กลยุทธ์พัฒนาการมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตร ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2) เพื่อสร้างกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตรของมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 3) เพื่อยืนยันและตรวจสอบกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นประธานหลักสูตรและอาจารย์ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จำนวนประชากรทั้งสิ้น 300 คน โดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (Simple Size) จากการใช้ตารางประมาณการขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครจซีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan) จะได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 169 คน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาวิจัย คือ ประธานหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตรอย่างน้อย 1 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา ตั้งแต่ 0.80 ถึง 1.00 ค่าความเชื่อมั่น 0.879 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ค่าความถี่ สถิติที่ใช้ในการเปรียบเทียบใช้ t – test (Independent Samples) และ One-Way ANOVA โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป
ผลการวิจัยพบว่า
- สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พบว่าความต้องการจำเป็น PNImodified สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตร ในภาพรวมเท่ากับ 0.27 หมายถึง อัตราการเปลี่ยนแปลงในเชิงพัฒนาการจากสภาพปัจจุบันไปยังสภาพที่พึงประสงค์มีค่าคิดเป็นร้อยละ 27 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า การมีส่วนร่วมในด้านการตัดสินใจ ด้านการแสดงความคิดเห็น ด้านการประเมินผล ด้านการดำเนินงาน ด้านการจัดสรรผลประโยชน์ และด้านความรับผิดชอบ มีค่าเท่ากับ 0.34, 0.33, 0.29, 0.23, 0.10 และ 0.35 ตามลำดับ ซึ่งหมายถึง อัตราการเปลี่ยนแปลงในเชิงพัฒนาการจากสภาพปัจจุบันไปยังสภาพที่พึงประสงค์มีค่าคิดเป็นร้อยละ 34, 33, 29, 23, 10 และ 35 ตามลำดับ
- ระดับความคิดเห็นต่อกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตร ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ของสภาพปัจจุบันโดยภาพรวมเมื่อจำแนกตามเพศ อายุ และตำแหน่งปัจจุบัน ไม่แตกต่างกัน ส่วนกลุ่มของสาขาวิชา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และระดับความคิดเห็นกลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ของสภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวม เมื่อจำแนกตามเพศ ตำแหน่งปัจจุบันและกลุ่มของสาขาวิชา ไม่แตกต่างกัน ส่วนอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- กลยุทธ์การมีส่วนร่วมในการบริหารหลักสูตรของมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มี 6 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการตัดสินใจ ด้านการแสดงความคิดเห็น ด้านการประเมินผล ด้านการดำเนินงาน ด้านการจัดสรรผลประโยชน์ และด้านความรับผิดชอบ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Chantranee Sa-Ngaunnam. (2012). Theory and practice in educational management. Bangkok : Bookpoint.
Tharinthorn Namwan, (2005). Factors that affect participation in departmental administration at public universities. Graduate School : Khonkaen University.
Niyada Piemphuchana. (2512). Causal factors influencing commitment to the organization of teachers in private higher education institutions in the Northeastern region. Graduate School : Northeastern University.
Phornchulee Artchavaumrung. (2013). An approach to reforming structure and governnce of higher education : consortia in genre with current potentialities. Bangkok : Chula Unisearch, Chulalongkorn University.
Mett Mettkarunjit.(2014). Educational management participatory. Bangkok : Bookpoint.
Office of the Higher Education commission. (2009). Standardized framework national higher education B.E.2552. Bangkok : Office of the Higher Education commission.
Boice, Robert, and Charles T. Thomas. (1992). "Diagnosing Academic Culture." Journal of Staff, Program, and Organizational Development 7: 165-171.
Shadid, Prins,and Nas (1992). Public Management and Administration. New York : The Macmillan Press. Velez, V. Guillermo. (1992). A Study of Faculty Satisfaction-Dissatisfaction with The Intrinsic and Extrinsic Job Factors in Columbian University. Florida : The Florida State University.