แนวทางการบริหารงานวิชาการของห้องเรียนพิเศษตามหลักทุติยปาปณิกธรรม ของโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสระบุรี

Main Article Content

อดิศักดิ์ คชรินทร์
พระครูศรีสุธรรมนิวิฐ
พระมหาอุดร อุตตโร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพบริหารวิชาการห้องเรียนพิเศษ โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสระบุรี ตามหลักทุติยปาปณิกธรรม และ 2) เพื่อสร้างแนวทางการบริหารจัดการวิชาการของห้องเรียนพิเศษของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสระบุรี ตามหลักทุติยปาปณิกธรรม ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธี โดยวิธีวิจัยเชิงปริมาณใช้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 291 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น .93 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูป/คน แล้ววิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานวิชาการของห้องเรียนพิเศษตามหลักทุติยปาปณิกธรรม โรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสระบุรี ตามความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีการบริหารงานวิชาการของห้องเรียนพิเศษตามหลักทุติยปาปณิกธรรมสูงที่สุด คือ ด้านบุคลากร รองลงมา คือ ด้านการบริหารจัดการ ด้านแผนการจัดการเรียนการสอน และด้านที่มีการบริหารงานวิชาการของห้องเรียนพิเศษตามหลักทุติยปาปณิกธรรมต่ำที่สุด คือ ด้านด้านการรับนักเรียน และ 2) แนวทางการบริหารงานวิชาการของห้องเรียนพิเศษตามหลักทุติยปาปณิกธรรม โรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสระบุรี ประกอบด้วย (1) ด้านบุคลากร ผู้บริหารสถานศึกษาควรวางแผนบริหารจัดการบุคลากรโดยคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะเหมาะสมกับหลักสูตรห้องเรียนพิเศษ มีความรู้ มีทักษะ ผู้บริหารวางแผนกำหนดคุณสมบัติและคุณลักษณะของบุคลากรเพื่อคัดเลือกบุคลาที่มีความเหมาะสม มีความสามารถ มีศักยภาพ มีความเชี่ยวชาญ (2) ด้านการรับนักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษาควรกำหนดแนวทางการปฏิบัติการคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาห้องเรียนพิเศษให้ตรงกับความต้องการ ความถนัดของนักเรียน ส่งเสริมให้มีการจัดทำแบบสำรวจเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการห้องเรียนพิเศษ มีการวางแผนการรับนักเรียนที่ชัดเจนในการรับนักเรียนเข้ามาเรียน (3) ด้านแผนการจัดการเรียนการสอน ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการจัดทำหลักสูตรที่มีความเฉพาะด้าน สอดคล้องกับความต้องการ ความถนัดของผู้เรียน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ ผู้บริหารสนับสนุนส่งเสริมให้ครูใช้สื่อที่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนการสอน (4) ด้านการบริหารจัดการ ผู้บริหารควรมีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และแผนการบริหารจัดการที่ชัดเจน วางแผนจัดโครงสร้างการบริหารจัดการให้เป็นระบบ ถูกต้อง เป็นขั้นตอน มีการวางแผนร่วมกันเพื่อจัดทำแผนการปฏิบัติงานหรือโครงการ ควรมีการกำหนดกลยุทธ์โดยให้บุคคล สถานที่ งบประมาณ ให้สอดคล้องกับนักเรียนห้องเรียนพิเศษ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คชรินทร์ อ. ., พระครูศรีสุธรรมนิวิฐ, & อุตตโร พ. . (2024). แนวทางการบริหารงานวิชาการของห้องเรียนพิเศษตามหลักทุติยปาปณิกธรรม ของโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสระบุรี . วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 11(3), 542–552. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/275158
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติชัย อาจหาญ. (2565). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

เกวลิน ไชยสวัสดิ์. (2557). การจัดการศึกษาห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ (SME). ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.

ณฐกรณ์ ดําชะอม. (2560). การบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ทิพวรรณ พวงมาลัย. (2560). การพัฒนาตัวบ่งชี้คุณภาพบริหารโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 14(27). 57 – 65.

พรพรรณ ธรรมธาดา, ปองสิน วิเศษศิริ และพฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์. (2561). การศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดการเสริมสร้างคุณภาพนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน.วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 46(2). 79 – 100.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2554). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: สหธรรมมิก.

อนุรัตน์ ขำจันทร์ และสถิรพร เชาวน์ชัย. (2565). องค์ประกอบการบริหารงานวิชาการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี. 7(6). 262 – 272.

Krejcie, R.V. & D.W. Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3). 607-610.