การเลือกนับถือหรือไม่นับถือศาสนา: กรณีศึกษาแนวคิดที่ปรากฏในพระสุตตันตปิฎก
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้จะนำเสนอการเลือกนับถือหรือไม่นับถือศาสนา: กรณีศึกษาแนวคิดที่ปรากฏในพระสุตตันตปิฎก โดยศึกษาปรากฏการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในสังคม กล่าวโดยสรุปหากจะถามว่า “ผิดหรือไม่ผิด” ถ้าจะ “นับถือ” หรือ “ไม่นับถือ” ศาสนา คำตอบที่ได้คือ “ตอบไม่ได้” เพราะผู้เขียนคิดว่าการตั้งคำถามลักษณะนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรมากนัก ส่วนตัวกลับมองว่าสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าคือคำถามที่ว่า “อะไรคือจุดกึ่งกลาง” เพราะในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าจะมีคำสอนและหลักการปฏิบัติแตกต่างจากนักบวชนอกศาสนา อีกทั้งการเผยแผ่ศาสนาของพระองค์ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักบวชนอกศาสนา แต่พระองค์ก็ทำด้วยความเมตตา หวังประโยชน์แก่ผู้ฟัง ไม่ใช้วิธีรุนแรง ไม่บังคับให้เชื่อ ทรงพยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนักบวชนอกศาสนาและสาวก ด้วยหลายวิธี เช่น แวะเวียนไปสนทนาด้วย ไม่วิจารณ์ลัทธิอื่นด้วยถ้อยคำรุนแรง จะใช้วิธีอธิบายด้วยเหตุผลไม่ผูกขาดความดี เป็นต้น ความเชื่อและความไม่เชื่อนี้จะอยู่ด้วยกันได้ซึ่งผู้เขียนก็ได้เสนอไปเบื้องต้นแล้วคือ ต้องทำความเข้าใจว่าศาสนากับสิทธิเสรีภาพเป็นคนละเรื่องไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันออกไปให้หมด และสร้างชุดความเข้าใจใหม่ว่า ความเชื่อหรือความไม่เชื่อเป็นสิทธิเสรีภาพที่สำคัญประการหนึ่งภายใต้หลักการของประชาธิปไตย และคนที่ไม่เลือกที่จะนับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งแต่เลือกที่จะนับถือสิ่งที่ดีงามให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
จำรัส กันทวงษ์. (2531). ศึกษาเปรียบเทียบการเผยแผ่ศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ในกลุ่มชาวเขา: ศึกษา เฉพาะกรณี ชาวกระเหรี่ยงบ้านผาเด๊ะ ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหิดล.
ณัฐพงศ์ ดวงแก้ว. (2565). ผิดหรือที่จะไม่นับถือศาสนา? เมื่อความเชื่อและความไม่เชื่อต้องอยู่ร่วมสังคมเดียวกัน. แหล่งที่มา https://thestandard.co/is-it-wrong-to-not-practice-religion/ สืบค้นเมื่อ 19 มี.ค. 2565.
ทวี ผลสมภพ. (2565). พระพุทธศาสนา จำเป็นสำหรับคนบางประเภท. แหล่งที่มา https://www.matichon.co.th/politics/news_331821 สืบค้นเมื่อ 19 มี.ค. 2565.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต ). (2542). มองสันติภาพโลก ผ่านอารยธรรมโลกาภิวัตน์. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสาร.
พระมหาปรทัตติ ยาทองไชย. (2561). ความขัดแย้งการตีความปิฎกศัพท์ในกาลามสูตร. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 1(1). 12-13.
พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ. (2544). พุทธปรัชญาสาระและพัฒนาการ. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระราชวัลภาจารย์ (ดาวเรือง อาจารคุโณ). (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับนักบวชนอกศาสนา. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย. 4(1). 29.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2550). พจนานุกรมศัพท์ปรัชญา อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน.
สามารถ มังสัง. (2565). พลวัตสังคม ไม่นับถือศาสนาอยู่ในสังคมได้ ถ้าไม่ไร้คุณธรรม. แหล่งที่มา https://mgronline.com/daily/detail/9650000010178 สืบค้นเมื่อ 19 มี.ค. 2565.
สุรวุฒิ ยุทธชนะ. (2536). การศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยของการเปลี่ยนศาสนาจากคริสต์เป็นพุทธ และจาก พุทธเป็นคริสต์: ศึกษาเฉพาะกรณีศาสนาจารย์โปรแตสเตนท์กับภิกษุชาวต่างประเทศในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์อักษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหิดล.
Plook Friends. (2022). ทำไมคน Gen Z ถึงไม่มีศาสนามากขึ้น. แหล่งที่มา http://www.plookfriends.com/blog/content/detail/88448/ สืบค้นเมื่อ 19 มี.ค. 2565.