วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR <p><strong>วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรรศน์</strong> <br>ISSN : 1905-1603&nbsp; &nbsp;(Print) <br>ISSN : 2697-4215&nbsp; &nbsp;(Online)</p> <p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p> <p>&nbsp; &nbsp;๑. เพื่อส่งเสริมการผลิตผลงานทางวิชาการและงานวิจัยด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญา</p> <p>&nbsp;&nbsp; ๒. เพื่อให้บริการทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญาแก่สังคม</p> <p>&nbsp;&nbsp; ๓. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดทางพระพุทธศาสนาและปรัชญา</p> <p>&nbsp;&nbsp; ๔. เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย</p> บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย th-TH วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ 1905-1603 <p>บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนผู้แต่ง กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป</p> การประเมินหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธจิตวิทยาฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/256239 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินหลักสูตรและศึกษาแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรมหาบัณฑิตบัณฑิต สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐ เป็นการวิจัยเชิงประเมิน ๔ ด้าน ได้แก่ บริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการและผลผลิต เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ ๒๐ รูป/คน อาจารย์ประจำหลักสูตร ๕ คน ผู้ใช้บัณฑิต ๑๗ รูป/คน และนิสิต ๕๕ รูป/คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินหลักสูตรฯ ในด้านบริบทและกระบวนการ และคะแนนเฉลี่ยการประเมินความคิดเห็นของนิสิตในภาพรวมและทั้ง ๔&nbsp; ด้านอยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ยด้านผลผลิต ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตโดยรวม คะแนนเฉลี่ยผลการวิเคราะห์โครงสร้างของหลักสูตรแบบ ๑.๑ และ ๒.๑ ในภาพรวมและความเหมาะสมทั่วไปของรายวิชาในหลักสูตรและรายวิชารายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการศึกษาที่ได้นำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ จัดการประชุมวิพากษ์จากผู้ทรงคุณวุฒิและจัดประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตร</p> kamalas phoowachanathipong สิริวัฒน์ ศรีเครือดง สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต เมธาวี อุดมธรรมานุภาพ Copyright (c) 2022 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-04-30 2020-04-30 18 1 48 59 รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพุทธบูรณาการ ของผู้บริหารธนาคารออมสิน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/248365 <p>บทความวิจัยเรื่อง รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพุทธบูรณาการของผู้บริหารธนาคารออมสิน มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาสภาพการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารธนาคารออมสิน ๒) สร้างรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพุทธบูรณาการของผู้บริหาร ๓) ประเมินรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพุทธบูรณาการของผู้บริหาร ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ธนาคารออมสินให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหาร โดยยึดหลักการพัฒนาตามสมรรถนะหลักและสมรรถนะผู้นำ มุ่งเน้นความสามารถในการบริหารจัดการให้บรรลุเป้าหมายโดยใช้ภาวะผู้นำในการโน้มน้าวจูงใจให้ทีมงานปฏิบัติงาน ดังนั้น จึงนำแนวคิดภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ การสร้างแรงบันดาลใจ การกระตุ้นปัญญา และการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล มาเป็นแนวทางในการกำหนดพฤติกรรมของผู้นำที่สอดคล้องกับคุณลักษณะของผู้บริหารที่พึงประสงค์ โดยแสดงออกตามหลักพรหมวิหาร ๔ ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพุทธบูรณาการ ที่ใช้ในการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารธนาคารออมสิน และประเมินภาพรวมของรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพุทธบูรณาการของผู้บริหารธนาคารออมสิน อยู่ในระดับมากทุกด้าน</p> อโนมา หอวิเชียร Copyright (c) 2022 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-04-30 2022-04-30 18 1 35 47 การสังเคราะห์งานวิจัย: การพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/252574 <p>บทความวิจัยนี้เป็นการนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวมที่ได้จากการสังเคราะห์งานวิจัย (Research Synthesis) โดยประชากรศึกษาคือ รายงานวิจัยและงานวิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิต ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงทดลองที่ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาจิตและปัญญาตามแนวพระพุทธศาสนาและแนวคิดตะวันตกที่ตีพิมพ์ในช่วง ๒๕๕๑–๒๕๖๐ จำนวน ๔๐ เรื่อง โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative content analysis)</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาจิตและปัญญาโดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ( = ๔.