus Groups. In H. Newing (Ed.), Conducting Research in Conservative: Social Science Methods and Practice. New York, NY: Routledge.
Stauffer, R.G. (1969). Direct Reading Maturity as a Cognitive Process, New York: HarperCollins.
Stauffer, R.G. (1975). Direct and Reading Thinking Process. Harper and Row, New York.
Tierney, R.J. et al. (1995). Reading Strategies as Practices. 4th ed. Massachusetts: Ally and Bacon.