การยกระดับการจัดการการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชนสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์

Main Article Content

นภธร ศิวารัตน์
สัญญา เคณาภูมิ
เสาวลักษณ์ โกศลกิตติอัมพร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชนสร้างสรรค์ พัฒนากลยุทธ์เพื่อยกระดับการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชน เพื่อเสนอแนะแนวทางการยกระดับการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชนสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ทางการยกระดับการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชนสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ (SWOT) และนำมาจับคู่วิเคราะห์ (TOWS Matrix) วางแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ประชากร เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ จำแนกได้ 3 กลุ่ม 1) กลุ่มผู้แทนภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ 2) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ 3) กลุ่มผู้แทนชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์


             ผลการวิจัย พบว่า


          ผลการวิเคราะห์ จากองค์กรภาคีเครือข่าย ได้มีบทบาทมีส่วนเกี่ยวข้อง แสดงถึงความเป็นเจ้าของ ความหวัง จากการทำสิ่งนี้จะได้สิ่งนี้ เพื่อให้องค์กรหนุนเสริมมีส่วนสำคัญในแนวนโยบายของภาครัฐ การส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีนโยบายทุกจังหวัด เป็นเอก ลักษณ์เป็นเอกภาพ เช่น จังหวัดกาฬสินได้จัดงานพระธาตุนาคู เพื่อเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของทำด้วยความเพลิดเพลิน ทำแล้วไม่เหนื่อย และการมีแกนนำเป็นสิ่งที่ต้องการและการแสดงถึงความสำคัญของการแสดง ที่มีภาวะผู้นำของชุมชน เช่นการนำแนวทางของแกนนำหรือไก้ชุมชนและการมีจิตบริการ แต่ทั้งนี้ สิ่งที่ดึงดูดจิตใจหรือแหล่งที่เป็นดึงดูดเช่น ทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องของโบราณการเล่าเรื่องสิ่งใหม่ๆที่สร้างขึ้นมาใหม่ของหมู่บ้านหนองหิน ตักบาตรเทไวโรหนะ ทำให้เป็นแลนมาร์กได้ สรุปได้โมเดลการยกระดับการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชน คือ


  1. อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ชุมชนจะต้องมีศักยภาพมีความเป็นุมชนพึ่งตนเองได้ก่อน ตระหนักรู้ มีความหวังว่าทำสิ่งนี้ก็ต้องได้สิ่งนี้ ในชุมชนมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาได้คือการมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง มี ภาวะผู้นำ มีแกนนำ มีปราช์ญชาวบ้านที่มีความรู้ มีวัฒนธรรมโบราณ มีความเป็นวิถีชุมชน มีการจัดการการประชาสัมพันธ์ ทั้งภายในและภายนอกของชุมชนได้ดี จึงจะเป็นการยกระดับการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชนอย่างยั่งยืน 

  2. ตลาดนำการผลิต ว่านักท่องเที่ยวต้องการเที่ยวพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนนั้นได้โดยการมองเห็นการพัฒนาด้านตลาดก่อนการผลิต เช่น ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาดและรายได้ ถ้าไม่สนองตลาดแหล่งท่องเที่ยวไม่มีผู้มาเที่ยว จึงมีความเห็นว่า ถ้าตลาดไม่ต้องการผู้ผลิตก็จะผลิตไม่ได้ ดังนั้น การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชน จึงพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยตนเองและการยึดหลักการโฆษณาการท่องเที่ยวตามความต้องการของตลาด การท่องเที่ยวต้องรู้ว่านักท่องเที่ยวต้องการอย่างไร แล้วค่อยมาผลิตตามที่นักท่องเที่ยวต้องการ ยกตัวอย่างเช่น สมัยนี้มีร้านกาแฟที่จัดดูดีเป็นแนวคันทรี่ มีลูกค้าเข้าร้านเพื่อถ่ายรูปและผลที่ได้คือลูกค้ามาซื้อกาแฟเพราะต้องการถ่ายรูป อยากเช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น ทางชุมชนต้องจัดการท่องเที่ยวให้เข้ากับกลุ่มที่มาเที่ยวเพื่อเป็นการท่องเที่ยวตามที่ตลาดต้องการไม่ใช่ผลิตก่อนตลาด

  3. การหนุนเสริม การส่งเสริมสนับสนุน โดยรวมทำให้เป็นการเสพบ่อยๆ จะทำให้เบื่อหน่าย แสวงหาสิ่งใหม่ๆ แปลกๆ เพราะของใหม่สร้างขึ้นทำให้ดึงดูดตลาดนำการผลิต โหยหาความเก่าความหลัง ความเป็นโบราณขายได้ โดยสรุปการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ที่ไม่เป็นฤดูการเดี่ยว ๆ ขอให้กิจกรรมมามาทุกเดือน เช่น บ้านหนองหินมีประเพณีฮีตสิบสองคองสิบสี่ การจัดการท่องเที่ยวเครือข่ายต้องมีการท่องเที่ยว 7 วัน 7 คือ เช่น จังหวัดนครพนม ไหว้พระธาตุ 9 พระธาตุ  

