“Buddhist Sand Box” การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ 2) เพื่อพัฒนา“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ 3) เพื่อสร้างเครือข่าย“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ โดยมีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ และกลุ่มนิสิต จำนวน 15 รูป/คน และนิสิตปริญญาตรีคณะครุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยส่วนกลางในปีการศึกษา 2566 จำนวน 382 คน ทำการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 13 คน และเครื่องวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามและแบบประชุมสนทนากลุ่มย่อย ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธเป็นแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อผลักดันให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสำหรับส่งเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ของนักเรียนโดยนวัตกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนายังไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการลงพื้นที่ศึกษาโดยนวัตกรรมเกี่ยวกับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามีความเชื่อมโยงกับการศึกษาของสามเณรโดยสถานศึกษาเปิดโอกาสให้สามเณรเข้ามาศึกษาในระดับมัธยมศึกษาร่วมกับนักเรียนทั่วไปโดยมีพระสังฆาธิการให้การอุปถัมภ์การศึกษาครั้งนี้ร่วมกับทางโรงเรียนซึ่งเป็นจุดเด่นของสถานศึกษาในการเปิดโอกาสให้สามเณรและเยาวชนได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร 2) การพัฒนา“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธในการพัฒนา“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ คณะผู้วิจัยได้พัฒนาพื้นที่“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธเป็นเหมือน Center พื้นที่ในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธใน 5 ประเด็น คือ (1) ความเป็นมาของศาสนพิธี (2) องค์ประกอบของศาสนพิธี ได้แก่ พิธีกรรม พิธีการ และพิธีกร (3) กระบวนการปฏิบัติศาสนพิธี 3 ขั้น คือ ขั้นเริ่มต้น ขั้นท่ามกลาง และขั้นตอนท้าย 4) บทศาสนพิธีกร 4 หมวด คือ หมวดที่ 1 หมวดกุศล ได้แก่ คำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การภาวนาเวียนเทียนในวันสำคัญทางพุทธศาสนา หมวดที่ 2 หมวดกุศลพิธี ได้แก่ คำบูชาพระรัตนตรัย คำอาราธนาศีล 5 คำอาราธนาพระปริตร คำอาราธนาธรรม คำถวายข้าวพระพุทธ คำลาข้าวพระพุทธ คำถวายสังฆทาน คำกราบลาพระรัตนตรัย หมวดที่ 3 หมวดทานพิธี ได้แก่ คำถวายสังฆทาน แบบสามัญ คำถวายสังฆทานสลากภัตต์ คำถวายสังฆทานผ้าวัสสิกสาฎก หรือ ผ้าอาบน้ำฝน คำถวายสังฆทานผ้าป่า คำถวายสังฆทานอุทิศให้ผู้ล่วงลับ และหมวดที่ 4 หมวดปกิณณกะพิธี ได้แก่ การประเคนของพระ บทกรวดน้ำ (พระสงฆ์สวด) (5) แอพลิเคชั่นศาสนพิธี ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมบทศาสนพิธีกรที่จำเป็นในพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาในทั้ง 4 หมวด พร้อมเสียงสวดมนต์เพื่อให้ผู้ศึกษาได้นำไปประยุกต์ใช้ในการเป็นศาสนพิธีกรในการปฏิบัติศาสนพิธีได้ถูกต้อง เหมาะสมตามกาลเทศ สามารถ ประสานงาน ควบคุม กำกับพิธีการได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งผลการประเมินความคิดเห็นของนิสิตระดับปริญญาตรีมีความคิดเห็นต่อการพัฒนา “Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธในภาพรวม 5 ด้านอยู่ในระดับมาก และ 3) สร้างเครือข่าย “Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ 3 แห่ง ได้แก่ (1) โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย (2) โรงเรียนวัดจันทร์ (ผาดไสวประชาอุทิศ) (3) โรงเรียนชุมชนวัดบางขัน โดยมีกระบวนการสร้างเครือข่าย คือ การประสานให้ทางเครือข่ายมีการตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างเครือข่าย“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ การติดต่อกับโรงเรียนที่จะร่วมเป็นเครือข่ายหลังจากตัดสินใจร่วมกัน การสร้างพันธกรณีร่วมกัน โดยการเชิญวิทยากรทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธมาถ่ายถอดเพิ่มพูนความรู้ให้แก่น้กเรียน การพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกัน คณะผู้วิจัยได้ลงพื้นที่พัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกับผู้บริหาร ครู และนักเรียนในการสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยในขั้นตอนนี้ทางคณะผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธร่วมกับทางโรงเรียนเครือข่าย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
เกษม แสงนนท์. (2564). การสร้างเครือข่ายพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ. รายงานวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2564). คณะศึกษาศาสตร์ มช. ลงพื้นที่วิเคราะห์สภาพ ปัญหาและความต้องการ. แหล่งที่มา https://www.edu.cmu.ac.th/news/2443-cp0ezazt3cmtloberc0p สืบค้นเมื่อ 15 ม.ค. 2565.
ณิชากร ศรีเพชรดี. (2562). พื้นที่นวัตกรรม: การศึกษาไทยแก้ได้ในชาตินี้ ให้คนในพื้นที่เป็นเจ้าของ. แหล่งที่มา https://thepotential.org/knowledge/innovation-area-education/ สืบค้นเมื่อ 15 ม.ค. 2565.
สมศักดิ์ บุญปู่ และคณะ. (2564). การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ. รายงานวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สราวุฒย์ วิจิตรปัญญา, พระครูประโชติพัชรพงศ์ ธมฺมรํสี และพระมหาธวัชชัย กุลผาย. (2560). การเสริมสร้างเครือข่ายในการจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดเพชรบูรณ์. รายงานวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สิน งามประโคน. (2564). การพัฒนาองค์ความรู้พื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ. รายงานวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
อภิชัย พันธเสน และคณะ. (2558). รายงาน: นักวิจัย สกว. ชี้ ปัญหาการบริหารการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งการปฏิรูปการศึกษา. แหล่งที่มา https://knowledgefarm.tsri.or.th/educational-administration-problem/ สืบค้นเมื่อ 15 ม.ค. 2565.