การพัฒนารูปแบบการสร้างสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูโดยใช้การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการสร้างสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาวิชาชีพครูที่ประยุกต์ใช้การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ และ 2) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการสร้างสมรรถนะการวัดและประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาวิชาชีพครูที่ประยุกต์ใช้การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ กลุ่มตัวอย่าง ประกอบไปด้วย นักศึกษาวิชาชีพครู ครูพี่เลี้ยง และอาจารย์นิเทศก์ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพรูปแบบ แบบทดสอบ แบบประเมินทักษะ และแบบวัดเจตคติต่อการวัดและประเมินผลการศึกษา
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการสร้างสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาวิชาชีพครูที่ประยุกต์ใช้การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ ประกอบไปด้วย 7 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ 1) เตรียมความพร้อม 2) กำหนดวิสัยทัศน์หรือพันธกิจที่ยอมรับร่วมกัน 3) เก็บข้อมูลสถานภาพปัจจุบัน 4) วางแผนการดำเนินงาน 5) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน 6) ประเมินผลลัพธ์ และ 7) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมเวลา 22 สัปดาห์ ในแต่ละขั้นตอนใช้กลยุทธ์และหลักการของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจโดยใช้แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตควบคู่กับการลงพื้นที่ในการดำเนินกิจกรรม ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ารูปแบบมีคุณภาพในด้านความเหมาะสมและด้านความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า สามารถสร้างสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาวิชาชีพครูได้จริง นักศึกษาวิชาชีพครูในกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจและทักษะปฏิบัติด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่มีเจตคติต่อการวัดและประเมินผลการศึกษาไม่แตกต่างกัน
แนวทางการใช้การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ ควรพิจารณาคุณลักษณะของผู้ประเมินแบบเสริมพลังอำนาจเป็นสำคัญ เนื่องจากต้องกระตุ้นกำกับติดตามจนกว่านักศึกษาวิชาชีพครูจะบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนเท่านั้น
References
ชุลีพร ผมพันธ์. (2555). การวิจัยและพัฒนาโปรแกรมประสบการณ์วิชาชีพครู สำหรับนิสิตนักศึกษาวิชาเอก ประถมศึกษา ตามแนวทฤษฎีทวิปริทัศน์และแนวคิดปริสีมาที่สาม. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาหลักสูตรและการสอน, คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิติ นาชิต, ชัยวิชิต เชียรชนะ และสิริรักษ์ รัชชุศานติ. (2560). การประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นตามแนวคิดการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจในสถานศึกษาอาชีวศึกษา. วาสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 9(3), 180-197.
นิธิวัฒน์ อินทสิทธิ์. (2550). เจตคติต่อวิชาชีพครูของครูที่สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาการวัดและประเมินผลการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ธัญญารัศม์ จอกสถิตย์. (2553). โมเดลการพัฒนาการปฏิบัติงานของครู: การประยุกต์ใช้แนวคิดการประเมินครู ที่เน้นการปฏิบัติงานเป็นฐานและการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาการวัดและประเมินผลการศึกษา, คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2559). การประเมินแบบเสริมพลัง: นานาทัศนะ. สารสมาคมวิจัยสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, 3(1), 19-26.
สาธิดา สกุลรันตนกุลชัย. (2553). การพัฒนารูปแบบการประเมินการเรียนการสอนแบบสตูดิโอทางสถาปัตยกรรมโดยใช้การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาการวัดและประเมินผลการศึกษา, คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุจินดา ม่วงมี. (2549). บทบาทและความรับผิดชอบของอาจารย์นิเทศตามการรับรู้ของนิสิตฝึกสอน อาจารย์พี่เลี้ยง และอาจารย์นิเทศก์. วารสารศึกษาศาสตร์. 17(2), 31-46.
มณีรัตน์ โนนหัวรอ. (2557). การพัฒนารูปแบบการประเมินเสริมพลังอำนาจเพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาของครูประจำการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาการทดสอบและวัดผลการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วรรณทิพา รอดแรงค้า และภาวิณี ศรีสุขวัฒนานันท์. (2545). ปัญหาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนิสิตสาขาการสอนวิทยาศาสตร์. ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปีการศึกษา 2544. วารสารเกษตรศาสตร์, 23, 104-117.
เหมวรรณ ขันมณี. (2559). การพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา. คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อติยศ สรรคบุรานุรักษ์ และศศิณัฎฐ์ สรรคบุรานุรักษ์. (2558). การจัดการเรียนการสอนที่เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 12, 39-48
Avidov-Unger & Tamar Shamir-Inbal. (2013). Empowerment Patterns of Leaders in ICT and School Strengths Following the Implementation of National ICT Reform. Journal of Information Technology Education: Research, 12, 141-157.
Beziat, T. L. R., & Coleman, B. K. (2015). Classroom assessment literacy: Evaluating pre-service teacher. The Researcher, 27(1), 25-30.
Fang, Z. (2013). Learning to teach Against the Institutional Grain: A Professional Development Model for Teacher Empowerment. School of Teaching and Learning, College of Education, University of Florida.
Fetterman, D. M., & Wandersman, A. (2005). Empowerment evaluation principles in practice. New York : Guilford Press.
Kaden, U.I., Patterson, P.P. & Healy, J. (2014). Updating the Role of Rural Supervision: Perspectives from Alaska. Journal of Education and Training Studies, 2(3), 33-43.
Smith, C.F., & Goodwin, D. (2014). A guided empowerment self-audit as a school improvement strategy. Research in Higher Education Journal, 25, 1-22.