การประยุกต์ใช้ในระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ และแบบผสานวิธี ในการทำวิจัยด้านจิตวิทยาแนวพุทธเชิงบูรณาการ
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มุ่งวิเคราะห์การประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ และแบบผสานวิธี ในการทำวิจัยด้านจิตวิทยาแนวพุทธเชิงบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นและกลไกเชิงกลยุทธ์ของการเลือกใช้วิธีการวิจัยที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนของปรากฏการณ์ทางจิตวิญญาณในบริบทการดูแลผู้สูงอายุระยะสุดท้าย การวิเคราะห์ได้ดำเนินการโดยการใช้กรณีศึกษาของการพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมจิตวิทยาแนวพุทธเชิงบูรณาการเพื่อเสริมสร้างพลังใจในการเตรียมก่อนเผชิญลมหายใจสุดท้ายของผู้สูงอายุ การค้นพบที่สำคัญจากการวิเคราะห์เชิงบูรณาการนี้ยืนยันว่า การวิจัยเชิงคุณภาพมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความชอบธรรมเชิงปรัชญาและสร้างความเที่ยงตรงเชิงแนวคิดให้กับโปรแกรม โดยใช้หลักการทางอภิธรรมและหลักปฏิบัติ เช่น การประยุกต์ใช้จริต 6 และปลิโพธ 10 เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับบริบทของผู้สูงอายุ ก่อนที่จะมีการประยุกต์ใช้การวิจัยเชิงปริมาณในรูปแบบการวิจัยเชิงกึ่งทดลองเพื่อตรวจสอบประสิทธิผลเชิงประจักษ์และการทำนายความสัมพันธ์ของปัจจัยทางจิตวิญญาณ การวิเคราะห์สรุปว่า การวิจัยแบบผสานวิธีทำหน้าที่เป็นยุทธศาสตร์สูงสุดในการสร้างความชอบธรรมให้แก่การแสวงหาความรู้ในสาขาจิตวิทยาแนวพุทธเชิงบูรณาการ เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงความลุ่มลึกเชิงปรัชญาเข้ากับความแม่นยำเชิงประจักษ์ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพและเพิ่มโอกาสในการยอมรับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงทางจิตวิญญาณในวงวิชาการ คำสำคัญ คือ จิตวิทยาแนวพุทธเชิงบูรณาการ ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี พลังใจ การดูแลระยะสุดท้าย
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและบุคลากรท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