       3.1 มีเครือข่ายการท่องเที่ยวร้อยแก่นสารสินธ์คือการท่องเที่ยวเชิงโบราณ


       3.2 การผูกเรื่องให้เป็น  Story  


       3.3 ตัวแสดงและวิธีการหนุนเสริมระหว่างรัฐเป็นการสนับสนุนชุมชนเป็นกระบวนการภาษาอิสานถ้าไม่จุดประกายแสงสว่างจะไม่มีออร่าขึ้น ชุมชนไหนที่พยายามผลักดันตัวเองขึ้นหน่วยงานไหนก็อยากเข้าถึง


4.กระบวนการจัดการท่องเที่ยวหน่วยงานหนุนเสริมจะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการส่งเสริมและพัฒนา ขอสรุปว่าเป็นการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในการยกระดับการท่องเที่ยวในการยกระดับการจัดการท่องเที่ยวเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการยกระดับการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนตลอดไป


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศิวารัตน์ น., เคณาภูมิ ส., & โกศลกิตติอัมพร เ. (2019). การยกระดับการจัดการการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชนสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(3), 533–547. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/215740
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองประสานการลงทุน. (2558). โครงการส่งเสริมการลงทุนธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism). [Online] http://tourisminvest.tat.or.th/งานวิจัย/การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2554 ก). แผนพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย. เข้าถึงได้จาก: http://thai.tourismthailand.org/tourismthailand_index/th/
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2540). โครงการเพื่อกำหนดนโยบายท่องเที่ยวเพื่อรักษาระบบนิเวศ. กรุงเทพฯ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2551). จุลสารการท่องเที่ยว TOURISMJOURNAL, ฉบับที่ 4 : ตุลาคม - ธันวาคม 2551, หน้า 7
กิตติชัย เจริญชัย. (2548). แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดและศักยภาพการท่องเที่ยว เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (โฮมสเตย์) บ้านซะซอม ตําบลนาโพธิ์กลาง อําเภอโขงเจียมจังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น
กษมา ประจง. (2546). ผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนบ้านศรีฐาน ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
โครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติโครงการศึกษาวิจัยการจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม. (2541). โครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรการท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ (เชียงใหม่). โครงการศึกษาวิจัยการจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมภาคเหนือ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จารุเชฏฐ์ เรืองสุวรรณ. (2547).การประเมินคุณภาพการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอุทยานและนันทนาการ, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จุฑามาศ จิเจริญ (2545). บทบาทที่ปฏิบัติจริงและบทบาทที่คาดหวังในการพัฒนาการท่องเที่ยว ศึกษาเฉพาะกรณี องค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดเลย . เลย : วิทยานิพนธ์ สถาบันราชภัฏเลย
สัญญา เคณาภูมิ. (2558). “การสร้างกรอบแนวคิดการวิจัยโดยใช้ทฤษฎีจากฐานราก” วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปีที 10 ฉบับที่ 3 : กันยายน-ธันวาคม 2558
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน). (2557). การจัดการการท่องเที่ยวสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม : http://www.dasta.or.th/creativetourism/th/article/156-notice4.html
องค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน). (2558). การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์คืออะไร. [Online] http://www.creativetourism.com/c_main/about
อุดมศักดิ์ แนวจิตร.(2544).ความคาดหวังและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ : กรณีอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Adhikary, M. (1995). Management of Ecotourism. Bangkok: Srinakarinwirot University.
Bovee, L.C. , & Others. (1993). Management. New York: McGraw-Hill
Cohen, E. 1979. A Phenomenology of Tourist Experience , Sociology, 13, p. 179-201
Collier and Harraway.(1997). Principler of Tourism. Auckland: Longman Paul Ltd.,
Collier, A. & Harraway, S. (1997). Principle of Tourism. Auckland: Longman
Middleton, Victor T.C. 1994. Marketing in Travel and Tourism. 2nd ed. Oxford: Heinemann Professional Publishing, p.54.
Perreault, W. D., Dorden, D.K. and Dorden, W.R. (1979). A Psychological Classification of Vacation Life-styles, Journal of Leisure Research, 9, p. 208-224
Swarbrooke, John and Susan Horner. (1999). Consumer Behavior in Tourism. Great Britain : Butterworth-Heinemann,