ผลการจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการกำกับตนเองโดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะสำหรับเด็กปฐมวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการกำกับตนเองของเด็กปฐมวัยในด้านการควบคุมอารมณ์ สมาธิ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น 2) เปรียบเทียบผลของกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะต่อพฤติกรรมการกำกับตนเองระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และ 3) ประเมินความเหมาะสมและประสิทธิผลของกิจกรรมที่นำมาใช้ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-Methods) โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ เด็กปฐมวัยจำนวน 30 คน ที่กำลังศึกษาในชั้นอนุบาล 2 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 15 คน ซึ่งได้รับการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ และกลุ่มควบคุม 15 คน ซึ่งได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบประเมินพฤติกรรมการกำกับตนเอง และแบบสังเกตของครูและผู้ปกครอง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าที (t-test) เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างของคะแนนก่อนและหลังการทดลอง ผลการวิจัยพบว่า
1) กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะช่วยพัฒนาพฤติกรรมการกำกับตนเองของเด็กปฐมวัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะด้านการควบคุมอารมณ์และสมาธิ 2) เด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมมีพฤติกรรมการกำกับตนเองที่ดีขึ้นในด้านความสามารถในการรอคอย การฟังคำสั่ง และการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่น เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม และ 3) กิจกรรมที่พัฒนาขึ้นได้รับการประเมินว่า มีความเหมาะสม น่าสนใจ และสามารถนำไปปรับใช้ในบริบทของโรงเรียนปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จุฑามาศ ชุมนาค. (2562). ผลการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบเกมที่มีต่อความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต (ปฐมวัยศึกษา). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชัยชิต มาลี. (2561). การพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยโดยการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบเพลง. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต (การศึกษาปฐมวัย). สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 1.
ณัชชา สนธิ, ปิยะนันท์ หิรัณย์ชโลทร, & ปัทมาวดี เล่ห์มงคล. (2566). ผลการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบดนตรีและจังหวะเพื่อส่งเสริมการกำกับตนเองในเด็กปฐมวัย. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย. 5(6): 1243–1254.
นารีรัตน์ จันทวฤทธิ์, นันทา โพธิ์คํา, และวีณา ภาคมฤค. (2564). ดนตรีกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะเพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะทางด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์. 5(2): 237-248.
ภัทราวุธ พงษ์พัฒน์. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเคลื่อนไหวและเข้าจังหวะที่ส่งเสริมทักษะการเต้นรำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต (พลศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สิรินทร์ ลัดดากลม บุญเชิดชู. (2557). การสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ SSAPA เพื่อพัฒนาการกำกับตนเองของเด็กปฐมวัย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. 6(1): 297–308.
Bandura, A. (1977). Social learning theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Best, J. R. (2010). Effects of physical activity on children’s executive function: Contributions of experimental research on aerobic exercise. Developmental Review. 30(4): 331–351.
Blair, C., & Raver, C. C. (2015). School readiness and self-regulation: A developmental psychobiological approach. Annual Review of Psychology. 66: 711–731.
Copple, C., & Bredekamp, S. (2009). Developmentally appropriate practice in early childhood programs serving children from birth through age 8. Washington, DC: NAEYC.
Diamond, A. (2013). Executive functions. Annual Review of Psychology. 64: 135–168.
Diamond, A., & Lee, K. (2011). Interventions shown to aid executive function development in children 4 to 12 years old. Science. 333(6045): 959–964.
Durlak, J. A., & DuPre, E. P. (2008). Implementation matters: A review of research on the influence of implementation on program outcomes and the factors affecting implementation. American Journal of Community Psychology. 41(3–4): 327–350.
Gallahue, D. L., & Ozmun, J. C. (2006). Understanding motor development: Infants, children, adolescents, adults. (6th ed.). New York: McGraw-Hill.
McClelland, M. M., Cameron, C. E., Connor, C. M., Farris, C. L., Jewkes, A. M., & Morrison, F. J. (2014). Links between behavioral regulation and preschoolers’ literacy, vocabulary, and math skills. Developmental Psychology. 50(4): 972–986.
Pianta, R. C., Barnett, W. S., Burchinal, M., & Thornburg, K. R. (2015). The effects of preschool education: What we know, how public policy is or is not aligned with the evidence base, and what we need to know. Psychological Science in the Public Interest. 10(2): 49–88.
Pianta, R. C., Hamre, B. K., & Allen, J. P. (2015). Handbook of child psychology and developmental science. Hoboken, NJ: Wiley.
Tomporowski, P. D., Davis, C. L., Miller, P. H., & Naglieri, J. A. (2008). Exercise and children’s intelligence, cognition, and academic achievement. Educational Psychology Review. 20(2): 111–131.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Zimmer, H. T., Bie, S. W., & Hannum, J. W. (2016). The effects of rhythmic movement training on young children’s self-regulation. Early Childhood Education Journal. 44(3): 301–309.
Zimmerman, B. J. (2000). Attaining self-regulation: A social cognitive perspective. In M. Boekaerts, P. R. Pintrich, & M. Zeidner (Eds.), Handbook of self-regulation (pp. 13–39). San Diego, CA: Academic Press.