https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/issue/feed วารสารวิจัยราชภัฏธนบุรี รับใช้สังคม 2025-12-26T10:25:55+07:00 ดร.พรศิริ กองนวล journal.rdi@dru.ac.th Open Journal Systems <p><span lang="TH">วารสารวิจัยราชภัฏธนบุรี รับใช้สังคม เริ่มจัดทำขึ้น ในปี พ.ศ.2537 โดยศูนย์วิจัยและบริการการศึกษาเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยของคณาจารย์ นักศึกษา และบุคคลทั่วไปและเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนประสบการณ์การวิจัยต่อมาในปี พ.ศ.2547ได้ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีจึงตั้งเป็นสถาบันวิจัยละพัฒนาโดยมีการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยปีละ 2 ฉบับ ปัจจุบันวารสารวิจัยราชภัฏธนบุรี รับใช้สังคมเป็นฉบับที่ 22 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านของรูปเล่มรูปแบบการเขียน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของวารสารโดยทั่วไปและสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและภารกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเข้มแข็งโดยมุ่งเน้นบทความวิจัยที่พัฒนาชุมชนท้องถิ่น</span><span lang="TH"> </span></p> https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/279286 การสำรวจพื้นที่หมู่บ้านหรือชุมชนเป้าหมายที่สอดคล้องกับเงื่อนไขการส่งเสริมพัฒนาตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(SEP) เพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน(SDGs) จังหวัดจันทบุรี ภายใต้โครงการการพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิ 2025-10-29T09:33:36+07:00 จันทนี กองสุข chantanee_ko@rmutto.ac.th สาคร บัวบาน sakorn_bu@rmutto.ac.th อัญชณา คุ้มญาติ anchna_ku@rmutto.ac.th โชติวิทย์ เนียมแก้ว chotiwit_ne@rmutto.ac.th <p><strong>บทคัดย่อ </strong></p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>การสำรวจพื้นที่หมู่บ้านหรือชุมชนเป้าหมายที่สอดคล้องกับเงื่อนไขการส่งเสริมพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(SEP) เพื่อประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน(SDGs) จังหวัดจันทบุรี ภายใต้โครงการการพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ความยั่งยืนของประเทศระยะที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อสำรวจชุมชนสำหรับนำไปใช้ในการพิจารณาชุมชนโมเดลต้นแบบเบื้องต้นที่มีทรัพยากรพื้นถิ่น สามารถนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยโมเดล BCG สู่ SDGs ยกระดับคุณภาพชีวิต พบว่า ด้านจิตใจและสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเรียนรู้ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับดี มีความเชื่อมั่นในปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง การแบ่งบทบาทหน้าที่ การร่วมวางแผนการดำเนินงานและกิจกรรมร่วมกัน จะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนเองอย่างยั่งยืน</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/280079 การยกระดับผลิตภัณฑ์น้ำพริก สู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสวนลูกแชมป์ จังหวัดอุทัยธานี 2025-10-29T09:32:52+07:00 จิรทัศน์ ดาวสมบูรณ์ jiratach@nsru.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์น้ำพริกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสวนลูกแชมป์ จังหวัดอุทัยธานี และพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยอาศัยการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านวิธีการสัมภาษณ์ การสังเกต และการประชุมกลุ่มย่อย ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ แบบจำลองโมเดลธุรกิจ (Business Model Canvas) และการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis)<br>ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำพริกโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ได้แก่ ปลาแรดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และวัตถุดิบต่างๆในชุมชน ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตให้ผ่านมาตรฐาน GMP และได้รับการรับรองจาก อย. ด้านบรรจุภัณฑ์มีการออกแบบให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น มีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการบรรจุประกอบด้วยการปิดแบบกระป๋องแบบฝาดึง และการบรรจุน้ำพริกลงบรรจุภัณฑ์แบบซอง ช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าและสะดวกต่อการใช้งาน และลดโอกาสปนเปื้อน ผลิตภัณฑ์น้ำพริกบ้านสวนลูกแชมป์เหมาะทั้งสำหรับบริโภคในครัวเรือนและเป็นของฝาก ศูนย์การเรียนรู้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่อเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ปฏิบัติจริง โดยมีอาคารผลิตที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มาตรฐาน GMP มีพื้นที่สาธิตกระบวนการผลิตจริง จัดแสดงผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และสื่อประชาสัมพันธ์ ตลอดจนพื้นที่อบรมรองรับผู้เข้าชมและผู้ร่วมกิจกรรม สร้างสภาพแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนา มีการจัดกิจกรรมและองค์ความรู้ที่หลากหลาย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการผลิตที่เป็นไปตามมาตรฐาน GMP สนับสนุนการเลือกใช้และบริหารจัดการวัตถุดิบท้องถิ่น ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์</p> <p>&nbsp;</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/280521 การพัฒนาระบบสารสนเทศจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวพื้นถิ่น กรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชนสัมมาชีพชุมชนตำบลบ้านเพิง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2025-09-02T10:59:43+07:00 