การพัฒนาโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์เพื่อส่งเสริมการเป็นนวัตกรของนักศึกษาวิชาชีพครู
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ 2) เพื่อทดลองโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ 3) เพื่อหาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษาวิชาชีพครู ระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเอกชน จังหวัดปทุมธานี จำนวน 53 คน ที่ลงทะเบียนรายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาคการเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2566 ด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาและอาจารย์เกี่ยวกับโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ 2) แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ 3) แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนการสอน แผนการจัดการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้
4) แบบทดสอบ ความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ 5) แบบประเมินผลงานการออกแบบนวัตกรรม การศึกษาสร้างสรรค์การเป็นนวัตกร 6) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาต่อโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ และ 7) แบบประเมินรับรองโมเดลการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test dependent และ one sample t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการสร้างโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ มีองค์ประกอบ 7 ด้าน ได้แก่ (1) บทบาทผู้สอน (2) บทบาทผู้เรียน (3) เนื้อหา (4) ชุดคำถาม (5) ทรัพยากรการเรียนการสอน 6) สภาพแวดล้อมการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ โดยผ่านระบบจัดการเรียน (LMS) และเครื่องมือเทคโนโลยีที่มาสนับสนุนการเรียนรู้และ 7) การประเมินความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์และการประเมินการศึกษาสร้างสรรค์การเป็นนวัตกรของนักศึกษาวิชาชีพครูประกอบด้วย 8 ขั้นตอนตามกระบวนการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐาน ได้แก่ (1) การให้ความรู้ (2) การกำหนดเป้าหมาย (3) การสำรวจแนวทางการออกแบบ (4) การรวบรวมข้อมูล (5) การพัฒนาต้นแบบ (6) การพัฒนาชิ้นงาน (7) การนำเสนอผลงาน และ (8) การประเมินผล โดยแทรกการตั้งคำถามตามเทคนิคสแคมเพอร์ในทุกขั้นของการสอน โดยประเมินความเหมาะสมของโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ ในภาพรวมระดับมากที่สุดโดย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.67 2) ผลการศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ พบว่า คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และผลการศึกษาความสามารถในการเป็นนวัตกรของนักศึกษาวิชาชีพครู พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการเป็นนวัตกรของนักศึกษาวิชาชีพครูสูงกว่าเกณฑ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3) ผลความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ พบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนในภาพรวมในระดับมาก โดยประเมินการรับรองโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคสแคมเพอร์ จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่อองค์ประกอบและขั้นตอนอยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
จันทร์จิรา แดงฉาน. (2560). การพัฒนาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามแนวทฤษฏีคอนสตรัคซับนิซึม. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.
พัชรพร อยู่ยืน, อภิญญา ภูมิโอตา และศิระ ศรีโยธิน. (2560). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นนวัตกร: กรณีศึกษาผลิตภัณฑ์ PUNN. แหล่งที่มา https://conference.kku.ac.th/colaimg/files/articles/b9e07-o-76-.pdf สืบค้นเมื่อ 2 ต.ค. 2566.
Ching– Wen Wang & Ruey–Yun Horng. (2002). The effects of creative problem-solving training on creativity, cognitive type, and R&D performance. R&D Management Journal. 32(1). 1-98.
Covili, J. J. (2012). Going google: Powerful tools for 21st century learning. Thousand Oaks, CA: Corwin Press.
Dacey, J. & Kenny. M. (1997). Adolescent Development. 2 ed. Dubuque: Times Mirror Higher Education Group.
Dai. (2012). English-language creative writing by Chinese university students: The challenges and benefits of creative writing for university students in China. English Today. 28. 21–26.
Dyer, Gregersen & Christensen. (2009). The Innovator’s DNA. Harvard Business Review. From https://hbr.org/2009/12/the-innovators-dna. Retrieved December 20, 2022.
Gerber, E.M., Marie Olson, J. & Komarek, R.L. (2 0 1 2). Extracurricular design basedlearning: Preparing students for careers in innovation. International Journal of Engineering Education. 28(2). 317.
Greaves, M., Zibarras, L. D. & Stride, C. (2013). Using the theory of planned behavior to explore environmental behavioral intentions in the workplace. Journal of Environmental Psychology. 34. 109-120.
Jaiswal, D. & Kant, R. (2018). Green purchasing behaviors: A conceptual framework and empirical investigation of Indian consumers. Journal of Retailing and Consumer Services. 41. 60-69.
Krashen, S. (2014). The comprehension hypothesis and its rivals. In the Eleventh International Symposium on English Teaching/Forth Pan-Asian Conference, English Teachers Association /ROC. Taipei: Crane Publishing Company.
Lee, H. K. & Breitenberg, M. (2010). Education in the new millennium: the case for design‐based learning. International Journal of Art & Design Education. 29(1). 54-60.
Liao, Y.-H., Chen, Y.-L., Chen, H.-C. & Chang, Y.-L. (2018). Infusing creative pedagogy into an English as a foreign language classroom: Learning performance, creativity, and motivation. Thinking Skills and Creativity. 29. 213–223.
Majid, D. A., Tan, A.-g. & Soh, K.-C. (2003). Enhancing children’s creativity: An exploratory study on using the internet and scamper as creative writing tools. The korenj jouranl of thinking & problem solving. 13. 67-81.
Maley, A. (2014). Storytelling with Children. 9th ed. Oxford: Oxford University Press.
Noailles P. (2013). Innovator. in Carayannis E.G. (eds) Encyclopedia of creativity, invention, innovation, and entrepreneurship. New York, NY: Springer.
Osborn, A. (1963). Author Applied Imagination: Principles & Procedures of Creative Thinking. New York: Scribe.
Pearson, S. (2013). Privacy, security and trust in cloud computing. in S. Pearson & G. Yee (Eds.) Privacy and security for cloud computing. London: Sringer London.
Sung, L.Y., Hwang, B.J., Hsueh, K.L., Su, W.N. & Yang, C.C. (2013). Comprehensive study of an air bleeding technique on the performance of a proton-exchange membrane fuel cell subjected to CO poisoning. Journal of Power Sources. 242. 264–272
Tin, T. B. (2011). Language creativity and co-emergence of form and meaning in creative writing tasks. Applied Linguistics. 32. 215–235.
Treffinger, J.D., Isaksen, G.S. & Dorval, K.B. (2007). Creative problem solving (Cps version 6.1) A contemporary framework for managing change. From https://www.researchgate.net/publication/237616636_Creative_Problem_Solving_CPS_Version_61_A_Contemporary_Framework_for_Managing_Change Retrieved December 20, 2022.