จากเหตุการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านซึ่งเกิดขึ้นช่วงต้นปี 2569 และยืดเยื้อทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย  นักบัญชีต้องรับมือ ปรับตัว และเตรียมพร้อมรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดคือความผันผวนของราคาพลังงาน  การบริหารความเสี่ยง  ห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายงานทางการเงินและสมมติฐานของการประกอบกิจการหลายภาคส่วนอย่างแน่นอน

          ประการแรกสุดที่ต้องคำนึงถึงคือ สมมติฐานการดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern)  ผู้สอบบัญชีต้องประเมินว่ากิจการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้หรือไม่  พร้อมทั้งทบทวนการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ต่าง ๆ และความสามารถในการกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่อ่อนไหวต่อการปรับตัวของค่าขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น  พร้อมกันนั้นงบการเงินจำเป็นต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมที่สำคัญในเรื่องใดบ้างเพื่อให้ผู้อ่านงบการเงินได้ทำความเข้าใจอย่างรอบด้านถึงสถานการณ์และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการตัดสินใจลงทุน  

          สำหรับนักบัญชีบริหาร ต้องติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด บริหารต้นทุนโดยวิเคราะห์แยกแยะเชิงกลยุทธ์  ปรับราคาขายถ้าจำเป็นและทำได้  เน้นการบริหารงบประมาณเชิงรุก (เช่นการนำ rolling budget มาประยุกต์)  ดูแลจัดการสภาพคล่อง  ติดตามกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด และ เน้นความเข้มงวดในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต

          อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมักส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการทุจริตเพิ่มสูงขึ้น  นักบัญชีและผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินควรเพิ่มความเข้มงวด ยกระดับการทำงานเพื่อป้องกันและตรวจจับการทุจริต การเพิ่มความรัดกุมของระบบการควบคุมภายใน  การใช้วิจารณญาณเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในการประเมินความเสี่ยงเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง  การกำกับดูแลระบบบรรษัทภิบาลภายในองค์กรให้เข้มแข็ง  เหล่านี้จะช่วยให้นักบัญชีเพิ่มคุณค่าเป็นด่านหน้าในการปกป้องทรัพย์สินและทำให้องค์กรฝ่าฟันอยู่รอดระยะยาวอย่างยั่งยืนได้

สาส์นจากบรรณาธิการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมชาย ศุภธาดา

อ่านเพิ่มเติม >>

3. เปิดรับบทความวารสารสภาวิชาชีพบัญชีปีที่ 8 เล่มที่ 2 ฉบับที่ 23 เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 

2025-10-27

          เปิดรับบทความที่จะลงเผยแพร่ในวารสารสภาวิชาชีพบัญชีปีที่ 8 เล่มที่ 2 ฉบับที่ 23 เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 

 

ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (2026): วารสารสภาวิชาชีพบัญชี

          ตามที่สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดทำและเผยแพร่วารสารสภาวิชาชีพบัญชี (Journal of Federation of Accounting Professions: JFAC) ในรูปแบบฐานข้อมูลระบบออนไลน์ (Online Based Electronic Journal) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการค้นคว้า เผยแพร่องค์ความรู้ ด้านการบัญชี การตรวจสอบ และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นประโยชน์แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี สมาชิกและผู้ที่สนใจ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

          จากความมุ่งมั่นในการจัดทำและเผยแพร่วารสาร JFAC ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ปัจจุบันศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI) ได้ประกาศผลการพิจารณาคุณภาพวารสารใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ฐานข้อมูล TCI ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยวารสารสภาวิชาชีพบัญชี ได้การรับรองคุณภาพและเข้าอยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 2 มีระยะเวลาการรับรองคุณภาพตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 จนถึง 31 ธันวาคม 2572 โดยในปี 2569 นี้ เป็นฉบับปีที่ 8 เล่มที่ 1 ฉบับที่ 22 ประจำเดือนมกราคม ถึง เมษายน 2569

เผยแพร่แล้ว: 06.05.2026

Governance Indicators and the Fight Against Corruption: A Cross-National Analysis

Supawadee Moss, Wonlop Writthym Buachoom, Piyaphisak Jearasukon

4 - 26

ผลกระทบของการบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 15 รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าต่อการจัดการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดัชนีหลักทรัพย์ SET100

เกษศิณี ศิริรุ่งวัฒนชัย, จารุวรรณ โปรยสุรินทร์, ภัคณรินทร์ เบญจปิยเศรษฐ์, ปุริม อาศน์สุวรรณ, สุพรรณษา นิเวศน์, ณิชากร อุ่นไชย, นิธิศภณ อ้นสว่าง

28 - 51

ดูทุกฉบับ