รูปแบบการเสริมสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมโดยการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในบริบทท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • บรรยวัสถ์ ฝางคำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี
  • พระมหาศรีรัตน์ สิริรตโน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี
  • นฤมล ดวงแสง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

แหล่งเรียนรู้, การทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม, หลักพุทธธรรม, การวิจัยแบบผสมผสาน, จังหวัดอุบลราชธานี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับสภาพปัญหาและความต้องการในการเสริมสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมในจังหวัดอุบลราชธานี (2) สร้างและพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างแหล่งเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรม และ (3) ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น

การดำเนินวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่1 การวิจัยเชิงปริมาณ ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชน ผู้นำชุมชน และครูในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 400 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 การวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อร่างรูปแบบโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 รูป/คน ประกอบด้วย ปราชญ์ชาวบ้าน พระสงฆ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และ ระยะที่ 3 การตรวจสอบรูปแบบ โดยการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 ท่าน และประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ

        ผลการวิจัยพบว่า 1.สภาพปัญหาการทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก

(x= 4.21) โดยเฉพาะด้านการขาดระบบการจัดการองค์ความรู้และการขาดงบประมาณสนับสนุน ส่วนความต้องการมีส่วนร่วมของชุมชนอยู่ในระดับมากที่สุด 2.รูปแบบการเสริมสร้างแหล่งเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น (B-Ubon Model) มีองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ (1) วัตถุประสงค์เชิงพุทธบูรณาการ (2) หลักพุทธธรรมขับเคลื่อน (หลักอิทธิบาท 4 และสังคหวัตถุ 4) (3) กระบวนการมีส่วนร่วมของ "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน) (4) ปัจจัยเงื่อนไขความสำเร็จ และ (5) ระบบติดตามและประเมินผล 3.ผลการประเมินรูปแบบพบว่า มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติจริงอยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.55) ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา แก้วเทพ. วัฒนธรรมกับการสื่อสารในสังคมร่วมสมัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่ง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2562.

กิตธวัช บุญทวี. “แนวทางการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอผ้าไหมสู่คนรุ่นใหม่ของกลุ่มทอผ้าไหม

ตำบลกาบิน อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี.” วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 มกราคม–มิถุนายน 2565.

ณรงค์ สมพงษ์ และคณะ. การจัดการความรู้ชุมชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2561.

พิมพ์พันธ์ เดซะคุปต์ และคณะ. การเรียนรู้แบบบูรณาการกับชุมชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่ง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2564.

พีรกฤต เครือลุนทีระยุทธ และคณะ. “การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้

รายวิชาพระพุทธศาสนา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา.”

วารสารวิจัยวิชาการ ปีที่ 7 ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน–ธันวาคม 2567.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พุทธธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2560.

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. แนวทางการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมสถาบันอุดมศึกษา.

กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2561.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: พริก

หวานกราฟฟิค, 2560.

สุนทร วรหาร. “การอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานี: กรณีศึกษาสำรวจ จัด

หมวดหมู่ และการจารหนังสือใบลานในพระอารามหลวง.” วารสารมนุษยศาสตร์และ

สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 มกราคม–มิถุนายน 2563.

อเนก เหล่าธรรมทัศน์. การพัฒนาชุมชนเชิงวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สร้างสรรค์, 2561.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-25

รูปแบบการอ้างอิง

ฝางคำ บ. ., สิริรตโน พ. ., & ดวงแสง น. . (2026). รูปแบบการเสริมสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมโดยการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในบริบทท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารชัยภูมิปริทรรศน์, 2569(2), 178–188. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jcr/article/view/284755