พุทธนวัตกรรมการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ทางการเงินของบุคคล

Main Article Content

กรรณิการ์ ขาวเงิน
ดร.ชัยณรงค์ ขาวเงิน
พระมหาธัญสัณห์ กิตฺติสาโร, ดร.
นางสาวธันยมน อินทร์ทองน้อย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาหลักโภควิภาค หลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ และแนวทางการออกแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ๒) เพื่อพัฒนาพุทธนวัตกรรมต้นแบบสำหรับการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายส่วนบุคคล และ ๓) เพื่อประเมินความพึงพอใจและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์ระหว่างพุทธนวัตกรรมต้นแบบกับความเข้มแข็งทางการเงินของบุคคลด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยแบบผสานวิธี โดยเริ่มจากการวิจัยเอกสารและการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการใช้งานจากกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านหลักพุทธธรรมและด้านการบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อนำข้อมูลมาสังเคราะห์ร่วมกับหลักโภควิภาคและหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ แล้วประยุกต์ใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบในการพัฒนาพุทธนวัตกรรมต้นแบบ จากนั้นนำต้นแบบไปทดลองใช้กับอาสาสมัครจำนวน ๓๕๐ คน ประเมินความพึงพอใจ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง


ผลการวิจัยพบว่า ๑) หลักโภควิภาคและหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์สามารถประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายส่วนบุคคลได้ โดยหลักโภควิภาคให้แนวทางในการจัดสรรรายได้ให้เหมาะสมกับการดำรงชีพ การประกอบอาชีพ การลงทุน และการออม ส่วนหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ให้แนวทางในการสร้างและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านความขยันหมั่นเพียร การรักษาทรัพย์ การมีกัลยาณมิตร และการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมกับฐานะ เมื่อนำหลักธรรมทั้ง ๒ ประการมาสังเคราะห์ร่วมกับแนวคิดการบริหารจัดการทางการเงิน สามารถกำหนดเป็นกรอบสำหรับการออกแบบพุทธนวัตกรรมการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายส่วนบุคคลได้อย่างเป็นรูปธรรม ๒) พุทธนวัตกรรมต้นแบบที่พัฒนาขึ้นตามกระบวนการคิดเชิงออกแบบ เป็นการบูรณาการหลักพุทธธรรมเข้ากับแนวคิดและพฤติกรรมทางการเงินร่วมสมัย โดยมุ่งส่งเสริมการจัดสรรรายได้ การควบคุมรายจ่าย การออมและรักษาทรัพย์ การดำรงชีวิตอย่างพอประมาณ ตลอดจนการตัดสินใจทางการเงินอย่างมีสติและไม่ประมาท เมื่อนำไปทดลองใช้พบว่า สามารถใช้เป็นแนวทางสนับสนุนการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายส่วนบุคคลได้อย่างเป็นระบบ และ ๓) ผลการประเมินพบว่า ผู้ใช้นวัตกรรมมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๖ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๐.๕๑ ขณะที่ผลการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพบว่า พุทธนวัตกรรมการบริหารจัดการรายรับและรายจ่าย (BI) และทัศนคติทางการเงิน (AT) มีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการเงินตามหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ (DM) และพฤติกรรมทางการเงินร่วมสมัย (CB) ซึ่งส่งผลต่อความเข้มแข็งทางการเงินของบุคคล (FB) ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่า χ² = ๒๗๖.๖๕, df = ๒๔๒, n = ๓๕๐, p = .๐๖๒, CFI = .๙๗๔, TLI = .๙๖๓, RMSEA = ๐.๐๒, SRMR = ๐.๐๓ และ χ²/df = ๑.๑๔ แสดงให้เห็นว่าโมเดลที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพุทธนวัตกรรม พฤติกรรมการบริหารจัดการเงิน และความเข้มแข็งทางการเงินของบุคคลได้อย่างเหมาะสม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
ขาวเงิน ก, ขาวเงิน ช, กิตฺติสาโร พ, อินทร์ทองน้อย ธ. พุทธนวัตกรรมการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ทางการเงินของบุคคล. JGSR [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 4 กันยายน 2026];22(2):243-71. available at: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/287798
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

ขวัญตระกูล บุทธิจักร, พระศรีธรรมภาณี และบุญเลิศ โอฐสู. “พุทธนวัตกรรมการสื่อสารที่ส่งเสริมการวางแผนการเงินส่วนบุคคล”. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม. ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๘ (สิงหาคม ๒๕๖๗): ๓๔๕–๓๕๕.

