รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) เพื่อตรวจสอบรูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา ที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ มีขั้นตอนการวิจัย 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การกำหนดกรอบแนวคิดการวิจัย โดยการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน และศึกษาโรงเรียนดีเด่นที่ได้รับรางวัลพระราชทาน 3 โรงเรียน และระยะที่ 2 การตรวจสอบสมมติฐานการวิจัย ใช้แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.42 ถึง 0.75 และค่าความเชื่อมั่น 0.98 มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารสถานศึกษา 505 คน โดยใช้สัดส่วน 20 เท่าของตัวแปรสังเกตได้ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย 4 ปัจจัย คือ เครื่องมือที่ช่วยในการบริหารเวลา การขจัดตัวการที่ทำให้เสียเวลา เทคนิคการบริหารเวลา และการวางแผนการใช้เวลา 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2 = 36.51, p-value = 1.00, df = 83, χ2/df = 0.43, RMSEA = 0.00, GFI = 0.99, AGFI = 0.98, Largest Standardized Residual = 1.74) โดยการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษาได้รับอิทธิพลทางตรงสูงสุดจากปัจจัยการวางแผนการใช้เวลา รองลงมา คือ ปัจจัยเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารเวลา อิทธิพลทางอ้อมสูงสุดจากปัจจัยการขจัดตัวการที่ทำให้เสียเวลา ปัจจัยเทคนิคการบริหารเวลา และอิทธิพลรวมสูงสุดจากปัจจัยการขจัดตัวการที่ทำให้เสียเวลา ปัจจัยเทคนิคการบริหารเวลา ปัจจัยการวางแผนการใช้เวลา และปัจจัยเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารเวลา ตามลำดับ โดยทั้ง 4 ปัจจัย สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษาได้ร้อยละ 81.00
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดลลิสเรล: สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เบิกอรุณ แสงแกล้วกล้า. (2559). บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสทำเงินล้าน. กรุงเทพมหานคร: ณ ดา
ปพนสวรรค์ โพธิพิทักษ์. (2556). ปัจจัยและรูปแบบการบริหารเวลาของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ปิยพจน์ ตุลาชม. (2557). รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้บริหารมืออาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
สมชาย เทพแสง. (2548). การศึกษาปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อการจัดการคุณภาพโดยรวมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร. ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมศักดิ์ ชาญศิริศักดิ์สกุล. (2547). ข้อคิดนักบริหาร. กรุงเทพมหานคร: สามเกลอ.
สุทธิชัย ปัญญโรจน์. (2557). เวลาของฉันหายไปไหน. กรุงเทพมหานคร: เพชรประกาย.
Azar, S. and Zafer, S. (2013). Confirmatory Factor Analysis of the Time Management Behavior Scale: Evidence from Pakistan. Interdisciplinary Journal of Contemporary Research in Business. 12(4). 946-959.
Macan, T.C. (1994). Time management: Test of a process model. Journal of Applied Psychologo. 3(78). 381-391.