ผลของการจัดกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์ โดยใช้สะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย

Main Article Content

โกมินทร์ บุญชู
อุไรวรรณ ปานทโชติ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสะเต็มศึกษากับเกณฑ์ ศึกษาทักษะความคิดสร้างสรรค์และเจตคติต่อคณิตศาสตร์ หลังการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์โดยใช้สะเต็มศึกษา กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบ้านทุ่งเศรษฐี จำนวน 39 คน เครื่องมือ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสะเต็มศึกษา แบบประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์ และแบบวัดเจตคติต่อคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน และการทดสอบค่าที


            กิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์โดยใช้สะเต็มศึกษาเป็นการบูรณาการความรู้และเนื้อหาในด้านคณิตศาสตร์เป็นวิชาหลัก วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นวิชารอง จำนวน 5 ฐาน แต่ละฐาน มี 5 ขั้นตอนตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ ดังนี้ ฐาน 1) โทรศัพท์ฉุกเฉิน  2) Super car  3) สเลอปี้ที่รัก  4) ทอดสะพานไปหาเธอ และ 5) เรือใบ...ไปด้วยกันนะ ผลการวิจัยพบว่า


            1) นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์โดยใช้สะเต็มศึกษา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสะเต็มศึกษาสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์โดยใช้สะเต็มศึกษามีความมคิดสร้างสรรค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 3) นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์โดยใช้สะเต็มศึกษามีเจตคติต่อคณิตศาสตร์โดยรวมอยู่มาก โดยนักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกสนุกกับกิจกรรมและเห็นถึงความสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญชู โ. ., & ปานทโชติ อ. . (2025). ผลของการจัดกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์ โดยใช้สะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 8(2), 25–36. https://doi.org/10.2774.EDU2025.2.272843
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2559). การพัฒนาหลักสูตรสะเต็มศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์ 3.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

เกศินี สุทธิ. (2557). เอกสารการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ เรื่องความหมายของลำดับ โดยใช้การจัดกิจกรรมบูรณาการตามแนวทาง STEM EDUCATION (สะเต็มศึกษา). พิษณุโลก: โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา พิษณุโลก เขต 39.

จันทรา มีนา, และคณะ. (2561). การจัดกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์โดยใช้สะเต็มศึกษา สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม. การประชุมวิชาการระดับชาติ “ครุศาสตร์ศึกษา ครั้งที่ 1 ” วันที่ 29 มีนาคม 2561. (หน้า 603 – 612). กำแพงเพชร: ครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

ยุภาดี ปณะราช. (2558). การพัฒนากิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์เพื่อเสริมสร้างสรรมนะความเป็นครู สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู สาขาวิชาคณิตศาสตร์. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี. 2(2): 37 – 57.

ศิวณัฐ ภูมิโคกรักษ์. (2561). การศึกษาผลการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

ศูนย์สะเต็มแห่งชาติ. (2558). คู่มือเครือข่ายสะเต็มศึกษา. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2557). สะเต็มศึกษา (STEM Education). กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ.

สิรินภา กิจเกื้อกูล. (2558). สะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION). วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 17(2): 201-202.

สำนักงานบริการและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน). (2561). สะเต็มศึกษากับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. THE KNOWLEDE. 2(9): 8-9.

เสาวคนธ์ สกุลศรี. (2560). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษา เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลสัมฤทธิ์ทางกาเรียน ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

Baskerville, R. L. (1999). “Investigation Information Systemation with Action Research”. Communication of the Association for Information Systems. 2(19).

Chapman, E. (2003). Development and validation of a brief mathematics attitude scale for primary-aged students. The Journal of Educational Enquiry. 4(2).

Guilford, J. P., & Hoepfner, R. (1967). The Analysis of Intelligence. New York: McGraw-Hill.

Heaverlo, Carol. (2011). STEM Development. A Study of 6th – 12th Girls’ Interest and Confidence in Mathematics and Science. Graduate Theses and Dissertations. Paper 10056.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The Action research planner. (3rd ed.). Geelong: Deakin University, Australia.

Mckerman, J. (1996). Curriculum Action Research. (2nd ed.). London: KoganPage.

L. Chasanah, et al. (2017). How to Assess Creative Thinking Skill in Making Products of Liquid Pressure?. International Conference on Mathematics and Science Education (ICMScE). doi :10.1088/1742-6596/895/1/012164.

Suwarma, I. R. (2015). Sosialisasi dan Pelatihan Pendidikan STEM. Materi pelatihan internal. Universitas Pendidikan Indonesia.

Teo, W. T., et al. (2022). STEM Education from ASIA Trends and Perspectives. Routledge Taylor & Francis Group. LONDON AND NEW YORK. DOI: 10.4324/9781003099888.

Torrance, P. E. (1973). Creative Learning and Teaching. New York: Book Mead.