การศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน

Main Article Content

วิไลพร นาสมใจ
เอกลักษณ์ เพียสา
วัลนิกา ฉลากบาง

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การสังเคราะห์องค์ประกอบของการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียนโดยศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน 9 แหล่ง โดยเลือกองค์ประกอบที่มีความถี่ร้อยละ 40 ขึ้นไป ขั้นตอนที่ 2 การประเมินความเหมาะสมองค์ประกอบการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ในปีพุทธศักราช 2568  ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสังเคราะห์เอกสารและแบบประเมินความเหมาะสมชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า


            1) องค์ประกอบการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ 19 ตัวบ่งชี้ ได้แก่
1) เนื้อหาสาระ มี 4 ตัวบ่งชี้ 2) ช่องทางการสื่อสาร มี 3 ตัวบ่งชี้ 3) ความชัดเจนในการสื่อสาร มี 4 ตัวบ่งชี้ 4) ความน่าเชื่อถือ มี 4 ตัวบ่งชี้ และ 5) สภาพแวดล้อมในการสื่อสาร มี 4 ตัวบ่งชี้ 2) ผลการประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบ จากการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า องค์ประกอบการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน มีความเหมาะสมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ช่องทางการสื่อสาร องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ย      น้อยที่สุด ได้แก่ เนื้อหาสาระ และ ความน่าเชื่อถือ ตามลำดับ


 

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นาสมใจ ว., เพียสา เ. ., & ฉลากบาง ว. . (2025). การศึกษาองค์ประกอบการสื่อสารของผู้บริหารโรงเรียน . วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 8(3), 269–279. https://doi.org/10.2774.EDU2025.3.280996
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรรณิการ์ อานทอง. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ. 4(11): 13-26.

ณัชชา อุตสาหะ. (2566). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร. 6(1): 54-67.

ธีรวีร์ แพบัว. (2564). ทักษะการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู โรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 8(1): 55-68.

บัลลังก์ มะเจี่ยว. (2565). การพัฒนาตัวบ่งชี้การสื่อสารที่มีประสิทธิผลของผู้บริหารสถานศึกษามัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การบริหารและพัฒนาการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุรีวิยาสาส์น.

ปฐมพงษ์ ชุ่มมงคล. (2566). การสร้างความเชื่อใจในวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา. วารสารชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู. 3(2): 107-120.

ประมา ศาสตรารุจิ. (2565). รูปแบบการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรองรับการดำเนินชีวิตในภาวะวิกฤต. Journal of Arts Management. 6(2): 667-681.

พลภัทร บริรักษ์ธนกุล. (2568). กลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม. 3(2): 468-485.

พรทิพย์ เพ็งกลัด. (2562). การสื่อสารของผู้บริหารกับมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา ในจังหวัดกาญจนบุรี. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร. 10(2): 737–750.

พัชรินทร์ ถาปันแก้ว. (2566). ทักษะการสื่อสารของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

พิงค์ฒิฉัตร เมธาธารณ์กุล. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย. 6(1): 232–248.

รตนพร โชติทวีศักดิ์ศรี. (2567). แนวทางการพัฒนาทักษะการสื่อสารตามหลักพุทธธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์. 5(3): 108-119.

วาสนา ดิษฐ์ประดับ. (2567). ภาวะผู้นำกับการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 35(3): 1-14.

วินัย อินเสมียน. (2566). คุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ตามหลักพละ 4 ของสถานศึกษา สังกัดมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม. 10(2):

-169.

ศิริรัตน์ วงศ์คำจันทร์. (2566). ทักษะการสื่อสารในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. 8(3): 825-838.

สมศักดิ์ คงเที่ยง. (2561). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารวิทยาจารย์. 118(2): 68-70.

สุภาวดี หลักมั่น. (2568). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1. วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการศึกษา. 1(2): 19-30.

อดิศักดิ์ จันทบัตร์. (2567). การติดต่อสื่อสารของผู้บริหารกับบรรยากาศองค์การในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี. วารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์. 7(1): 100-110.

อมรา ปานศรีเส้ง. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. 5(1): 89–99.

อรอนงค์ สวัสดิ์บุรี. (2563). รูปแบบการสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่นสตรี. วารสารศึกษาศาสตร์เกษตรศาสตร์. 14(1): 116–129.

Igbudu, J. N. (2017). School administrator’ leadership and communication skill for effective secondary school administration in River state. Journal of Interdisciplinary Studies. 39-53.

Ifeyinwa Manafa. (2018). Communication skill needed by principals for effective management of secondary school in Anambra state. (Ph.D) Department of Educational Foundations, Faculty of Education Chukwuemeka Odumegwu Ojukwu Univeersity.

Jiang Nannan. (2567). การใช้วัจนภาษาและอวัจนภาษาเพื่อการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม: กรณีศึกษางานวิเทศสัมพันธ์ ระหว่างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติกับสถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีน. วารสารศิลปะศาสตร์ปริทัศน์. 19(1): 38-59.