การนำเสนอกลวิธีการเดี่ยวซอด้วงและซออู้ เพลงดอกไม้แห่งความรัก

Main Article Content

นัฐชา โพธิ์ศรี
ฉัตรติยา เกียรตินาวี
ภาณุภัค โมกขศักดิ์

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกลวิธีการเดี่ยวซอด้วงและซออู้ เพลงดอกไม้แห่งความรัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง การประพันธ์เพลงดอกไม้แห่งความรัก โดยงานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาข้อมูลเอกสารและสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดุริยางค์ศิลป์ไทย แล้วนำมาสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์เพลงดอกไม้แห่งความรัก


ผลการศึกษา ผู้วิจัยได้นำเพลงดอกไม้ไทร สามชั้น ประเภทหน้าทับปรบไก่ มี 2 ท่อน ท่อน 1 มี 4 จังหวะ ท่อน 2 มี 6 จังหวะ ลักษณะของเพลงมีทำนองซ้ำ มีการใช้กลุ่มเสียงหลากหลายเหมาะสำหรับการนำมาสร้างสรรค์เป็นเพลงเดี่ยว อีกทั้งยังไม่มีปรากฏเป็นเพลงเดี่ยวในกลุ่มเครื่องสาย ผู้วิจัยจึงนำเพลงดอกไม้ไทร สามชั้น มาสร้างสรรค์เป็นเพลงเดี่ยวด้วย ซอด้วง และซออู้ บรรเลงพร้อมกันสื่อถึงความรักของคู่รัก ผู้วิจัยได้แบ่งเพลงดอกไม้แห่งความรักเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ทางหวานท่อน 1 สื่อถึงการความรักอันหวานซึ้งของคู่รัก ส่วนที่ 2ทางเก็บท่อน 1 แสดงถึงความสุขของคู่รักที่กระเซ้าเย้าแหย่กัน ส่วนที่ 3 ทางหวานท่อน 2 สื่อถึงการพูดจาเกี้ยวพาราสีกัน และส่วนที่ 4 ทางเก็บท่อน 2 สื่อถึงความรักของคู่รักที่สุขสมหวัง ในเพลงเดี่ยวนี้ใช้กลวิธีในการบรรเลง 7 วิธี ได้แก่ 1.รูดสาย 2.สีขยี้ 3.พรมนิ้ว 4.สะเดาะ 2 เสียง 5.ควงเสียง  6.สีลักจังหวะ 7.สะบัด และใช้กลวิธีที่ผู้วิจัยคิดขึ้นมาใหม่ 1 วิธี ได้แก่ ดีดสาย

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Paper)

เอกสารอ้างอิง

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2545). การคิดเชิงสร้างสรรค์. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ซัคเซสมีเดีย.

ณรงค์ เขียนทองกุล. (2561). กลวิธีการบรรเลงจะเข้ในเพลงเดี่ยวทะแย สามชั้น. วารสารมนุษยศาสตร์, 25(1), 104-132.

ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์. (2557). สารานุกรมเพลงไทย. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.

บุตรี สุขปาน. (2561). การขับร้องเพลงไทย: เพลงตับ. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา.

พิชิต ชัยเสรี. (2559). สังคีตลักษณ์วิเคราะห์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มนตรี ตราโมท. (2531). สังคีตนิยม 1. กรุงเทพฯ: คุรุสภา.

สงัด ภูเขาทอง. (2532). ดนตรีไทยและทางเข้าสู่ดนตรีไทย. กรงุเทพฯ: เรือนแก้ว.

สุรพล สุวรรณ. (2549). ดนตรีไทยในวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.