ขวัญตระกูล บุทธิจักร, พระศรีธรรมภาณี และบุญเลิศ โอฐสู. “พุทธนวัตกรรมการสื่อสารที่ส่งเสริมการวางแผนการเงินส่วนบุคคล”. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม. ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๘ (สิงหาคม ๒๕๖๗): ๓๔๕-๓๕๕.

ชนากานต์ ธนนิวัฒน์ และศิริชัย กาญจนวาสี. “การพัฒนาแบบวัดความฉลาดรู้การเงินสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น”. วารสารการวัดผลการศึกษา. ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๑๐๗ (มกราคม–มิถุนายน ๒๕๖๖): ๔๐-๕๑.

ชิดชนก ขยันอาจ, พีรญา ชื่นวงศ์ และกษิดิศ ใจผาวัง. “ปัจจัยการออมและรูปแบบการออมที่มีอิทธิพลต่อความอยู่ดีมีสุขทางการเงินของครู โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต ๒”. วิทยาการจัดการวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์. ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–เมษายน ๒๕๖๗): ๕๐–๖๗

ต้องพงศ์ พงษ์พานิช. “ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ทางการเงินและพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินของลูกค้าธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย”. วารสารการบัญชีและการจัดการ. ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๒ (เมษายน–มิถุนายน ๒๕๖๗): ๓๕–๔๕

พระครูสุภัทกิจจานุการ, พระสมพล ยสชาโต, ปรัชญา บุตรสะอาด และทยิดา ผลสมบูรณ์. “หลักพุทธธรรมกับการแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจ”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ. ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๓ (กันยายน–ธันวาคม ๒๕๖๕): ๔๐๖–๔๒๓.

พระครูสุภาจารโสภิต (บุญยืน สุภาจาโร), แสวง นิลนามะ และประเวศ อินทองปาน. "การศึกษาเปรียบเทียบการจัดการทรัพย์สินตามหลักศาสนา: กรณีศึกษากลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์วัดไผ่ล้อม จังหวัดตราด กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนพัฒนากสิกรโคกวัด จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี". วารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์. ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๗): ๑๗-๒๙.

พระมหาวีระชาติ โปธา, มานพ นักการเรียน และบานชื่น นักการเรียน. “การสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามแนวพุทธเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุควิถีชีวิตใหม่”. วารสารสิรินธรปริทรรศน์. ปีที่ ๒๖ ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม–ธันวาคม ๒๕๖๘): ๑-๑๐.

พระมหาอภิพงค์ คําหงษา, พระมหาวัฒนา ขันทะชา, พระสิทธิชัย รินฤทธิ์ และสุรีพร ชาบุตรบุณฑริก. “หลักทิฏฐธัมมิกัตถะ: เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในยุคบริโภคนิยม”. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์. ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มีนาคม ๒๕๖๗): ๒๑๕-๒๒๘.

พัชราภา สิงห์ธนสาร, ลักษมี งามมีศรี, มานิตย์ สิงห์ทองชัย และวิไลลักษณา สร้อยคีรี. “การบริหารจัดการหนี้สินภาคครัวเรือนภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในตำบลหนองกระโดน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์”. วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน. ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม–สิงหาคม ๒๕๖๗): ๗๙–๙๓.

ภักดี เมฆจำเริญ. “รูปแบบการบริหารจัดการหนี้สินส่วนบุคคลในสังคมไทยยุค ๔.๐ เชิงพุทธบูรณาการ”. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม. ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๓ (กันยายน–ธันวาคม ๒๕๖๕): ๗๙–๙๒.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

รังสินี ชาสุวรรณ, สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์ และสุพิศ ฤทธิ์แก้ว. “การยอมรับเทคโนโลยีแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบน”. วารสารวิชาการบริหารธุรกิจ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย. ปีที่ ๑๑ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–มิถุนายน ๒๕๖๕): ๑๕๙–๑๗๔.

