การพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชน กรณีศึกษา : วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสิ่งทอและแปรรูปผลิตภัณฑ์ท่าช้างเอนซีส ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบ ; การจัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชน ; ศาสตร์พระราชาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสิ่งทอและแปรรูปผลิตภัณฑ์ท่าช้างเอนซีส ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา และ 2) การพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสิ่งทอและแปรรูปผลิตภัณฑ์ท่าช้างเอนซีส ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ประธานกลุ่ม สมาชิก คณะกรรมการ ผู้นำ ปราชญ์ชุมชน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 20 ราย รวบรวมข้อมูลโดยสำรวจภาคสนาม ศึกษาเอกสาร สัมภาษณ์เชิงลึก สนทนากลุ่ม และสร้างข้อสรุปโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสิ่งทอและแปรรูปผลิตภัณฑ์ท่าช้างเอนซีส มีศักยภาพการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี โดยผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแปรรูปมาจากกระบวนการในชุมชน ใช้วัตถุดิบ ทรัพยากร ทุน แรงงาน ในชุมชนเป็นหลัก มีความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมองค์ความรู้ และถูกรวบรวมจัดเก็บอย่างเป็นระบบ โดยชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของ สะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สื่อสารทางสังคมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และมีส่วนร่วมแบบองค์รวม 2) การพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสิ่งทอและแปรรูปผลิตภัณฑ์ท่าช้างเอนซีส โดยขับเคลื่อนแบบบูรณาการเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ ภายใต้แนวคิด “POLCT MODEL” มีองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ P: Planning (การวางแผน) O: Organizing (การจัดการองค์การ) L: Leading (ผู้นำ) C: Controlling (การควบคุม) และ T: The King’s Philosophy (ศาสตร์พระราชา) ประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบการพัฒนา การจัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชนที่เน้นเพิ่มประสิทธิภาพของทุนในชุมชน และขยายผลพัฒนานวัตกรรมชุดองค์ความรู้ สืบสานภูมิปัญญา สร้างรายได้ และความยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กัณยกร อัครรัตนากร. (2561). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. Research and Development Journal Suan Sunandha Rajabhat University, 10(2), น. 142-156.
จิรศักดิ์ ประทุมรัตน์, ทิพย์เกสร บุญอำไพ และพงศ์ประเสริฐ หกสุวรรณ. (2563). การพัฒนาระบบการจัดการศูนย์การเรียนชุมชนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี. 14(3), น. 504-506.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). หลักการวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น.
วีรชัย คำธร, ณัฐวัฒน์ เดชสวรรค์, และภักดี โพธิ์สิงห์. (2565). การพัฒนามรดกทางวัฒนธรรมต้นแบบจากความหลากหลายตามแบบวิถีศาสนา ความเชื่อในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในเขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยราชภัฏธนบุรีรับใช้สังคม. 8(1), น. 70.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2550). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10. (พ.ศ.2550-พ.ศ.2554). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). 20 years of national strategy for the development of Thailand. ค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2567, จาก http://nscr.nesdb.go.th/.
สำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย. (2564). คู่มือศูนย์เรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. สมุทรปราการ : อุดมศึกษา จำกัด.
สุวุฒิ วรวิทย์, พินิตวรรณวีร์ บุญคุ้ม และนรินทร์ สังข์รักษา. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้วิถีเมืองเพชรตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. วารสารวิชาการ Veridian E –Journal, Silpakorn University, 10(2), น. 1657-1674.
Cronbach, Lee. J. Essentials of psychological testing. 5th ed. New York : Harper & Row, 1990.
HR NOTE. (2019). Polc-ทฤษฎีการจัดการที่สร้างประสิทธิภาพให้กับองค์การ. ค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2567, จาก https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190619--polc-management-concept/.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor Onderwijsresearch, 2(2), p. 49–60.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและบุคลากรท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
