ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในยุคดิจิทัล
คำสำคัญ:
sexual risk behaviors, lower secondary students, digital ageบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบหาความสัมพันธ์ (correlational research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในยุคดิจิทัล ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี. กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 192 คน ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายโรงเรียนขนาดใหญ่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ทัศนคติที่เหมาะสมต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ แรงสนับสนุนของครอบครัว การรับรู้พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของเพื่อน การเข้าถึงสื่อกระตุ้นทางเพศ และพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (content validity) จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ และคำนวณหาค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity Index: CVI) ได้ค่า CVI ของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.91 และหาความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (reliability) โดยการนำแบบสอบถาม 5 ชุด ได้แก่ 1) ทัศนคติที่เหมาะสมต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 2) แรงสนับสนุนของครอบครัว 3) การรับรู้พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของกลุ่มเพื่อน 4) การเข้าถึงสื่อเรื่องเพศ 5) พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง แล้วนำมาวิเคราะห์หาความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม ได้ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) เท่ากับ 0.81, 0.85, 0.83, 0.88, และ 0.84 ตามลำดับ ผลการศึกษาพบว่าการรับรู้พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของเพื่อนและการเข้าถึงสื่อกระตุ้นทางเพศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .313, และ .493, P < .01) และทัศนคติที่เหมาะสมต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = –.158, P < .05)
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2567). รายงานเฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่น พ.ศ. 2567
https://rh.anamai.moph.go.th/th/surveillance-report/5046#wow-book/25
กรมควบคุมโรค (2568). กรมควบคุมโรค เตือน “ซิฟิลิส” โรคฮิตที่ติดมากับเซ็กส์ พบสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชน และ
หญิงตั้งครรภ์ แนะใช้ถุงยางอนามัยป้องกันทุกครั้ง หากเสี่ยงให้รีบตรวจและรักษาโดยเร็ว.
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=44807&deptcode=brc&news_views=1504
กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานประจำปีของกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2566
https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1581420240620080615.pdf
ณิชาภัทร ปุ่นมีกิจ. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
เมืองพัทยา https://buuir.buu.ac.th/bitstream/1234567890/11577/1/53920028.pdf
ณิชาภัทร ปุ่นมีกิจ, ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ, และพรนภา หอมสินธุ์. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยง
ทางเพศของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เมืองพัทยา. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 34(1), 13-29.
ณิฐินันท์ วิชัยรัมย์. (2545). การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ ของนักเรียน
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์. DOI:https://doi.nrct.go.th/
ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14457/SU.the.2002.76
เบญจมาภรณ์ รุ่งสาง และ ภารดี เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา. (2563). การส่งเสริมพฤติกรรมละเว้นการมี
เพศสัมพันธ์ของเยาวชน. วารสารมนุษย์กับสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม, 5(2), 149-158.
ปัญญ์กรินทร์ หอยรัตน์ และปราโมทย์ วงศ์สวัสดิ์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36(1). 149-163.
ปิยนุช พันธ์ศิริ เจนวิทย์ ศรพรหม นภัทชา สมพงษ์ และนฤมล เทียมสุวรรณ. (2565). การศึกษาความรอบรู้
ด้านสุขภาพและปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นและเยาวชนในพื้นที่จังหวัด
อุบลราชธานี A Poster Presentation at The 9th AHLA INTERNATIONAL CONFERENCE
Organized by the Asia Health Literacy Association (Phuket, Thailand) [May 14-17, 2023]
มณีรัตน์ เทียมหมอกและพิมพ์รัตน์ ธรรมรักษา (2567). ปัจจัยทำนายความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ทาง
สุขภาพกับการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น. วารสาร JBCN–Bangkok, 40(1), 61–72.
วิกานดา วิริยานุภาพพงศ์, รุจา ภู่ไพบูลย์ และทิพวัลย์ ดารามาศ. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ
พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความพิการทางการได้ยิน. วารสาร
พยาบาลตำรวจ; 13(1): 78-90.
ศิวานิตย์ ทองคำดี, ฉวีวรรณ บุญสุยา, เสาวนีย์ ทองนพคุณ และ สาวิตรี วิษณุโยธิน. (2563). พฤติกรรมเสี่ยง
ทางเพศของนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 ในพื้นที่อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี. วารสารสาธารณสุข มหาวิทยาลัย
บูรพา, 15(1), 85-98.
สุนารี หอมจันทร์, มลินี สมภพเจริญ และมณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์. (2024). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม
การป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนของนักเรียนหญิง ระดับมัธยมศึกษา จังหวัดอุทัยธานี. วารสาร
สาธารณสุข มหาวิทยาลัยบูรพา, 19(1), 29–42.
สิทธิคุณ คำวงศ์. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและการรับรู้พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศบุตรหลานของ
ผู้ปกครองต่อพฤติกรรมการดูแลบุตรหลานเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในนักเรียนชั้น ม.2 พื้นที่
อุตสาหกรรม จ.ชลบุรี Burapha University Digital Repository.
สิตานันท์ ศรีใจวงศ์, ดุจเดือน เขียวเหลือง, ปฐพร แสงเขียวและสืบตระกูล ตันตลานุกูล (2564) ปัจจัยที่มีอิทธิพล
ต่อพฤติกรรมป้องกันความเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 2. วารสารกองการพยาบาล, 48(2), 80–
เสาวลักษณ์ ทับไทร. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของ
นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งหนึ่งของอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น, 5(2), 175-184.
Bandura, A. (1989). Social cognitive theory. In R. Vasta (Ed.), Annals of child development. Vol. 6.
Six theories of child development (pp. 1-60). Greenwich, CT: JAI Press. Retrieved February
, from http://www.emory.edu/EDUCATION/mfp/BanSCT.pdf
Tabachnick, B. G., & Fidell, L. S. (2014). Using multivariate statistics (6th ed.). Harlow: Pearson.
Thepthien, Bo. & Celyn. (2022). Risky sexual behavior and associated factors among sexually-
experienced adolescents in Bangkok, Thailand: findings from a school web-based
survey. Reprod Health 19, 127
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและบุคลากรท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