๔๘, S.D.=๐.๕๗) แนวคิดการพัฒนาจิตและปัญญาเป็นแนวคิดเชิงแบะแนวคิดตะวันตก ทั้งสองต่างมีจุดหมายเพื่อพัฒนามนุษย์ให้เกิดสมดุลของกายและใจ รวมถึงสมดุลกับธรรมชาติ สังคม และสิ่งแวดล้อม ข้อค้นพบจากการสังเคราะห์งานวิจัย มี ๔ ประการ คือ ๑) จำนวนกลุ่มตัวอย่าง ๒) รูปแบบกระบวนการศึกษา ๓) กิจกรรมที่ใช้ในการวิจัย และ ๔) จุดมุ่งหมายในการพัฒนากลุ่มเป้าหมาย องค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวม คือ“GPA ๔ Happy Life Model” เป็นหลักการสำคัญในการออกแบบกิจกรรมเรียนรู้เพื่อการพัฒนาจิตและปัญญาแบบองค์รวมเพื่อการเข้าถึงความสุขแบบยั่งยืนอย่างแท้จริง</p> Khantong Wattanapradith โกนิฏฐ์ ศรีทอง แม่ชีสุดา โรจนอุทัย ชนันภรณ์ อารีกุล Copyright (c) 2022 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-04-30 2022-04-30 18 1 74 87 แนวทางการปฏิบัติงานของพระเจ้าหน้าที่ตามหลักพระพุทธศาสนา https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/254476 <p>บทความวิจัยเรื่อง “แนวทางการปฏิบัติงานของพระเจ้าหน้าที่ตามหลักพระพุทธศาสนา” มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษากำเนิดและพัฒนาการของพระเจ้าหน้าที่ ๒) เพื่อศึกษาการปฏิบัติงานของพระเจ้าหน้าที่ตามหลักพระพุทธศาสนา ๓) เพื่อเสนอแนวทางการปฏิบัติงานของพระเจ้าหน้าที่ตามหลักพระพุทธศาสนาในสังคมสงฆ์ไทยปัจจุบัน งานวิจัยนี้ เป็นงานวิจัยเชิงเอกสาร จากการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในสังคมสงฆ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงอนุญาตให้มีการแต่งตั้งพระเจ้าหน้าที่ พระเจ้าหน้าที่จีวรมีหน้าที่ในการบริหารจัดการจีวร &nbsp;พระเจ้าหน้าที่อาหารมีหน้าที่ในการบริหารจัดการอาหาร&nbsp; พระเจ้าหน้าที่เสนาสนะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการเสนาสนะ พระเจ้าหน้าที่อารามมีหน้าที่ในการบริหารจัดการงานต่าง ๆ ภายในวัด พระเจ้าหน้าที่เรือนคลัง มีหน้าที่ในการบริหารจัดการครุภัณฑ์ลหุภัณฑ์ที่อยู่ภายในเรือนคลัง &nbsp;สำหรับสังคมสงฆ์ไทยปัจจุบัน การแต่งตั้งพระเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น ฉะนั้น เจ้าอาวาสพร้อมด้วยพระสงฆ์เมื่อได้แต่งตั้งพระเจ้าหน้าที่ขึ้นภายในวัดแล้ว พระเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งควรปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนโดยอิงหลักการที่ปรากฎในคัมภีร์พระพุทธศาสนา</p> <p>&nbsp;</p> Waruntorn srikhuy Copyright (c) 2022 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-04-30 2022-04-30 18 1 88 99 จุดอ่อนและความย้อนแย้งของทฤษฎีมนุษยนิยมแบบฆราวาส https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/254516 <p>บทความวิจัยเรื่อง จุดอ่อนและความย้อนแย้งของทฤษฎีมนุษยนิยมแบบฆราวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาแนวคิดของปรัชญามนุษยนิยมแบบฆราวาส&nbsp; ๒)&nbsp; ศึกษาจุดอ่อนของปรัชญามนุษยนิยมแบบฆราวาส&nbsp; และ ๓) ศึกษาความย้อนแย้งของปรัชญามนุษยนิยมแบบฆราวาส&nbsp;</p> <p>ระเบียบวิธีวิจัยของงานวิจัยเชิงคุณภาพนี้ ใช้การวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research)&nbsp; และ นำมาวิเคราะห์เรียบเรียงเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>๑. จุดอ่อนของมนุษยนิยมแบบฆราวาส คือ ความยืดหยุ่นเกินไปของทฤษฎี ที่พยายามจะโอบอุ้มทุกแนวคิดภายใต้กรอบแห่งสิทธิเสรีภาพ และการอ้างอิงวิทยาศาสตร์มากเกินไป &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อต้องอธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรมจึงนำไปสู่ความบกพร่องด้านตรรกะ</p> <p>๒. ความย้อนแย้งของทฤษฎีมนุษยนิยมแบบฆราวาสเห็นได้ชัดจากแนวคิดปฏิเสธศาสนา แต่ในทางปฏิบัติพบว่ามีการยอมรับศาสนาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแบบฆราวาสด้วย เนื่องจากติดกรอบแนวคิดด้านสิทธิเสรีภาพของตัวทฤษฎีเอง</p> <p>๓. ทฤษฎีมนุษยนิยมแบบฆราวาส สามารถเป็นศาสนาใหม่ได้หรือไม่?&nbsp; คำตอบคือ อาจเป็นได้ และเป็นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับมิติในการพิจารณา การนำเสนอกรอบทางจริยธรรมชุดใหม่ในการดำเนินชีวิต และมีองค์ประกอบเทียบเท่าศาสนา อาจนับได้ว่าเป็นศาสนาของคนรุ่นใหม่ แต่ในอีกมุมหนึ่งที่ทำให้เป็นศาสนาไม่ได้ เพราะมนุษยนิยมแบบฆราวาสอาจไม่สามารถยึดพื้นที่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่มีต่อศาสนาและความเชื่อดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> Ponprom Tippayamontre Copyright (c) 2022 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-04-30 2022-04-30 18 1 60 73 ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/254975 <p>บทความวิจัยเรื่องภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี