การพัฒนาลูกโหวด: เครื่องดนตรีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่นวัตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ จังหวัดร้อยเอ็ด

Main Article Content

ราชันย์ เจริญแก่นทราย

บทคัดย่อ

         งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและพัฒนานวัตกรรมเครื่องดนตรี ลูกโหวด สำหรับผู้สูงอายุ ทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องดนตรีตามเกณฑ์ 75/75 และประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมดนตรี การออกแบบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ในครั้งนี้ใช้แหล่งข้อมูลโดยการเลือกแบบเจาะจง ในการสัมภาษณ์ศึกษาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเครื่องดนตรี “ลูกโหวด” และแนวทางในสร้างเครื่องดนตรี จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน การตรวจสอบความเหมาะสมและสอดคล้องของเครื่องดนตรีและคู่มือการใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้านในการตรวจสอบคุณภาพและความเป็นประโยชน์ของเครื่องดนตรี จำนวน 5 คน ขั้นการทดลองโดยการคัดเลือกแบบอาสาสมัคร แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มขนาดเล็ก (1:1) ผู้สูงอายุ จำนวน 3 คน คละระดับ ที่ไม่ใช่กลุ่มเก็บข้อมูลจริง  กลุ่มขนาดกลาง (1:10) ผู้สูงอายุ จำนวน 10 คน คละระดับความสามารถที่ไม่ใช่กลุ่มเก็บข้อมูลจริง และกลุ่มเก็บข้อมูลจริง    จากผู้สูงอายุจำนวนทั้งสิ้น 90 คน แต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันเชิงพื้นที่ เครื่องมือในการเก็บข้อมูลคือ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินความถูกต้องเหมาสมของเครื่องดนตรี แบบประเมินทักษะปฏิบัติ และแบบประเมินความพึงพอใจของการเข้าร่วมกิจกรรม โดยหาคุณภาพเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความสอดคล้องเหมาะสมของเครื่องมือ จำนวน 3 คน  ผลการวิจัยด้านการศึกษาประวัติความเป็นมาและการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดนตรี พบว่าเครื่องโหวดมีประวัติจากนิทาน ความเชื่อเรื่องพญาแถน และการใช้เป็นเครื่องส่งสัญญาณของนายพรานในอดีต เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าที่มีแกนจับสามารถหมุนเพื่อเป่าเสียงที่ต้องการ ทั้งนี้แนวทางในการพัฒนาลูกโหวดเครื่องดนตรีสำหรับผู้สูงอายุได้รับแรงบันดาลใจจากหลักการบรรเลงอังกะลุงที่บรรเลงเครื่องละ 1 เสียง ที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุสามารถฝึกทักษะเล่นดนตรีได้อย่างง่าย ประกอบกับการปฏิบัติทบทวนซ้ำ ๆ โดยการเรียนรู้จากเพลงที่ง่ายไปหาเพลงที่ยาก และเพลงที่คุ้นเคย


            ผลการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องดนตรีลูกโหวด พบว่าประสิทธิภาพของการใช้เครื่องดนตรี E1/E2 มีค่าเฉลี่ย 75.07/75.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ส่วนการประเมินความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม พบว่ามีระดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.66 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.20 นอกจากนี้ ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และความแม่นยำของเครื่องดนตรีลูกโหวดอยู่ในระดับมากที่สุด 


         งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและพัฒนานวัตกรรมเครื่องดนตรี ลูกโหวด สำหรับผู้สูงอายุ ทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องดนตรีตามเกณฑ์ 75/75 และประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมดนตรี การออกแบบการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ในครั้งนี้ใช้แหล่งข้อมูลโดยการเลือกแบบเจาะจง ในการสัมภาษณ์ศึกษาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเครื่องดนตรี “ลูกโหวด” และแนวทางในสร้างเครื่องดนตรี จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน การตรวจสอบความเหมาะสมและสอดคล้องของเครื่องดนตรีและคู่มือการใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้านในการตรวจสอบคุณภาพและความเป็นประโยชน์ของเครื่องดนตรี จำนวน 5 คน ขั้นการทดลองโดยการคัดเลือกแบบอาสาสมัคร แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มขนาดเล็ก (1:1) ผู้สูงอายุ จำนวน 3 คน คละระดับ ที่ไม่ใช่กลุ่มเก็บข้อมูลจริง  กลุ่มขนาดกลาง (1:10) ผู้สูงอายุ จำนวน 10 คน คละระดับความสามารถที่ไม่ใช่กลุ่มเก็บข้อมูลจริง และกลุ่มเก็บข้อมูลจริง    จากผู้สูงอายุจำนวนทั้งสิ้น 90 คน แต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันเชิงพื้นที่ เครื่องมือในการเก็บข้อมูลคือ แบบสัมภาษณ์      แบบประเมินความถูกต้องเหมาสมของเครื่องดนตรี แบบประเมินทักษะปฏิบัติ และแบบประเมินความพึงพอใจของการเข้าร่วมกิจกรรม โดยหาคุณภาพเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความสอดคล้องเหมาะสมของเครื่องมือ จำนวน 3 คน


