Development of Science process Skills for Prathomsuksa Three Students on the Topic of Energy in Daily Life by Using STEM Education
Main Article Content
Abstract
The purposes of this study were to 1) develop and test efficiency of lesson plans based on STEM education on topic of energy in daily life for Prathomsuksa three students on the criteria of 75/75, 2) compare science process skills of Prathomsuksa three students both before and after using lesson plans based on STEM education, 3) compare learning achievement of Prathomsuksa three students both before and after using lesson plans based on STEM education, and 4) study satisfaction of Prathomsuksa three students towarded lesson plans based on STEM education. The sample of this study consisted of 35 Prathomsuksa three students, Choom Chon Tessaban 3 (Pinitpittayanusorn) School, Nakhon Phanom Primary Educational Service Area 1, during the first semester of academic year 2018. They were randomly selected by using the cluster random sampling technique. The research instruments consisted of 1) lesson plans based on STEM Education, 2) science process skills test, 3) learning achievement test and 4) satisfaction evaluation. The collected data were statistically analyzed by calculating of percentage, mean, standard deviation and t-test for dependent samples. The results of this study were follows: 1) The efficiency of lesson plans based on STEM education on topic of energy in daily life was 78.73 and 82.71 percents, which exceeded the expected criterion of 75/75, 2)science process skills of Prathomsuksa three students after performing the lesson plans based on STEM education was higher than that from before using the constructed material at significant level of .01, 3) the learning achievement of Prathomsuksa three students after using the proposed lesson plans based on STEM education was higher than the result before using the constructed material at significant level of .01 and 4)satisfaction of Prathomsuksa three students towarded the lesson plans based on STEM education was rated at the highest level.
Article Details
References
กมลฉัตร กล่อมอิ่ม ชัยวัฒน์ นามนาค วารีรัตน์ แก้วอุไร และวิเชียร ธำรงโสตถิสกุล. (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ด้วยการช่วยเสริมศักยภาพ เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้านการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 16(2), 129-139.
กมลฉัตร กล่อมอิ่ม และปรมะ แก้วพวง. (2559). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 3(2), 27-42.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กฤษฎา ถวัลย์เศรษฐ์ และวาสนา เทพนมรัตน์. (2558). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้านการลงความเห็นจากข้อมูลโดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง ไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 2(1), 16-26.
ทวีป แซ่ฉิน. (2556). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎี Constructionism เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมด้วยโปรแกรม App Inventor สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นัสรินทร์ บือชา. (2558). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชีววิทยาความสามารถในการแก้ปัญหาและความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
นิตยา ภูผาบาง. (2559). การใช้กิจกรรมสะเต็มศึกษา เรื่อง พลาสติกชีวภาพจากแป้งมันสำปะหลังเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมีศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
นูรอาซีกีน สา, ณัฐินี โมพันธุ์ และมัฮดี แวดราแมคู. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(1), 42-53.
ปาริชาติ ประเสิรฐสังข์ และ ธีรศาสตร์ คณาศรี. (2560). การบริการสังคมกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 11(3), 7-16.
พลศักดิ์ แสงพรมศรี, ประสาท เนืองเฉลิม และปิยะเนตร จันทร์ถิระติกุล. (2558). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง และเจตคติต่อการเรียนเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษากับแบบปกติ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 9(3), 401-418.
ภัสสร ติดมา. (2558). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เรื่อง ระบบร่างกายมนุษย์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตามแนวทางสะเต็มศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร.
วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัย. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.
วิไลลักษณ์ โภคาพานิชย์. (2559). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เรื่อง แรงการเคลื่อนที่และพลังงานกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
วิเศษ วชิรวัตถานนท์. (2559). การปฏิบัติการส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยการจัดการเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวาปีปทุม. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตร มหาบัณฑิตสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
Bloom B. S. (1976). Human Characteriristics & School Learning. New York: McGrawHill Co.
McMillan, J. H., & Schumachar, S. S. (1997). Research in Education: A Conceptual Introduction. New York: Longman.