วรพรรณ รัตนทรงธรรม, สุพรรษา จิตต์มั่น, ตุลาพร จันทร์กวี และวริศรา ดวงตาน้อย. “ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจทางการเงินของบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์”. วารสารบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม. ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–มิถุนายน ๒๕๖๖): ๑–๑๔.

วรภร ศิลาเจริญธนกิจ และกฤตยชญ์ คำมิ่ง. “การศึกษารูปแบบบัญชีครัวเรือนและพฤติกรรมการออมของครัวเรือน ในชุมชนตำบลท้ายเกาะ อําเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี”. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๓ (กรกฏาคม-กันยายน ๒๕๖๘): ๘๖๙-๗๗.

วราพร กนกปรเมษฐ์, พระมหาทวี มหาปญฺโญ (ละลง) และบุญเลิศ โอฐสู. “ศึกษาการจัดสรรทรัพย์ตามหลักโภควิภาค ๔ ในพระพุทธศาสนา ของสมาชิกสถาบันการเงินชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ ๒ จังหวัดนนทบุรี”. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. ปีที่ ๑๓ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-เมษายน ๒๕๖๑): ๑๓๘-๑๔๕.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. ๒๕๖๘. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ๒๕๖๙.

สุนัยญา แดงเหม และนริศรา เจริญพันธุ์. “ปัจจัยที่มีผลต่อการออมของครัวเรือนไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”. Journal of Demography. ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๑ (มิถุนายน ๒๕๖๔): ๔๘-๖๘.

หทัยรัตน์ ควรรู้ดี, มาลิณี ศรีไมตรี และอรวรรณ ตามสีวัน. “การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของประชาชนตำบลคำไฮใหญ่ อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี”. วารสารการจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–มิถุนายน ๒๕๖๕): ๑๐๗–๑๒๒.

เอ็ม สายคำหน่อ, ดวงดาว ศรียากูล และสุนันทา แก้วแย้ม. “ปัจจัยที่ทำให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านยอมรับ นวัตกรรมการคัดกรองผู้สูงอายุในชุมชนทางระบบเว็บ”. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. ปีที่ ๑๘ ฉบับที่ ๑ (มกราคม-มีนาคม ๒๕๖๗): ๙๓-๑๐๘.

ภาษาอังกฤษ

Glenn A. Bowen. “Document Analysis as a Qualitative Research Method”. Qualitative Research Journal. Vol. 9 No. 2 (2009): 31–32.

Ian Sommerville. Engineering Software Products: An Introduction to Modern Software Engineering. Global Edition. Harlow, England: Pearson Education Limited, 2021.

Marion Leary, Pamela Z. Cacchione, George Demiris, J. Margo Brooks Carthon, and Jose A. Bauermeister. “An Integrative Review of Human-Centered Design and Design Thinking for the Creation of Health Interventions”. Nursing Forum. Vol. 57 No. 6 (November 2022): 1137–1152.

Sara Fernández-López, Sandra Castro-González, Lucía Rey-Ares, and David Rodeiro-Pazos. “Self-control and Debt Decisions Relationship: Evidence for Different Credit Options”. Current Psychology. Vol. 43 (2024): 340–357.

Shirin Istikhara Djamhari, Martina Dwi Mustika, Bertina Sjabadhyni, and Alif Ramadian Puspa Ndaru. “Impulsive Buying in the Digital Age: Investigating the Dynamics of Sales Promotion, FOMO, and Digital Payment Methods”. Cogent Business & Management. Vol. 11 No. 1 (2024): 1-16.

Virginia Braun and Victoria Clarke, “One Size Fits All? What Counts as Quality Practice in (Reflexive) Thematic Analysis?”, Qualitative Research in Psychology, Vol. 18 No. 3 (2021): 328–352.