รูปแบบการบริหารจัดการนวัตกรรมสังคมเชิงบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของหมู่บ้านนวัตกรรมสังคมชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการบริหารจัดการนวัตกรรมสังคมของชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 2) เพื่อศึกษากระบวนการจัดการความรู้ด้านนวัตกรรมสังคมของชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 3) เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการนวัตกรรมสังคมเชิงบูรณาการหมู่บ้านนวัตกรรมสังคมชุมชนเมืองจัง อ.ภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้เทคนิคการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นแนวทางหลักในการดำเนินการวิจัย กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญเลือกแบบเจาะจงประกอบไปด้วย 6 กลุ่ม จำนวน30 คน คือ 1)ผู้นำชุมชน 2)ผู้บริหารคณะกรรมการและกลุ่มสมาชิกที่นำนวัตกรรมสังคมไปประยุกต์ใช้ 3)หน่วยงานราชการที่ให้การสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ 4)กลุ่มบุคคลภายในชุมชนที่ไม่ใช่สมาชิกกลุ่ม 5)กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการที่เกี่ยวข้องนวัตกรรมสังคม 6)นักวิจัย ผู้ประกอบการสังคมเจ้าของผลงานวัตกรรมสังคม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง การสนทนากลุ่ม ใช้แบบคำถามกึ่งโครงสร้าง และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า 1)กระบวนการบริหารจัดการนวัตกรรมสังคมของชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ประกอบด้วย 5 ด้านคือ จัดประชุมสมาชิกเพื่อชี้แจงทำความข้อตกลงร่วมกัน การพัฒนากลุ่มชุมชนที่มีอยู่เดิมให้มีความเข้มแข็ง ฝึกอบมรมเพิ่มพูนความรู้ด้านนวัตกรรม กระบวนการผลิตและการดำเนินงานของกลุ่ม และการถ่ายทอดความรู้และขยายผลไปยังสมาชิกและเครือข่าย 2)กระบวนการจัดการความรู้ด้านนวัตกรรมสังคมของชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน คือ การบ่งชี้ความรู้ การสร้างและแสวงหาความรู้จากภายในและภายนอกชุมชน การจัดรวบรวมความรู้ให้เป็นระบบ ประมวลผลและกลั่นกรองความรู้ การเข้าถึงความรู้ การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเรียนรู้ 3)รูปแบบการบริหารจัดการนวัตกรรมเชิงบูรณาการหมู่บ้านนวัตกรรมสังคมชุมชนเมืองจัง อ.ภูเพียง จังหวัดน่าน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย 5 ด้านคือ ด้านการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนวัตกรรมสังคม ด้านการจัดการกลุ่ม องค์กรนวัตกรรมสังคม ด้านการจัดการภาคีเครือข่ายความร่วมมือ ด้านการสร้างความยั่งยืนของโครงการนวัตกรรมสังคม และด้านการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม
เอกสารอ้างอิง
กฤษฎา เสกตระกูล.(2560). การวิเคราะห์งบการเงิน. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาความรู้
ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.
กฤษณะ ทองแก้ว. (2565). บูร์ดิเยอกับการก้าวข้ามความขัดแย้งทางความคิด. วันที่ค้นข้อมูล
มกราคม 2565 จาก http://www.gotoknow.org/posts/341029
กาจน์ กอรี, อภิชาต ไตรแสง และเมธี พยอมยงค์. (มกราคม – มิถุนายน 2563). “รูปแบบการ
บริหารจัดการชุมชนเกษตรเพื่อนำไปสู่การลดภาวะหนี้สินของครัวเรือนเกษตรกร
กรณีศึกษา บ้านจู้ด ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง”. วารสาร มมร.
วิชาการล้านนา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 9(1) : 53-65.
ฉลาด จันทรสมบัติ, ทานตะวัน สิงห์แก้ว, ประจักษ์ อาษาธง และรุ่งทิพย์ สิงพร. (พฤษภาคม –
สิงหาคม 2554). “การศึกษาการพัฒนาหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อการพึ่งตนเองตามแนว
เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนวังจาน ตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม”.
วารสารบริหารและ การพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 3(2) : 86-105.
ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา และวาสนา อิ่มเอม. (2546). “นวัตกรรมสังคม : การให้ความหมายและ
ลักษณะกิจกรรมในประเทศไทย”. วารสารสถาบันวิจัยระบบสาธารณะสุข, 1 : 145.
ธานี ชูกำเนิด และมารุต ดำชะอม. (กันยายน – ธันวาคม 2558). “LIP Model: กระบวนการ
นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์,
(3) : 185 – 196.
ธีรฉัตร เทียมทอง และเพ็ญณี แนรอท. (กรกฎาคม – ธันวาคม 2561). “แนวทางการพัฒนา
วิสาหกิจชุมชนที่ยั่งยืน กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลากระชังแม่น้ำโขง บ้านพร้าวใต้
ตำบล หินโงม อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย”. วารสารการบริหารปกครอง
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 7(2) : 245-265.
พลอยพิณญา หาญหฤทัยวัลก์, ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์ และชัยณรงค์ เครือนวล. (กันยายน – ธันวาคม
. “นวัตกรรมสังคมรากหญ้ากับการพัฒนาท้องถิ่นชุมชนภาคตะวันออก”. วารสาร
วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 9(3) : 71-85.
มัลลิกา ธรรมจริยาวัฒน์. (2554). การจัดการองค์การและการบริหารธุรกิจ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย
รามคำแหง.
ศรมณ เทพแก้ว และฉัตรวรัญช์ องคสิงห. (มกราคม – เมษายน 2561). “การสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคม
ในวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวบ้านอุ่มแสง จังหวัดศรีสะเกษ”. วารสารบริหารและการจัดการ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, 8(1) : 60-73.
ศิริศักดิ์ พิเชษฐ์โกมล และอุ่นเรือน เล็กน้อย. (2561). กระบวนการการยอมรับนวัตกรรมบ้านปลา
กรณีศึกษาชุมชนเนินฆ้อ ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง. กรุงเทพฯ :
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (2562). รายงานประจำปี. กรุงเทพฯ : สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
อลงกรณ์ คูตระกูล. (2553). นวัตกรรมสังคม กรณีศึกษาโครงการของท้องถิ่นในเขตภาคเหนือของ
ประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบัน
บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
Alakeson, V., Aldrich, T., Goodman, J., Jorgensen, B., & Miller, P. (2003). Social
Responsibility in the Information Society. Retrieved September 11, 2021
fromhttp://www.digital eu.org/uploadstore/theme_reports/social_report.pdf
Fujisawa, Yoshilazu, & Ishida, Yu. (2015). “A study of Social Innovation Concepts: A
Japanese Perspective” Japan Social Innovation Journal, 5(1) : 1-13.
Lundstrom, Ander, & Chunyan Zhou. (2011). “Promoting innovation based on social
sciences and technologies: the prospect of a social innovation park
innovation”.
Skyrme, D. J. (1999). Knowledge networking: Creating the collaborative enterprise.
Butterworth-Heinemann.
Skyrme, D. J. (2001). Capitalizing on knowledge: From e-business to k-business.
Butterworth-Heinemann.
Mulgan, G., Tucker, S., Ali, R., & Sanders, B. (2007). Social Innovation: What It Is, Why It
Matters and How It Can be Accelerated. Retrieved February 18, 2020 from
https://youngfoundation.org/wp-content/uploads/2021/10/Social-innovation-
what-it=is-why-it-matters-how-it-can-be-accelerated-March-2007.pdf.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและบุคลากรท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
