รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยมีขั้นตอนการวิจัย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่ดีโดยการศึกษาเอกสารและศึกษารายกรณีโรงเรียนที่มีแนวปฏิบัติที่ดี ด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 รูป/คน ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบ โดยใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 รูป/ คน ด้วยแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และการศึกษาเอกสารโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย และขั้นตอนที่ 3 ประเมินรูปแบบ ด้วยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 รูป/คน โดยใช้แนวคำถามการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ และการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อเรื่อง จากผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ จำนวน 5 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าดัชนีความตรงตามเนื้อเรื่อง ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำรูปแบบประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ 2) วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษามีการนำหลักการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ 9 ด้านด้วยวิธีการบริหารแบบพุทธบูรณาการ 3) การบูรณาการ การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการตามหลักอิทธิบาท 4 กับหลักการบริหารสถานศึกษาเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน และโรงเรียน 4) การประยุกต์ใช้ การนำรูปแบบมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานวิชาการทั้ง 9 ด้าน ส่งผลให้เกิดความเป็นเลิศภายในสถานศึกษา และ 5) การประเมิน สรุปองค์ความรู้การวิจัยคือ 4E TPEIM MODEL
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คำชี้แจงประกอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
เตือนใจ รักษาพงศ์. (2551). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้เพื่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ธีระ รุญเจริญ. (2550). การบริหารโรงเรียนยุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ธนาเพรส.
พระครูโกศลพัฒนาภรณ์ (รัชพล ปภสฺสโร). (2560). การบูรณาการหลักพุทธธรรมในการบริหารวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนประถมศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2554). พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับบประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์พระพุทธศาสนาของธรรมสภา.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์. (2565). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2565. แหล่งที่มา http://www.pnb.go.th/work_year สืบค้นเมื่อ 14 มี.ค. 2566.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2543). แนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเพื่อพร้อมรับการประเมินภายนอก. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
อรวิภา จรุญจารุวัฒนา. (2559). การบูรณาการหลักอิทธิบาท 4 กับการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่.