คุณธรรมความเป็นครู
Main Article Content
บทคัดย่อ
เนื่องจากสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดผลกระทบต่อการประพฤติปฏิบัติของครู ท าให้
คุณธรรมของครูตกต่ า จนเกิดวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิชาชีพครูในขณะนี้ อย่างไรก็ตามครูมีความส าคัญ
ต่อการพัฒนาประเทศมากที่สุดวิชาชีพหนึ่ง ดังนั้นจึงมีการพัฒนาคุณธรรมของครู เพราะคุณธรรมกับครู
เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ หากครูขาดคุณธรรมความเป็นปูชนียบุคคลของครูก็จะหมดไปคุณธรรมเป็น
เสมือนหลักการส าคัญที่ ให้ไว้ส าหรับบุคคลหรือสังคมได้น าไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต จะช่ วยให้
บุคคลปฏิบัติงานได้อย่ างราบรื่ น มีความส าเร็จในงา นที่ ท า เป็นคนดีของครอบครัว สังคม และ
ประเทศชาติ ส าหรับครูกับคุณธรรมนั้นจะต้องเป็นของคู่ กัน หากครูขาดคุณธรรมเมื่ อใดก็เหมือนกับ
นักบวชที่ไร้ศีล
ดังนั้น ผู้ที่ เป็นครูจึงต้องมีคุณธรรม ซึ่ งคุณธรรมของครู หมายถึง คุณสมบัติที่ เป็นความดี
ความถูกต้อง เหมาะสม ซึ่งมีอยู่ภายในจิตใจของครู และเป็นแรงผลักดันให้ครูกระท าหน้าที่ของครูอย่าง
ถูกต้องเหมาะสมได้อย่างสมบูรณ์ในแง่ของพระพุทธศาสนาได้มีหลักธรรมที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะของ
ความเป็นครูที่ดีไว้มากมายจะยกมากล่าวเพียงบางประการพอสังเขป กล่าวคือ ครูที่ดีต้องมีกัลยาณมิตร
ธรรม ๗ ประการ คือ ๑) ปิโย เป็นผู้มีความน่ ารัก ชวนให้อยากเข้าไปปรึกษาไต่ ถาม ๒) ครุ เป็นผู้น่ า
เคารพ มีประพฤติสมควรแก่ฐานะให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งได้และปลอดภัย ๓) ภาวนีโย เป็นผู้
น่ายกย่อง ควรเอาเป็นแบบอย่าง ในฐานะทรงคุณ คือ ความรู้และภูมิปัญญาแท้จริง ทั้งเป็นผู้ฝึกอบรม
และปรับปรุงตนอยู่เสมอ ๔) วัตตา จะ เป็นผู้รู้จักกาลเทศะในการพูด รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าเมื่อไรควร
พูดอะไรอย่ างไร คอยให้ค าแนะน าว่ ากล่ าวตักเตือน เป็นที่ ปรึกษาที่ ดี ๕) วจนักขโม เป็นผู้อดทนต่ อ
ถ้อยค า คือ พร้อมที่จะรับฟังค าปรึกษาซักถามทุกอย่างอยู่เสมอ อดทนฟังได้ไม่เบื่อ ๖) คัมภีรัญจะ กถัง
กัตตา เป็นผู้กล่ าวชี้แจงและแถลงเรื่ องต่ างๆ ที่ ลึกซึ้งได้ ๗) โน จัฏฐาเน นิโยชเย ไม่ แนะน าในเรื่ อง
เหลวไหล หรือชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร