TPACK ในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์: TPACK ในเคมี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้เป็นการเสนอทางเลือกในการจัดการเรียนรู้ของครูที่เกิดจากการเลือก Content Pedagogy และ Technology ที่เหมาะสมอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดงานวิจัยนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา และประเมินสถานการณ์การสอนในรูปแบบ TPACK ในเคมี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ดำเนินการวิจัยโดยการกำหนดมโนทัศน์ทางเคมีและพัฒนาเส้นทาง TPACK ในเคมี นำเส้นทางที่พัฒนาขึ้นไปสร้างสถานการณ์การสอน ให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความถูกต้องและเหมาะสม โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลุ่มตัวอย่างคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา ผู้เชี่ยวชาญสาขาเคมีจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และศึกษานิเทศก์ที่มีประสบการณ์ในการสอนวิทยาศาสตร์หรือเคมี โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การสอนเนื้อหาเคมีกับการเรียนรู้ในรูปแบบ TPACK ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และสถิติพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) ได้คลังเส้นทางการเรียนรู้เคมีภายใต้ Concept เรื่อง สาร โดยแบ่งเป็น 4 Concept ย่อย ในแต่ละ Concept ย่อยจะมี 4 เส้นทางการเรียนรู้ รวม 16 เส้นทางการเรียนรู้ 2) ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าสถานการณ์การสอน มีความเหมาะสมมาก และมากที่สุด น่าจะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพของการสอนเคมีได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ แปงใจ. (2555). การพัฒนาแนวคิดและความสามารถในการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง ธรณีพิบัติภัย โดยการจัดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
กฤษณา ชุติมา. (2556). หลักเคมีทั่วไป เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 15. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจนศึก โพธศาสตร์. (2555). บทบาทผู้สอนตามระบบการศึกษาในปัจจุบัน. วารสารพัฒนาการเรียนการสอนมหาวิทยาลัยรังสิต. 6(20). 97-108.
ฉัตรชัย มณีนาค. (2553). เทคโนโลยีเพื่อการปฏิรูปการศึกษาโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. แหล่งที่มา http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-8890.html. สืบค้นเมื่อ 1 ธ.ค. 2561.
ทิศนา แขมมณี. (2545). ศาสตร์การสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วีระพงษ์ แสงชูโต. (2532). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการสอนซ่อมเสริมวิชาเคมี โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนกับการสอนปกติ. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2556). ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ฟ.
Archambault, L. M., and J. H. Barnett. (2010). Revisiting technological pedagogical content knowledge: Exploring the TPACK framework. Computers & Education. Arizona State University.
Koehler, M. J., Mishra, P., & Yahya, K. (2007). Tracing the development of teacher knowledge in a design seminar: Integrating content, pedagogy and technology. Computers & Education. Michigan State University. United States.
Mishra and Koehler. (2006).Technological Pedagogical Content Knowledge: A Framework for Teacher Teachers College. Columbia University. Michigan USA.
Shulman, L. S. (1987). Those who understand: Knowledge growth in teaching, Stanford University. California USA.