ปัจจัยที่ส่งผลทำให้ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรมยุคใหม่ในระดับแนวหน้า
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาหาปัจจัยต่างๆ ที่จุดประกายให้เริ่มต้นคิดและสร้างนวัตกรรมยุคใหม่ในระดับแนวหน้า 2) เพื่อศึกษาถึงอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะที่สร้างนวัตกรรมและวิธีการเอาชนะมัน และ 3) เพื่อศึกษาหาปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการยอมรับในนวัตกรรมของตัวเอง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ เจ้าหน้าที่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่อยู่ในระบบนิเวศน์ของการพัฒนานวัตกรรมของประเทศ มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกที่สร้างขึ้นโดยการศึกษาเอกสาร ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งได้ครอบคลุมเนื้อหาและวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนานวัตกรรม พบว่า เริ่มต้นจากความคิดสร้างสรรค์และการตระหนักถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการดำเนินชีวิต การสร้างนวัตกรรมจึงเป็นการแก้ปัญหา เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนำมาสู่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น การส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศได้มีส่วนร่วมต่อการแสดงออกทางความคิดถึงการพัฒนานวัตกรรมยุคใหม่ และภาครัฐมีแนวนโยบายสนับสนุน ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนานวัตกรรมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น 2) อุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะที่สร้างนวัตกรรม พบว่า อุปสรรคที่ส่งผลต่อการสร้างนวัตกรรมคือ การสร้างวิสัยทัศน์เชิงนวัตกรรม การขาดความรู้ ความเข้าใจของผู้บริหาร ทักษะ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญเชิงนวัตกรรม การขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากร และบทบาทหน้าที่เชิงนวัตกรรม ด้านนวัตกรรมควรคำนึงถึงกฎระเบียบ ข้อกฎหมาย ที่ขัดขวางการพัฒนาเนื่องจากนวัตกรรมนั้นเป็นเรื่องของสิ่งใหม่ๆ ทั้งระดับประเทศหรือระดับโลก ควรกำหนดบทบาททางกฎหมายให้สอดคล้องเหมาะสม และ 3) ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการยอมรับในนวัตกรรม พบว่า การสร้างการยอมรับในนวัตกรรมจำเป็นต้องสร้างทัศนคติ ค่านิยมเพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม ที่นำมาสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรมในระดับแนวหน้า ภาครัฐควรมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรทางการเรียนการสอนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดให้ชื่นชมยอมรับและส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก ชมพูพันธ์. (2564). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมในธุรกิจยุคใหม่ดิจิทัล. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย. 5(1). 15-20.
ชลกร ตันประภัสร์ และคณะ.(2556). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสร้างสรรค์และนวัตกรรมของโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา. 7(2). 42-53.
ปัทมา ศรีมณี และวิษณุพงษ์ โพธิพิรุฬห์. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมระดับบุคคล : กรณีศึกษาพนักงานสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตหาดใหญ่).วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วสันต์ สุทธาวาศ และประสพชัย พสุนนท์. (2558). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมสร้างนวัตกรรมระดับบุคคล ในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน. วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปศาสตร์. 8(1). 530-545.
สุชาติ อำนาจวิภาวี, ศิริวัฒน์ เปลี่ยนบางยาง, เพ็ญศรี ฉิรินัง และจิระพันธ์ สกุณา. (2563). การบูรณาการการนำนโยบายไปปฏิบัติของภาครัฐในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อความยั่งยืน. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 13(1). 271-282.
Drucker, P. (1985). Innovation and Entrepreneurship Practices and Principles. Harper & Row, New York.
Kanter, R.M. (1988). When a Thousand Flowers Bloom: Structural, Collective and Social Conditions for Innovation in Organization. Research in Organizational Behavior. 10. 169-211.
Rogers. Everett M. (1962). Diffusion of Innovation. New York: Free Press.
Tidd, J., Bessant, J. & Pavitt, K. (2005). Managing innovation integrating technological, market and organizational change. 3rd ed. Hoboken, NJ: John Wiley.