การพัฒนาทักษะการสร้างเครื่องมือวัดผลของนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิตโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะนักเรียนในศตวรรษที่ 21

Main Article Content

ทิพย์ ขำอยู่
อัครวัฒน์ วงศ์ฐิติคุณ
สมยศ เผือดจันทึก

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน รายวิชาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 2) เพื่อพัฒนาทักษะการสร้างเครื่องมือวัดผลของนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิตโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอน และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐานสำหรับส่งเสริมทักษะนักเรียนในศตวรรษที่ 21 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ในปีการศึกษา 2562 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน 2) แบบฝึกทักษะการสร้างเครื่องมือวัดผล และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาปริญญาตรี ที่เรียนรายวิชาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในงานวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน รายวิชาการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โดยภาพรวม พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้แบบฝึกปฏิบัติเป็นฐานที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.68/84.50 2) การพัฒนาทักษะการสร้างเครื่องมือวัดผลของนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิตโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐานสำหรับส่งเสริมทักษะนักเรียนในศตวรรษที่ 21 โดยภาพรวม พบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2, 4, 8 และ 9 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ขำอยู่ ท., วงศ์ฐิติคุณ อ., & เผือดจันทึก ส. (2021). การพัฒนาทักษะการสร้างเครื่องมือวัดผลของนักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิตโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะนักเรียนในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 8(3), 73–84. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/249338
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2560). การจัดการเรียนรู้แบบการใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem based learning): รายวิชาการออกแบบและพัฒนาหลักสูตร สำหรับนักศึกษาครู. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์. 11(2). 179-192.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

เบญจมาศ พุทธิมา. (2561). พัฒนาสมรรถนะการสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการศึกษาของครูผู้สอนโดยใช้เทคนิคการเสริมพลังอำนาจ. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ. 8(14). 57-72.

ราเมษ ลางกระโทก เทพพร โลมารักษ์ และศรีเพ็ญ พลเดช. (2561). ปัญหาและแนวทางในการบริหารงานวัดผลประเมินผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceeding) การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2561 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. แหล่งที่มา http://www.dspace.bru.ac.th/xmlui/bitstream/handle123456789/3961. สืบค้นเมื่อ 19 ก.ค. 2563.

วิภาวี ศิริลักษณ์ ปกรณ์ ประจัญบาน เทียมจันทร์ พานิชผลินไชย. (2557). การพัฒนาตัวบ่งชี้ทักษะของนักเรียนในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 16 (4). 155-165.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.

Chin, W. (2014). Effects of Project-based learning in High School Geometry. From https://scholarspace.manoa.hawaii.edu/bitstream/10125/100534/1/Chin_William_r.pdf Retrieved March, 20, 2020.

Larmer, J. & Mergendoller, J. R. (2020). 8 Essentials for Project-based learning. From https://static1.squarespace.com/static/530e32e2e4b02530e32e2e4b02e9cbe11317b/t/54b044c9e4b0265c9838432f/1420838089897/8+PBL+Essentials.pdf. Retrieved March, 20, 2020.

Mantzember, D. E., Gonzales, R. L. & Nascimento, L. F. M. (2019). Students’ engagement through practice-based learning methodology and Community Services. The International Journal of Management Education. 17(2). 191-200.