รูปแบบการบริหารตามแนวคิดพหุปัญญาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนระดับประถมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพบริบท ปัญหา และความต้องการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ และ 3) ทดลองใช้และประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้น การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน (mixed methods) ตามรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ (1) ศึกษาและวิเคราะห์บริบท (2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ (3) ทดลองใช้ และ (4) ประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 30 คน ครู 10 คน และผู้บริหาร 1 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงพรรณนา และ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) โรงเรียนมีศักยภาพด้านทรัพยากรท้องถิ่นและการสนับสนุนจากชุมชนสูง แต่ยังขาดแนวทางจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพหุปัญญาของผู้เรียน 2) รูปแบบการบริหารที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบ 5 ส่วน ได้แก่ ความเป็นมา หลักการ จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบหลัก และกระบวนการดำเนินงาน 6 ขั้นตอน 3) ผลการทดลองใช้พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีความพึงพอใจในระดับมาก ขณะเดียวกันครูและผู้บริหารเห็นว่ารูปแบบมีความเป็นไปได้และสามารถนำไปใช้จริงได้ในบริบทโรงเรียนชนบท แสดงถึงศักยภาพในการขยายผลไปยังสถานศึกษาอื่นได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
Armstrong, T. (2009). Multiple intelligences in the classroom (3rd ed.). ASCD.
Borg, W. R., & Gall, M. D. (1989). Educational research: An introduction (5th ed.). Longman.
Creswell, J. W. (2014). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approach (4th ed.). SAGE.
Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. MIT Press.
Gardner, H. (1983). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. Basic Books.
Hargreaves, A., & Fullan, M. (2012). Professional capital: Transforming teaching in every school. Teachers College Press.
Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). 21st-century readers: Developing literacy skills in a digital world. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/a83d84cb-en
Stufflebeam, D. L. (2007). CIPP evaluation model checklist: A tool for applying the CIPP model to assess long-term enterprises. Western Michigan University Evaluation Center.
Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. Jossey-Bass.
UNESCO. (2023). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO Publishing. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000379707
Wang, M. T., Degol, J. L., Amemiya, J., Parr, A., & Guo, J. (2020). Classroom climate and children’s academic and psychological wellbeing: A systematic review. Developmental Review, 57, 100912. https://doi.org/10.1016/j.dr.2020.100912
Office of the Education Council. (2017). The national education plan B.E. 2560–2579 (2017–2036). Ministry of Education, Thailand. (in Thai)
Poonsuk, W. (2021). Development of integrated learning activities based on multiple intelligences to enhance career skills in primary education. Journal of Educational Innovation and Research, 15(2), 145–160. (in Thai)
Ruangprapan, C. (2000). Basic statistics for behavioral and social sciences research. Chulalongkorn University. (in Thai)