พรศิลป์ บัวงาม pornsin_bua@nstru.ac.th อุทุมพร ศรีโยม utumporn_sri@nstru.ac.th <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวพื้นถิ่นกรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชนสัมมาชีพชุมชนตำบลบ้านเพิง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 2) เพื่อประเมินความพึงพอใจที่มีต่อระบบสารเทศจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวพื้นถิ่น ใช้แนวคิดวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบเอสดีแอลซี พัฒนาด้วยภาษาพีเอสพี จัดการระบบฐานข้อมูลด้วยมายเอสคิวแอล และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อระบบด้วยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาระบบสารเทศจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวพื้นถิ่น กรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชนสัมมาชีพชุมชนตำบลบ้านเพิง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระบบแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) ระบบหน้าบ้าน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป 2) ระบบหลังบ้าน และ 3) ระบบจัดการผลิตภัณฑ์ สำหรับผู้ดูแลระบบ พร้อมทั้งติดตั้งทดสอบระบบ และประเมินความพึงพอใจที่มีต่อระบบโดยผู้ใช้งานระบบ จำนวน 100 คน พบว่า ค่าความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบอยู่ในระดับมากที่สุด (&nbsp;= 4.66, SD = 0.46)</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/272284 ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน ในสหวิทยาเขตวิทยปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ 2025-03-19T09:51:02+07:00 ฉัตรชัย ประชัน chatchai5019bp@gmail.com นิวัตต์ น้อยมณี nw.noymanee@gmail.com กัญภร เอี่ยมพญา Kanporn2512@gmail.com <p><strong>บทคัดย่อ </strong></p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนในสหวิทยาเขตวิทยปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนในสหวิทยาเขตวิทยปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา อายุและประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูผู้สอน โรงเรียนในสหวิทยาเขตวิทยปราการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ จำนวน 234 คน ดำเนินการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ โดยเทียบสัดส่วนของประชากรกับกลุ่มตัวอย่างที่กำหนด จากนั้นจึงสุ่มอย่างง่าย เพื่อให้ได้ครบตามจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวบข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความแตกต่างระหว่างกลุ่มตัวอย่างด้วย ค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/278150 ความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์การตลาด ในการให้บริการรถอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) ของผู้บริโภคในจังหวัดนนทบุรี 2025-10-29T09:34:06+07:00 ทัศนา หงษ์มา tahong@rpu.ac.th <p>การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์ในการใช้บริการรถอาหารเคลื่อนที่&nbsp;(Food Truck) ของผู้บริโภคในจังหวัดนนทบุรี&nbsp;2) เพื่อศึกษาระดับความสำคัญของกลยุทธ์ทางการตลาดในการใช้บริการรถอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) ของผู้บริโภคในจังหวัดนนทบุรี&nbsp; 3) เพื่อศึกษาระดับความสำคัญการใช้บริการรถอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) ของผู้บริโภคในจังหวัดนนทบุรี 4) เพื่อเปรียบเทียบการใช้บริการรถอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) ของผู้บริโภคในจังหวัดนนทบุรี จำแนกตามลักษณะประชากรศาสตร์&nbsp; 5) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์การตลาดกับการใช้บริการรถอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) ของผู้บริโภคในจังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างประชากรผู้บริโภคในตลาดนัดนกฮูก จังหวัดนนทบุรี ที่ใช้บริการเลือกซื้ออาหารจากรถขายอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติเชิงอนุมาน เพื่อทดสอบสมมติฐาน ใชสถิติ t-test และ One-Way ANOVA&nbsp; ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 21-30 ปี สถานภาพโสด มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,001-25,000 บาท โดยมีกลยุทธ์ทางการตลาดดด้าน กลยุทธ์ด้านบุคลากร กลยุทธ์ด้านกระบวนการ กลยุทธ์ด้านกระบวนการผลิตภาพ และคุณภาพ กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ด้านราคา กลยุทธ์ด้านลักษณะทางกายภาพ กลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่าย และกลยุทธ์ด้านการส่งเสริมการตลาด และผู้บริโภคเลือกใช้การบริการรถอาหารเคลื่อนที่เรียงจากความสำคัญคือด้านเหตุผล ด้านบทบาทของช่องทางการสื่อสารสังคมออนไลน์ และด้านวิถีชีวิต/สังคมที่เปลี่ยนแปลงมีผลต่อการใช้ชีวิตผลต่อการใช้ชีวิต เมื่อเปรียบเทียบการใช้บริการพบว่า เพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน ผลต่อการใช้บริการรถอาหารเคลื่อนที่ (Food Truck) ที่ไม่แตกต่างกัน</p> <p>&nbsp;</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/278857 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงโรยข้าวป่นจากใบหม่อน 2025-09-02T11:05:52+07:00 นวลระหง เทพวิวัฒน์จิต nualrahong.t@dru.ac.th อรอนงค์ ศรีพวาทกุล ornanong.sri@gmail.com <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงโรยข้าวจากใบหม่อน โดยใช้ใบหม่อนแก่ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากกระบวนการผลิตชาใบหม่อนของชุมชนประสานมิตร แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยพบว่า สูตรที่เหมาะสมประกอบด้วย ใบหม่อนแห้งป่นร้อยละ 20 งาขาวคั่วร้อยละ 25 งาดำคั่วร้อยละ 15 ซีอิ๊วขาวร้อยละ 16 น้ำ (สำหรับละลายส่วนผสมน้ำปรุงรส) ร้อยละ 12 &nbsp;น้ำตาลทรายร้อยละ 6 พริกขี้หนูป่นละเอียดร้อยละ 4 และเกลือป่นร้อยละ 2 ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับคะแนนความชอบโดยรวมในระดับชอบปานกลาง (7.43 ± 0.74) ผลการวิเคราะห์คุณภาพ พบว่า ค่าวอเตอร์แอกทิวิตี จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด ยีสต์และรา อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ผงโรยข้าวจากผัก (มผช.1511/2562)</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/279174 Educational Transformation Strategies for University Performance Excellence 2025-09-02T10:41:33+07:00 จีราภา สตะเวทิน satavetin_j@su.ac.th <p>This research aims to develop and validate a structural model of educational transformation strategies that drive university performance excellence in Thai higher education. The objectives are to investigate the relationships between external factors and educational transformation strategies, internal factors and transformation strategies, and transformation strategies and university performance excellence. Additionally, the study seeks to construct a practical model for guiding higher education institutions toward sustainable success. The sample consisted of 217 participants, purposively selected from public and private universities in Thailand. These individuals included university executives and quality assurance personnel with significant experience in strategic management. Data were collected using an online questionnaire designed in alignment with the conceptual framework. Data analysis employed descriptive statistics (frequency, percentage, mean, and standard deviation), Exploratory Factor Analysis (EFA), Confirmatory Factor Analysis (CFA), and Structural Equation Modeling (SEM). The results indicated that both external and internal factors significantly influence educational transformation strategies, which in turn have a strong and direct impact on university performance excellence. Furthermore, transformation strategies were found to mediate the relationships between the influencing factors and performance outcomes. The validated model provides higher education leaders with a strategic framework to respond effectively to digital disruption, policy shifts, and labor market demands. It emphasizes the importance of leadership, faculty development, curriculum redesign, and student support as key enablers of institutional excellence.</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/280534 ผลกระทบของการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต่อผู้บริโภคในการรับสื่อโทรทัศน์ภาคพื้นดิน 2025-09-02T11:02:08+07:00 ศักดิ์สิทธิ์ ราชรักษ์ dr.saksit24@gmail.com มัตติกา เกรียวกระโทก minkmattika@gmail.com <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อผู้บริโภคที่รับชมสื่อโทรทัศน์ภาคพื้นดิน รวมถึงเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับกำหนดนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน ได้แก่ การศึกษาข้อมูลเอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และการสำรวจด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 1,500 รายทั่วประเทศ ผลการศึกษา พบว่า ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อสื่อโทรทัศน์ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. ทำให้ขาดความระมัดระวังต่อเนื้อหาโฆษณา ส่งผลให้ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์โดยง่าย ซึ่งในจำนวนนี้ ร้อยละ 20 เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ใช้ผลิตภัณฑ์จากโฆษณาแทนการพบแพทย์ และแทนการใช้ยาจากคลินิกหรือโรงพยาบาล นอกจากนี้ ร้อยละ 33 ของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ประเมินตนเองว่ารู้สึกไม่ดีขึ้นหลังการใช้ เช่น ไม่เห็นผลตามที่โฆษณา หรือรู้สึกสุขภาพแย่ลง จากลักษณะประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ยังนิยมสื่อโทรทัศน์ แต่ขาดการตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ ประกอบกับแนวทางการกำกับดูแลแบบให้สื่อดูแลกันเองซึ่งไม่สัมฤทธิผล จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทในการกำกับดูแลอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/DRURDI/article/view/281063 การพัฒนาอย่างยั่งยืนกับอุตสาหกรรมในประเทศไทย 2025-09-02T11:03:33+07:00 หฤทภัค อภิรัตน์ harittapak.a@dru.ac.th ธนากร เมียงอารมณ์ thanakorn.m@dru.ac.th ไกรรัช เทศมี krairuch.t@dru.ac.th จันวิภา สุปะกิ่ง janwipa.p@dru.ac.th <p>บทความนี้เป็นการนำเสนอความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ประเทศไทยในฐานะสมาชิกที่ร่วมลงนามรับรองวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2030 ได้ขับเคลื่อนวาระการพัฒนาผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเปลี่ยนจากการผลิตเพื่อการส่งออกแบบดั้งเดิม ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ 9 อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และเป้าหมายการพัฒนาที่ 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ทั้งนี้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี โดยการบูรณาการของเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมายหลายสาขา โดยมุ่งเน้นการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางของประเทศไทย</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี