วรรณะ 4 : วิเคราะห์ บทบาท และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ปรากฏในพระไตรปิฎก

ผู้แต่ง

  • พระครูศรีปัญญาวิกรม พระครูศรีปัญญาวิกรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์
  • อธิเทพ ผาทา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระณัทภัทร กิจฺจาโร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • บรรจง โสดาดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • สรวิชญ์ วงษ์สอาด ราชภัฐมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
  • พระมหาจรูญ กิตฺติปญฺโญ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

วรรณะ, ธรรมชาติ, บทบาท, การอยู่ร่วมกัน, พระไตรปิฎก

บทคัดย่อ

บทความการวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาธรรมชาติ กำเนิด และพัฒนาการของวรรณะในคัมภีร์ศาสนาของฮินดู 2) เพื่อศึกษาบทบาท ปัญหา และการอยู่ร่วมกันในสังคมในคัมภีร์พระไตรปิฎก และ 3) เพื่อวิเคราะห์ธรรมชาติ บทบาท และการอยู่ร่วมกันในสังคมในสังคมไทย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Research) โดยศึกษาข้อมูลทั้งจากคัมภีร์ปฐมภูมิ และทุติยภูมิ รวมทั้งข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ จากนั้นนำมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ และนำเสนอเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ธรรมชาติ กำเนิด และพัฒนาการของระบบวรรณะในคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์–ฮินดูมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากระบบวรรณะหรือโครงสร้างชนชั้นในสังคมอื่น โดยมีรากฐานสำคัญจากการเมืองการปกครอง และได้รับการตอกย้ำความชอบธรรมผ่านความเชื่อทางศาสนา ข้อบัญญัติ ประเพณี และพิธีกรรมที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ส่งผลให้ระบบดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง หลักฐานในพระไตรปิฎกสะท้อนว่า ในสมัยพุทธกาล วรรณะกษัตริย์มีบทบาทและสถานะสูงกว่าวรรณะพราหมณ์ ขณะที่พราหมณ์ยังคงรักษาอิทธิพลของตนผ่านบทบาทด้านพิธีกรรมและการให้คำปรึกษาในราชสำนัก กษัตริย์ พราหมณ์ และแพศย์จึงพึ่งพาอาศัยกัน ส่วนวรรณะศูทรถูกใช้เป็นแรงงานเพื่อสนับสนุนความมั่งคั่งของวรรณะหลัก พระพุทธเจ้าทรงมุ่งแก้ไขความเหลื่อมล้ำดังกล่าวด้วยการสถาปนาสังฆะในระบบพรหมจรรย์ เน้นคุณค่าของการกระทำมากกว่าชาติกำเนิด และทรงส่งเสริมเมตตาและกรุณาอย่างไร้ขอบเขต อันเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ปราศจากการเบียดเบียนกันทั้งทางกาย วาจา และใจ

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

เจษฎา ทองขาว. (กรกฎาคม-ธันวาคม 2560). “พระพุทธศาสนากับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์.” วารสารสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 10. ฉบับที่ 2.

ชวิตรา ตันติมาลา. (2560). การสร้างอัตลักษณ์ของตลาดนัดภายในมหาวิทยาลัยของรัฐเขตกรุงเทพมหานคร. รายงานวิจัย สาขาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บุญมี โททำ. (กรกฎาคม-ธันวาคม 2560). “พุทธวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางสังคม.” วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ปีที่ 7, ฉบับที่ 2 หน้า 4.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2532). อรรถกถาภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาอฏฺกถา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2535). พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ 2500. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). ฎีกาภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาฎีกา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). ปกรณวิเสสภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาปกรณวิเสโส. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วิญญาณ.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สาพร วัฒนศัพท์ และคณะ. (ตุลาคม-ธันวาคม 2559). “ช่วงชั้นทางสังคม ความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม และการอธิบายถึงความเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางในสังคม.” วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข ปีที่ 10, ฉบับที่ 4.

สุภางค์ จันทวานิช. (2554). ทฤษฎีสังคมวิทยา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,

Cox, Oliver Cromwell. (1959). Caste, Class, & Race: A study in Social Dynamics. New York: Monthly Review Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-25

รูปแบบการอ้างอิง

พระครูศรีปัญญาวิกรม พ., ผาทา อ., กิจฺจาโร พ., โสดาดี บ., วงษ์สอาด ส., & กิตฺติปญฺโญ พ. . (2026). วรรณะ 4 : วิเคราะห์ บทบาท และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ปรากฏในพระไตรปิฎก. วารสารชัยภูมิปริทรรศน์, 2569(2), 32–45. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jcr/article/view/284688