นี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี และ2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี โดยจำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์รับราชการ วิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 226 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามความคิดเห็น มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ ได้แก่ การทดสอบที และการทดสอบเอฟ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขต&nbsp;&nbsp; ปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับดังนี้ ด้านความรับผิดชอบ ด้านความเคารพ ด้านความซื่อสัตย์ ด้านความยุติธรรม และด้านความไว้วางใจ ๒) เปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตปิยมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี พบว่า ข้าราชการครูที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์รับราชการต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาไม่แตกต่างกัน</p> <p>&nbsp;</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong><strong> : </strong>ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม, ผู้บริหารสถานศึกษา, จริยธรรม</p> <p>&nbsp;</p> นรินทร์ เทพศิริ Copyright (c) 2022 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-04-30 2022-04-30 18 1 22 35 บทวิจารณ์หนังสือ Buddhism without Beliefs: A Contemporary Guide to Awakening ของ Stephen Batchelor https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/256864 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หนังสือ Buddhism without beliefs แต่งโดย สตีเฟน แบ็ตชเลอร์ (Stephen Batchelor) นักเขียนชาวอังกฤษผู้เคยศึกษาพระพุทธศาสนาที่เมืองธรรมศาลา เคยบรรพชาเป็นสามเณรในสายวัชรยานและอุปสมบทเป็นพระลามะนิกายเกลุก (Gelug) อยู่ ๖ พรรษา เขายังเคยเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนานิกายเซนที่ประเทศเกาหลีใต้และฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสายเวทนานุปัสสนาตามแนวท่านโกเอ็นก้า (S.N.Goenka) อีกด้วย หลังจากลาสิกขาเขาก็ได้ผันตัวมาเป็นนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาผู้มีผลงานมากมาย อาทิ Secular Buddhism: Imagining the Dharma in an Uncertain World. Confession of a Buddhist Atheist. The Faith to Doubt: Glimpses of Buddhisht Uncertainty. Alone with Others: An Existential Approach to Buddhism.</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เขาเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลต่อแนวความคิดของกลุ่มชาวพุทธแบบโลกวิสัย (Secular Buddhism) เป็นอย่างมาก ซึ่งแนวความคิดนี้ที่ได้รับความนิยมจากปัญญาชนสมัยใหม่ โดยแนวความคิดพุทธแบบโลกวิสัยนั้นถือหลักอไญยนิยม (Agnosticism) กล่าวคือ ไม่ได้ตัดสินว่าพระเจ้ามีอยู่หรือไม่มีอยู่เพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ต่อยอดจากหลักอเทวนิยม (Atheism) และไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ แนวคิดดังกล่าวจึงสามารถตอบโจทย์ปัญญาชนสมัยใหม่ที่นิยมการพิสูจน์ตามแนววิทยาศาสตร์ได้</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หนังสือ Buddhism without beliefs เขียนไว้เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากจนติดอันดับ National Bestseller และมีการตีพิมพ์ซ้ำหลายภาษา ซึ่งครั้งล่าสุดตีพิมพ์เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ หนังสือเล่มที่นำมาวิจารณ์ครั้งนี้เป็นเล่มที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ มีจำนวน ๑๒๗ หน้า จัดพิมพ์โดย The Berkley Publishing Group เมือง New York โดยเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้</p> <p>๑. เพื่อแนะนำพระพุทธศาสนาให้แก่คนรุ่นใหม่ที่อาจไม่ได้มีความสนใจพระพุทธศาสนามาก่อน รวมถึงคนที่อาจเคยต่อต้านศาสนาเชิงเทวนิยม <br>๒. เพื่อวิจารณ์และปฏิรูปแนวความคิดของพระพุทธศาสนาตามกระแสหลักที่อยู่ในรูปแบบของสถาบันศาสนา เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกตรงตามจุดมุ่งหมายของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นการท้าท้ายแนวความคิดดั้งเดิมของพระพุทธศาสนากระแสหลัก</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หนังสือมีเนื้อหาหลัก ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนแรกเป็นเนื้อหาเพื่อปูพื้นฐานความเป็นมาทางพระพุทธศาสนา ส่วนที่สองกล่าวถึงวิธีที่จะเข้าถึงความตื่นรู้ และส่วนที่สามกล่าวถึงผลลัพท์และสิ่งที่ได้จากความตื่นรู้ ผู้วิจารณ์เห็นว่ามุมมองของผู้เขียนในรายละเอียดบางส่วนนั้นเป็นความเห็นที่ทวนกระแสแนวความเชื่อของชาวพุทธกระแสหลัก ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแวดวงวิชาการด้านพระพุทธศาสนา จึงเกิดความสนใจที่จะศึกษาและวิจารณ์หนังสือเล่มนี้</p> Candapanno Bhikkhu Copyright (c) 2022 วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-10 2022-06-10 18 1 145 153