นวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการ 2) พัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วม และ3) ศึกษาผลการทดลองใช้นวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมมีประสิทธิผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบของนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการ ระยะที่ 2 พัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วน ระยะที่ 3 ทดลองใช้และประเมินนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมายในการวางแผนและออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ได้แก่ ผู้บริหาร และครูผู้สอน จำนวน 27 คน กลุ่มเป้าหมายในการทดลองใช้นวัตกรรม ได้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 258 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึก แบบประเมินความพึงพอใจ แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของนวัตกรรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์เนื้อหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- องค์ประกอบของนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการ มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการข้าม 4 รายวิชา ได้แก่ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาเทคโนโลยี วิชาวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งเรียกว่า “STEM”
2) กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการข้าม 3 รายวิชา ได้แก่ วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษและวิชาสังคมศึกษาร่วมกับการสร้างทัศนคติ ซึ่งเรียกว่า “TESA”3) กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการข้าม 3 รายวิชา ได้แก่ วิชาเทคโนโลยี วิชาศิลปะ และวิชาพละศึกษา ซึ่งเรียกว่า “TAP” - การพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมทั้ง 3 องค์ประกอบ มีกลไกการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ โดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม คือ 1) ร่วมระดมความคิด 2) ร่วมวางแผน 3) ร่วมดำเนินงาน 4) ร่วมติดตามประเมินผล
5) ร่วมพัฒนา และ 6) ร่วมชื่นชมผลสำเร็จ - ผลการทดลองใช้นวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษา พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 และผลการประเมินความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและครูผู้สอนอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการประเมินนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมมีความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์ โดยรวมทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก
ผลการวิจัย พบว่า
- องค์ประกอบของนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการ มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการข้าม 4 รายวิชา ได้แก่ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาเทคโนโลยี วิชาวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งเรียกว่า “STEM”2) กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการข้าม 3 รายวิชา ได้แก่ วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษและวิชาสังคมศึกษาร่วมกับการสร้างทัศนคติ ซึ่งเรียกว่า “TESA”3) กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการข้าม 3 รายวิชา ได้แก่ วิชาเทคโนโลยี วิชาศิลปะ และวิชาพละศึกษา ซึ่งเรียกว่า “TAP”
- การพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมทั้ง 3 องค์ประกอบ มีกลไกการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ โดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม คือ 1) ร่วมระดมความคิด 2) ร่วมวางแผน 3) ร่วมดำเนินงาน 4) ร่วมติดตามประเมินผล 5) ร่วมพัฒนา และ 6) ร่วมชื่นชมผลสำเร็จ
- ผลการทดลองใช้นวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษา พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 และผลการประเมินความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและครูผู้สอนอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการประเมินนวัตกรรมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วมมีความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์ โดยรวมทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
PrachonglukBuaklang. (2018). The Development of Teachers on Integrated Learning Organization : A Case Study of Pholprachanukool Municipal School. Education Section.MuangpholMunipality.Muangphol.Khonkaen.University Journal,Mahasarakam Rajabhat University; W. MRM.
PrachuabNuliang. (2016). A Participative Management Model of Education in Patalung.Journal of Parichart, Taksin University.
SamleeRaksutee. (2001). Techniques for Learning Management and Writing out Lesson Plans with Intensive Focus on Leanness. Bangkok: Development Education.
SriwanChatsuriyawong. (2016). Instructional of Stem Education Local Integrat.Education Journal, Silpakorn University.