            ผลการวิจัยด้านการศึกษาประวัติความเป็นมาและการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดนตรี พบว่าเครื่องโหวดมีประวัติจากนิทาน ความเชื่อเรื่องพญาแถน และการใช้เป็นเครื่องส่งสัญญาณของนายพรานในอดีต เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าที่มีแกนจับสามารถหมุนเพื่อเป่าเสียงที่ต้องการ ทั้งนี้แนวทางในการพัฒนาลูกโหวดเครื่องดนตรีสำหรับผู้สูงอายุได้รับแรงบันดาลใจจากหลักการบรรเลงอังกะลุงที่บรรเลงเครื่องละ 1 เสียง ที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุสามารถฝึกทักษะเล่นดนตรีได้อย่างง่าย ประกอบกับการปฏิบัติทบทวนซ้ำ ๆ โดยการเรียนรู้จากเพลงที่ง่ายไปหาเพลงที่ยาก และเพลงที่คุ้นเคย


            ผลการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องดนตรีลูกโหวด พบว่าประสิทธิภาพของการใช้เครื่องดนตรี E1/E2 มีค่าเฉลี่ย 75.07/75.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ส่วนการประเมินความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม พบว่ามีระดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.66 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.20 นอกจากนี้ ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และความแม่นยำของเครื่องดนตรีลูกโหวดอยู่ในระดับมากที่สุด  equation  = 4.56 S.D. = 0.27 ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ลูกโหวด เป็นนวัตกรรมเครื่องดนตรีที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ดนตรีในกลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดร้อยเอ็ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นสื่อที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทางอารมณ์และสังคมในผู้สูงอายุผ่านกิจกรรมดนตรีเชิงสร้างสรรค์


   = 4.56 S.D. = 0.27 ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ลูกโหวด เป็นนวัตกรรมเครื่องดนตรีที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ดนตรีในกลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดร้อยเอ็ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นสื่อที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาวะทางอารมณ์และสังคมในผู้สูงอายุผ่านกิจกรรมดนตรีเชิงสร้างสรรค์

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Paper)

เอกสารอ้างอิง

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2568, 3 มีนาคม). ประโยชน์ของดนตรีสำหรับผู้สูงอายุ.

กรมกิจการผู้สูงอายุ. https://www.dop.go.th/th/know/13/1710

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2568, 18 มีนาคม). สถิติผู้สูงอายุในประเทศไทย. กรมกิจการผู้สูงอายุ. https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2

กาญจนา อินทรสุนานนท์. (2545). สารานุกรมดนตรีและเพลงไทย. กรุงเทพฯ: พ.ศ.พัฒนาจำกัด.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย,

(1), 1-12.

เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี. (2542). สังคีตนิยมว่าด้วยดนตรีไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

ธรรมรุจา อุดม. (2547). ประสิทธิผลของโปรแกรมนันทนาการโดยการเล่นอังกะลุงในผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.

ยสพรรณ พันธะศรี. (2564). แนวทางการใช้ดนตรีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่พึ่งพาตนเองได้.

วารสารแก่นดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 3(1), 59-76.

โยธิน พลเขต. (2564). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการเป่าโหวดดนตรีพื้นบ้านอีสาน สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1

วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด. ร้อยเอ็ด วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด.

วิชญ์ บุญรอด. (2560). นวัตกรรมเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดและเครื่องตีเพื่อใช้จัดกิจกรรมดนตรีสำหรับ

ผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วิชญ์ บุญรอด. (2565). ดนตรีกับผู้สูงอายุ. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วินัย เอื้อการ. (2562). การพัฒนาทักษะเครื่องดนตรีโหวด ตามแนวคิดของครู ภูมิปัญญาประกอบชุดฝึก.

วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

อำนาจ ถามะพันธ์. (2563). เทคนิควิธีการทำโหวด: นายทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์. วารสารมนุษยศาสตร์และ

สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 22(1), 1-15.

สุกิจ พลประถม. (2538). ดนตรีพื้นบ้านอีสาน. อุดรธานี: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด. (2568, 18 มีนาคม). สถิติผู้สูงอายุใน

ประเทศไทย. https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2552.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2563). หลักสูตรการอบรมวิทยากรดนตรีผู้สูงอายุ “หลักสูตรดนตรีสร้างสุข”. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: บริษัท พรรณีพริ้นติ้งเซ็นเตอร์ จำกัด.

Baird, A., & Thompson, W. F. (2018). The impact of music on the self in dementia. Journal of

Alzheimer’s Disease: JAD, 61(3), 827-841. https://doi.org/10.3233/JAD-170737

Dritsakis, G., van Besouw, R. M., Kitterick, P., & Verschuur, C. A. (2017). A music-related quality

of life measure to guide music rehabilitation for adult cochlear implant users. American Journal of Audiology, 26(3), 268–282

Kaufmann, C. N., Montross-Thomas, L. P., & Griser, S. (2018). Increased engagement with

life: Differences in the cognitive, physical, social, and spiritual activities of older adult music listeners. The Gerontologist, 58 (2), 270–277.

Seo, J., Lisa, G., & Tiffany, S. (2016). Exploring the impact of creative expression through

interactive art making on older adults’ well-being. Digital Creativity, 27(4), 358-368.

Wall, M., & Duffy, A. (2010). The effects of music therapy for older people with dementia.

British Journal of Nursing (Mark Allen Publishing, 19(2), 108-113.