การศึกษาเชิงเปรียบเทียบกฎหมายและนโยบายการกลับเข้าทำงานของผู้สูงอายุหลังเกษียณ: กรณีศึกษาประเทศไทยและฝรั่งเศส
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มุ่งศึกษาการเปรียบเทียบกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวกับการกลับเข้าทำงานของผู้สูงอายุหลังเกษียณในตลาดแรงงาน โดยใช้กรณีศึกษาระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ซึ่งทั้งสองประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อวิเคราะห์ข้อได้เปรียบ ข้อจำกัด และสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เหมาะสมต่อการพัฒนากฎหมายไทยในบริบทของสังคมสูงวัย การศึกษานี้ใช้วิธีวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) วิเคราะห์บทกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และรายงานนโยบาย ตลอดจนข้อมูลสถิติเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องจนถึงปี พ.ศ. 2568 ผลการวิจัยพบว่า ประเทศไทยมีแนวทางการสนับสนุนผู้สูงอายุผ่านมาตรการภาษีและการจ้างงานใหม่หลังเกษียณ แต่ยังขาดกลไกทางกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเลือกปฏิบัติทางอายุ ตลอดจนขาดแรงจูงใจที่เหมาะสมกับนายจ้างทุกขนาด และระบบข้อมูลที่เข้มแข็ง ขณะที่ฝรั่งเศสมีระบบ “Cumul emploi-retraite” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เกษียณสามารถกลับเข้าทำงานและรับทั้งค่าจ้างและบำนาญพร้อมกันภายใต้เงื่อนไขที่ยืดหยุ่น อีกทั้งมีการปฏิรูประบบบำนาญอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการจ้างงานผู้สูงอายุในช่วงอายุ 60–64 ปีสูงกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสเองต้องบริหารจัดการความท้าทายเรื่องความยั่งยืนของงบประมาณสวัสดิการ การจำกัดเพดานรายได้และระยะเวลารอก่อนรับสิทธิรอบใหม่ รวมถึงอคติในวัฒนธรรมองค์กร ข้อเสนอแนะสำคัญ ได้แก่ ควรยกระดับกฎหมายคุ้มครองให้มีบทเฉพาะห้ามเลือกปฏิบัติทางอายุ ปรับปรุงมาตรการจูงใจทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมและยืดหยุ่นมากขึ้น พัฒนาโครงการฝึกอบรมทักษะใหม่ (reskill/upskill) สำหรับผู้สูงอายุ ส่งเสริมการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสังเคราะห์องค์ความรู้จากโมเดลต่างประเทศให้เหมาะสมกับบริบทไทยเพื่อเสริมศักยภาพแรงงานสูงวัยและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยอย่างมีศักยภาพและยั่งยืน
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและบุคลากรท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
